ไวรัสไม่ใช่สิ่งมีชีวิต อยู่ไม่ได้ด้วยตัวเอง ไม่มีกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร ไม่มีโรงงานผลิตพลังงานของตัวเองสำหรับกระบวนการทางชีวเคมีที่ต้องสร้างและเก็บพลังงาน ในรูป adenosine triphosphate (ATP) มันต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น แบคทีเรีย พืช สัตว์ และมนุษย์ เป็นแหล่งพักพิง (host) และขยายจำนวน
ไวรัสมีกรดนิวคลีอิกและโปรตีน กรดนิวคลิอิกอาจจะเป็น DNA (กรดดิอ๊อกซีนิวคลิอิก) หรือ RNA (กรดไรโบนิวคลีอิก) กรดนิวคลีอิกมีรหัสข้อมูลทางพันธุกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไวรัส รูปแบบของไวรัสที่อยู่ภายนอกเซลล์เรียกว่า virion ไวรัสแทบทุกชนิดจะมีโปรตีนที่ก่อตัวเป็นเปลือก (เรียกว่า capsid) รอบ ๆ กรดนิวคลีอิก capsid ที่ล้อมรอบไวรัสประกอบด้วยหน่วยย่อยโปรตีนที่เรียกว่า capsomeres ไวรัสบางชนิดมีโปรตีนชนิดอื่นอยู่ภายใน capsid โปรตีนเหล่านี้บางตัวทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ซึ่งมักเกิดขึ้นระหว่างการสังเคราะห์กรดนิวคลีอิกของไวรัส virion capsid มีหน้าที่ 3 ด้านคือ
(1) เพื่อปกป้องกรดนิวคลีอิกของไวรัสจากการย่อยโดยเอ็นไซม์บางชนิด (นิวคลีเอส)
(2) เพื่อสร้างตำแหน่งบนพื้นผิวที่จดจำและทำให้ virion สัมผัสกับกับตัวรับบนพื้นผิวของเซลล์เจ้าบ้าน
(3) เพื่อสร้างโปรตีนที่อยู่ในโครงสร้างพิเศษ ช่วยทำให้ virion สามารถทะลุผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ผิวเซลล์ หรือช่วยในการฉีดกรดนิวคลีอิกที่ติดเชื้อเข้าไปในภายในของเซลล์โฮสต์
ไวรอยด์ (Viroids) มีความคล้ายกับไวรัส จึงเรียกว่า “viruslike” มีกรดนิวคลีอิกเท่านั้นและไม่มีโปรตีนโครงสร้าง
ยังมีอนุภาคที่มีลักษณะคล้ายไวรัส ที่เรียกว่า พรีออน (prions ) ประกอบไปด้วยโปรตีนที่มีความซับซ้อน เรียงตัวจับกันอย่างแน่นหนากับโมเลกุลของกรดนิวคลีอิกขนาดเล็กๆ พรีออนมีความต้านทานต่อการยับยั้งการทำงาน และเกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมถึงมนุษย์ด้วย
ไวรัสเป็นพวกปรสิตแท้จริงเพราะพวกมันต้องอาศัยอยู่กับเซลล์โฮสต์สำหรับทำงานและค้ำจุนชีวิตของไวรัสเกือบทั้งหมด ไวรัสไม่สามารถสังเคราะห์โปรตีนได้เนื่องจากพวกมันขาดไรโบโซม (เป็น organelle สำคัญในเซลล์ ใช้ในการสังเคราะห์โปรตีน) สำหรับการแปลรหัส messenger RNA (mRNA) ไวรัสจะต้องใช้ไรโบโซมของเซลล์โฮสต์ที่มันเข้าไปอยู่ (ติดเชื้อ) เพื่อใช้แปลรหัส mRNA ของไวรัสให้เป็นโปรตีนของไวรัส แล้วประกอบร่างสร้างตัวของมันให้ขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป
ไวรัสส่วนใหญ่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 20 นาโนเมตร (nm) จนถึง 250–400 นาโนเมตร และไวรัสประเภทต่าง ๆ ก็มีรูปร่างที่แตกต่างกัน เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกไวรัสในแต่ละกลุ่มนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาโครงสร้างสามประการคือ (1) ชนิดและขนาดของกรดนิวคลีอิก (2) รูปร่างและขนาดของ capsids และ (3) การมีไขมันที่ envelope ที่ได้มาจากเซลล์โฮสต์ที่อยู่โดยรอบนิวคลีโอแคปซิดของไวรัส
การจัดกลุ่มเรียกว่าอนุกรมวิธาน โดยจัดกลุ่มเป็นครอบครัว (family) โดยใช้คำท้าย (suffix) คือ -viridae
เป็นไวรัสขนาดใหญ่ของ มีโครงสร้างที่ซับซ้อน ขนาด 400 × 250 นาโนเมตร มีจีโนมเป็นดีเอ็นเอแบบเส้นเกลียวคู่ (linear double-stranded DNA) ไวริออนมีโปรตีนและไขมันประมาณ 40 ชนิด และมีโครงสร้างภายในที่เรียกว่า lateral bodies แบ่งออกเป็น 2 ครอบครัวย่อยๆ คือ Chordopoxvirinae ซึ่งติดเชื้อสัตว์พวกมีกระดูกสันหลัง และพวก Entomopoxvirinae ซึ่งติดเชื้ออาร์โทรพอด
Chordopoxvirinae ประกอบด้วยกลุ่มที่เรียกว่า orthopoxviruses (vaccinia), parapoxviruses, avipoxviruses ที่พบในนกและ ไวรัสอื่นๆ ที่ติดเชื้อในแกะกระต่ายและสุกร
เป็นพวก Nonenveloped virions รูปร่าง icosahedral symmetry แขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80 นาโนเมตรและ capsids ที่บรรจุ capsomeres 252 หน่วย มี 12 จุดยอด (vertices) ซึ่งติดอยู่กับเส้นใยไกลโคโปรตีนที่มีความยาว 10-30 นาโนเมตร โดยมีปุ่มที่ปลายสาย
จีโนมเป็น DNA ที่มีเส้นคู่เป็นเส้นตรง (linear double-stranded DNA) จำแนกเป็น 2 กลุ่มย่อย: mastadenoviruses ซึ่งติดเชื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ aviadenoviruses ซึ่งติดเชื้อนก
เป็นกลุ่มไวรัสที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารชนิดเฉียบพลันที่พบบ่อยของมนุษย์และบางชนิดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เพาะเลี้ยงและอาจทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์
เป็น Icosahedral virions ที่มี capsid เส้นผ่าศูนย์กลาง ยาวประมาณ 150-200 nm และ 162 capsomeres ล้อมรอบด้วยเปลือกหุ้มชั้นนอกที่มี glycoprotein spikes
จีโนมประกอบด้วย DNA ที่มีเกลียวสองเส้นเป็นเส้นตรง (linear double-stranded DNA) แบ่งเป็น 3 ครอบครัวย่อย:
Alphaherpesvirinae ประกอบด้วยไวรัสเริมมนุษย์ชนิดที่ 1 และ 2 (human herpes simplex viruses types 1 and 2) ไวรัสวัวที่ทำให้เกิด mamillitis ไวรัส SA8 และ monkey B virus, ไวรัส pseudorabies, herpesvirus ในม้า, และไวรัส varicella-zoster
Betaherpesvirinae ประกอบด้วยสายพันธุ์ของไวรัสจำพวก cytomegaloviruses
Gammaherpesvirinae ประกอบพวกเชื้อไวรัส Epstein-Barr, baboon herpesvirus, herpesvirus ในลิงชิมแปนซี , ไวรัสโรค Marek's ที่พบในไก่, herpesvirus saimiri, และ herpesvirus ateles
เป็นพวก Large enveloped หรือ nonenveloped icosahedral virions ขนาดใหญ่ ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 120–350 นาโนเมตร และมี DNA แบบเส้นคู่เป็นเส้น เช่น พวก Iridovirus ซึ่งมีเชื้อไวรัส iridescent virus 6 ที่พบในสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง และ Lymphocystivirus เช่น ชนิดที่เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคต่อมน้ำเหลืองที่พบในปลา (lymphocystis disease virus 1)
Icosahedral enveloped virions มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 175–215 nm ที่มี DNA แบบ double-strand เป็นเส้นตรง ตระกูลนี้ประกอบด้วย Asfivirus หนึ่งชนิด ซึ่งมีไวรัสไข้หวัดใหญ่ในหมู สายพันธุ์แอฟริกา (African swine fever virus)
virions ทรงกลมขนาดเล็กที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40–48 nm ประกอบด้วย circular double-stranded DNA with a single-stranded DNA region and a DNA-dependent DNA polymerase ที่ซ่อมแซม DNA Gap และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจำลองแบบของไวรัส นอกจากนี้ยังมีลักษณะคือการใช้ reverse transcriptase สำหรับการจำลองแบบและการผลิตโปรตีนจำนวนมากที่ละลายน้ำได้ (HBsAg) ได้แก่ไวรัสพวก Orthohepadnavirus ซึ่งประกอบด้วยไวรัสตับอักเสบบี (hepatitis B) ที่ติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ Avihepadnavirus ซึ่งประกอบด้วยไวรัสตับอักเสบบี ที่ติดเชื้อนก
Icosahedral, nonenveloped virions ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 52–55 nm มี 72 capsomeres ตัว Papillomaviruses ไม่สามารถเติบโตจากการเพาะเลี้ยงเซลล์ และพวกมันมักจะทำให้เกิดหูดและ benign papillomas ในบางกรณี papillomas ก็อาจจะพัฒนาเป็นมะเร็ง
Small icosahedral, nonenveloped virions ที่มี 32 capsomeres วัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 18–26 นาโนเมตร มี DNA เส้นเดี่ยว ไวรัสของตระกูลนี้แบ่งออกเป็นสองตระกูลย่อย:
Parvovirinae ซึ่งแพร่เชื้อของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
Densovirinae ซึ่งติดเชื้อแมลง
Icosahedral, nonenveloped virions มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ขนาด 40-40 นาโนเมตร โครงสร้าง Virions เป็นแบบ covalently linked circular double-stranded DNA ได้แก่ไวรัสพวก Polyomavirus
icosahedral virions ขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20–30 นาโนเมตร ประกอบด้วย 60 capsomeres และมีสารพันธุกรรมเป็น single-stranded, positive-sense RNA
สมาชิกกลุ่มนี้ ได้แก่ Enterovirus (polioviruses), Cardiovirus, Rhinovirus (ไวรัสหวัดทั่วไป) และ Aphthovirus (ไวรัสโรคปากและเท้า)
Icosahedral, nonenveloped virions ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 35-39 nm ประกอบด้วย 32 capsomeres และ 180 โมเลกุลของ capsid โปรตีนเดี่ยว จีโนมนั้นประกอบไปด้วย RNA ที่มีความรู้สึกเป็นบวก ไวรัสต้นแบบของตระกูลนี้คือตุ่ม exanthema ของไวรัสหมู
virions รูปร่างทรงกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 70 นาโนเมตร จีโนมคือ RNA แบบเส้นเดี่ยว (single-stranded positive-sense RNA) มี 2 จำพวก:
Alphavirus
ประกอบด้วยไวรัสที่ส่งมาจากสัตว์ขาปล้อง (โดยเฉพาะในยุง) ได้แก่ ไวรัส Sindbis และไวรัสไข้สมองอักเสบในม้า (eastern and western equine encephalitis viruses)
Rubivirus
Rubivirus ประกอบด้วยไวรัสที่ไม่ใช่พวกที่พบในอาร์โทรพอด เช่นพวกเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหัดเยอรมัน
ไวรัสของตระกูลนี้ได้รับการห่อหุ้ม มี envelope และมีรูปร่างเป็นทรงกลม โดยมีจีโนมที่ประกอบด้วย RNA (nonsegmented single-stranded positive-sense RNA) ไวรัสเหล่านี้จะถูกส่งโดยแมลงหรือ arachnids และทำให้เกิดโรคที่รุนแรง เช่น ไข้เหลือง (yellow fever) ไข้เลือดออก (dengue) โรคไข้สมองอักเสบจากเห็บ (tick-borne encephalitis) โรคไข้สมองอักเสบญี่ปุ่นชนิดบี (Japanese B encephalitis) และไวรัสตับอักเสบซีในมนุษย์
Enveloped virions ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 120 นาโนเมตร โดยมีนิวคลีโอแคปซิดเป็นเกลียวซึ่งบรรจุ single strand of positive-sense RNA มีโครงสร้าง glycoprotein spikes ที่เชื่อมกับเปลือก envelope ในลักษณะมงกุฎ (coronal) ไวรัสในตระกูลนี้เป็นตัวแทนที่สำคัญของโรคระบบทางเดินอาหารที่พบในมนุษย์ สัตว์ปีก และวัว
รวมถึง SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิด COVID-19 ซึ่งกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้
Enveloped virions ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80–120 นาโนเมตร โดยมีนิวเคลียสนิวคลีโอแคปซิด ซึ่งประกอบด้วย single-stranded negative-sense RNA และ endogenous RNA polymerase ไลโปโปรตีนในเปลือกประกอบด้วย glycoproteins 2 ชนิดที่เป็นที่รู้จัก คือ hemagglutinin และ neuraminidase
ไวรัสที่รู้จักกันดีที่สุดในตระกูลนี้คือไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza viruses) 3 ชนิดที่แตกต่างกัน ได้แก่ ชนิด A, B และ C
Enveloped virions มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่แตกต่างกันตั้งแต่ 150 ถึง 200 นาโนเมตร บรรจุ single strand of negative-sense nonsegmented RNA และ endogenous RNA polymerase ที่เปลือกหุ้มมีไลโปโปรตีนประกอบด้วย glycoprotein spikes 2 ชนิด คือ hemagglutinin-neuraminidase (HN) และ fusion factor (F)
กลุ่มย่อยที่สำคัญคือ
Paramyxovirinae ซึ่งประกอบด้วยไวรัส parainfluenza ในมนุษย์และไวรัสคางทูม รวมทั้งไวรัสโรคนิวคาสเซิลที่พบในสัตว์ปีก Morbillivirus ทำให้เกิดโรคหัดในมนุษย์ โรค Canine distemper ที่เล่นงานระบบ respiratory, gastrointestinal และ nervous systems พบในสุนัขและแมว โรค rinderpest ในวัว
Pneumovirinae ทำให้เกิดโรคไวรัสติดเชื้อทางเดินหายใจชนิดร้ายแรง พบในเด็กทารก (serious respiratory syncytial virus disease)
Enveloped virions มีรูปร่างคล้ายกระสุน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 75 นาโนเมตรและยาว 180 นาโนเมตรประกอบด้วยนิวคลีโอแคปซิดที่มีอาร์เอ็นเอสายเดี่ยว (single-stranded negative-sense RNA and an endogenous RNA polymerase) ไวรัสตระกูลนี้มีการติดเชื้ออย่างแพร่หลายสำหรับพืชและสัตว์ ตั้งแต่ในแมลงถึงมนุษย์ ไวรัสพวกที่ติดเชื้อในสัตว์ ได้แก่ Vesiculovirus ที่ป็นสาเหตุของโรคตุ่มเปื่อยในวัว สุกร และม้า และ พวกLyssavirus ซึ่งรวมถึงโรคพิษสุนัขบ้า (rabies)
Enveloped virions มีลักษณะเป็รเส้นใยที่มีความยาว 650–1,400 นาโนเมตร ประกอบด้วยนิวคลีโอแคปซิด (single-stranded negative-sense RNA (ความยาว 19 kilobases) และ endogenous RNA polymerase) ที่เปลือกหุ้มมีไลโปโปรตีนประกอบด้วย glycoprotein ชนิดเดียว เป็นแอนติเจนชนิดเฉพาะ ประกอบด้วย 2 กลุ่ม:
Filovirus ซึ่งมีไวรัส Marburg
Ebolavirus ซึ่งมีไวรัสอีโบลา
ไวรัสเหล่านี้แยกได้จากลิงในแอฟริกาและเชื้อไวรัสทั้งคู่เป็นเชื้อที่อันตรายมาก บางสายพันธุ์ทำให้เกิดไข้เลือดออก (hemorrhagic fevers) รุนแรงในมนุษย์ อัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้สูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์
Enveloped virions มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 110-130 nm ครอบครัวนี้มี Arenavirus สกุลเดียว มีสปีชีส์กระจายอยู่ทั่วไปในสัตว์และเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงของมนุษย์ มีพาหะนำโรคคือแมลง
Enveloped virions มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80–120 nm โดยมีนิวคลีโอแคปซิด 3 ส่วน (helical nucleocapsid containing single-stranded RNA of negative sense and endogenous RNA polymerase) ไวรัสหลายตัวถูกจัดกลุ่มนี้: Orthobunyavirus, Phlebovirus, Nairovirus, Tospovirus และ Hantavirus ไวรัสเหล่านี้ส่วนใหญ่ถ่ายทอดจากสัตว์ขาปล้อง (arthropods) และก่อให้เกิดโรคที่ร้ายแรงของมนุษย์
virions ที่ห่อหุ้มด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80–100 nm พร้อมสำเนา RNA แบบ positive-strand 1 ชุดที่เหมือนกันใน virions แบบไม่มีการป้องกันและ reverse transcriptase ซึ่งส่งเสริมการสังเคราะห์ DNA แบบเกลียวคู่จากแม่แบบ RNA ของไวรัส จุดเด่นของเทมเพลต virion RNA คือลำดับนิวคลีโอไทด์เทอร์มินัลซ้ำ (LTR) ซึ่งทำหน้าที่ในการรวม DNA ในโครโมโซมของเซลล์โฮสต์ Retroviridae ทำให้เกิดโรคมะเร็งในสัตว์หลายชนิดรวมถึงมนุษย์และอาจมาจากลำดับนิวคลีโอไทด์ของเซลล์ปกติที่เรียกว่าโปรโต - ออนโคเจนเนส ไวรัส retroviruses บางชนิดของกลุ่ม lentivirus ทำให้เกิดโรคเอดส์ในมนุษย์ลิงเฟลินและโค
Nonenveloped icosahedral virions ที่ล้อมรอบด้วยเปลือกโปรตีนด้านนอกและด้านใน มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60-80 นาโนเมตร และมีอาร์เอ็นเอสองสาย (double-stranded RNA in 10 to 12 segments) ไวรัสในตระกูลนี้ติดเชื้อพืชและสัตว์หลายชนิด เป็นไวรัสที่ติดต่อในสัตว์ ได้แก่ Orthoreovirus, Orbivirus, Rotavirus ที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ (gastroenteritis) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และในมนุษย์
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมที่ https://www.britannica.com/science/virus
1.ทางเดินหายใจ
เช่น ไวรัสโรคหวัดธรรมดา ไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโรคไข้หวัดนก ไวรัสที่ทำให้เกิดปอดอักเสบ ไวรัสโรคหัด จะติดต่อทางลมหายใจ ไอ จาม รดกัน การจูบกับคนที่เป็นโรค โดยไวรัสจะอยู่ในเซลล์ที่ปะปนออกมากับน้ำมูกน้ำลายที่ผู้ป่วยปล่อยออกมา
2.เลือด
เช่น ไวรัสโรต้า/โรคท้องร่วงจากไวรัสโรตา (Rota virus) ซึ่งทำให้เกิดโรคท้องร่วง/ท้องเสีย (Diarrhea) และไวรัสโปลิโอ (Polio virus) ที่ทำให้เกิดโรคแขนขาลีบ/โรคโปลิโอ เป็นต้น
เช่น โรคเอดส์ โรคไวรัสตับอักเสบทุกชนิด เช่น ได้รับเลือดที่มีเชื้อจากการรับเลือด ถูกเข็มฉีดยาที่เปื้อนเลือดผู้ป่วยแทงที่ผิวหนัง เลือดที่มีเชื้อไวรัสเข้าปาก เป็นต้น
3.การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคหรือเป็นพาหะโรคของไวรัส
เช่น โรคเอดส์ โรคหูดหงอนไก่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากไวรัสเอชพีวี เช่น การติดเชื้อเอชพีวีอวัยวะเพศหญิง โรคเริมอวัยวะเพศ ซึ่งมีสาเหตุจากไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ชนิดที่ 2
4.การตั้งครรภ์โดยเชื้อไวรัสแพร่จากแม่ไปสู่ลูก
เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) เชื้อไวรัสตับอักเสบ เชื้อไวรัสซีเอ็มวี (CMV) โรคหัดเยอรมัน (Rubella)
5.ทางการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง
เช่น ไวรัสโรคอีสุกอีใส โรคไข้ทรพิษ
6.ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด
เช่น ไวรัสโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) สามารถเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลที่ถูก สุนัข แมว ค้างคาวกัด เป็นต้น
7.เข้าทางตา
เช่น ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตาแดงจากไวรัส (Viral conjunctivitis)
8.ยุงกัด
เช่น ไวรัสสมองอักเสบ (Japanese B encephalitis virus) ไวรัสโรคไข้เลือดออกเด็งกี่ (Dengue hemorrhagic fever) ที่พบอยู่เสมอในประเทศไทยเป็นต้น
9.ทางปาก
อ้างอิง
http://www.student.chula.ac.th/~60370875/Virus.html