ชื่อ-นามสกุล นางอุบลวรรณ ขันแข็ง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ ตำแหน่งเลขที่ 1708
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองโค้ง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 26 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1และ 5/2 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 - 6/2 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมแนะแนว จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
คณะกรรมการตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 110/2568 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มงานบริหารวิชาการ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 19 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1และ 5/2 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 - 6/2 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมแนะแนว จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
คณะกรรมการตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 31/2569 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มงานบริหารวิชาการ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
รูปแบบ F.R.A.C.T. Model
F - Focus (มุ่งเน้นจุดหมาย): กระตุ้นความสนใจและจดจ่อกับสิ่งที่โจทย์ต้องการ (สอดคล้องกับ Engagement)
R - Reason (ใช้เหตุผลวิเคราะห์): สำรวจและวิเคราะห์เงื่อนไขของเศษส่วนด้วยเหตุผล (สอดคล้องกับ Exploration)
A - Action (ลงมือปฏิบัติการ): อธิบายหลักการและลงมือคำนวณผ่านกิจกรรมการสืบสวน (สอดคล้องกับ Explanation)
C - Check (ตรวจสอบความถูกต้อง): ขยายความเข้าใจและตรวจสอบความสมเหตุสมผลของผลลัพธ์ (สอดคล้องกับ Elaboration)
T - Train (ฝึกฝนและประเมิน): ประเมินผลและฝึกฝนซ้ำเพื่อความคงทนของความรู้ (สอดคล้องกับ Evaluation)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ตามนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถึง 2570 ที่ให้ความสำคัญกับการปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้หลากหลายด้วยเทคโนโลยี สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2568) ประกอบกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนบ้านหนองโค้งที่มุ่งสู่การเป็น "โรงเรียนคุณภาพ สร้างทักษะอาชีพ มุ่งปลูกฝังคุณธรรม น้อมนำศาสตร์พระราชา บูรณาการแหล่งเรียนรู้ เคียงคู่การมีส่วนร่วม" อย่างไรก็ตาม ในบริบทของโรงเรียนบ้านหนองโค้ง แม้จะมีความเข้มแข็งด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน (PLC) และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ แต่ยังพบข้อจำกัดด้านความแตกต่างของพื้นฐานครอบครัวผู้เรียน ส่งผลให้ความพร้อมในการรับรู้ทักษะเชิงนามธรรมมีความแตกต่างกัน สถานศึกษาจึงต้องออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบสนองความถนัดรายบุคคล
จากรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) โรงเรียนบ้านหนองโค้ง ปีการศึกษา 2568 พบว่าผลการประเมินทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณ (Basic Literacy) ของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 67.93) ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ (โรงเรียนบ้านหนองโค้ง, 2569) นอกจากนี้ จากการบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568 พบว่า นักเรียนกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ประสบปัญหาในหน่วยการเรียนรู้เรื่องเศษส่วน ทั้งทักษะการบวก ลบ คูณ หาร และการแก้โจทย์ปัญหาประยุกต์ นักเรียนขาดความเข้าใจในหลักการเชิงลึก มักใช้วิธีการท่องจำขั้นตอน ทำให้เมื่อเผชิญกับโจทย์ปัญหาที่มีความซับซ้อน จะไม่สามารถตีความและหาคำตอบที่ถูกต้องได้ ส่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) และการต่อยอดความรู้ในระดับมัธยมศึกษา
การพัฒนานวัตกรรมนี้อาศัยกรอบแนวคิดการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E (5E Inquiry-Based Learning) มาปรับใช้จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ช่องว่างของการจัดการเรียนรู้ (Research Gap) ที่ผ่านมาคือ กระบวนการ 5E ทั่วไปยังขาดขั้นตอนที่เจาะจงสำหรับการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เชิงนามธรรมอย่างเรื่องเศษส่วน ผู้พัฒนานวัตกรรมจึงได้สังเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ขึ้นใหม่ในรูปแบบ F.R.A.C.T. Model ร่วมกับการใช้แบบฝึกหัดออนไลน์เรื่องเศษส่วน เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนามธรรมสู่รูปธรรม
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้เป็นเครื่องมือที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ประกอบด้วย
1. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 17 แผน รวมเวลาที่ใช้สอน 17 ชั่วโมง
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน- หลังเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง เศษสวน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ โดยทำข้อสอบผ่าน google form
3. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยโมเดล F.R.A.C.T. ร่วมกับแบบฝึกหัดออนไลน์เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 ข้อ
การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
1. วิเคราะห์ผลการเรียน เรื่องเศษส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยต่ำไม่เป็นที่น่าพอใจ
2. วางแผนการพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่อง เศษส่วน โดยใช้แบบฝึกหัดออนไลน์ โดยวิเคราะห์หลักสูตร และเนื้อหาในสาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค.1.1
3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แผนการสอนประกอบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยโมเดล F.R.A.C.T. ร่วมกับแบบฝึกหัดออนไลน์เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 100 เมื่อได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน โดยใช้รูปแบบ รูปแบบ F.R.A.C.T. Model ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เศษส่วน สูงขึ้น
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหา เรื่อง เศษส่วน และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ในสถานการณ์ต่างๆ ได้
ลงชื่อ ..............อุบลวรรณ ขันแข็ง..............
(นางอุบลวรรณ ขันแข็ง)
ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
1 ตุลาคม พ.ศ. 2568