ไวรัสโรคโควิด-19 ทำให้สูญเสียการรับกลิ่น ?
มีข้อมูลระบุว่าเมื่อคนเรามีการติดเชื้อไวรัสแล้ว ประมาณ 40% จะเกิดอาการสูญเสียการรับกลิ่น (Anosmia) อ้างอิงตามประกาศที่เผยแพร่ออนไลน์เมื่อวันที่ 21 มีนาคมโดยสมาคมแพทย์หู คอ จมูก ของอังกฤษ (ENT UK at The Royal College of Surgeons of England) แล้วเจ้าไวรัสโรคโควิด-19 หล่ะ?
มีข้อมูลหลักฐานไหม?
ที่ผ่านมามีหลักฐานข้อมูลศึกษาจากประเทศเกาหลีใต้ จีน และอิตาลี ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าติดเชื้อ COVID-19 เกิดอาการสูญเสียการรับกลิ่น หรือรับกลิ่นได้ลดน้อยลง (anosmia/hyposmia) มีรายงานในประเทศเยอรมนีว่ามากกว่า 2 ใน 3 กรณีที่ยืนยันมีอาการนี้ โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ซึ่งมีการตรวจคัดกรองเยอะมากๆ พบว่า 30% ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อและไม่รุนแรง พบว่ามีอาการ anosmia ร่วมด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มขึ้นจำนวนมากที่กล่าวถึงกรณีที่ผู้ป่วยมี anosmia โดยที่ไม่มีอาการอื่น ๆ เลย แต่น่าเสียดายที่ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ตรงตามเกณฑ์ปัจจุบันสำหรับการทดสอบหรือ self isolation เพราะไม่อยู่ในอาการโรคที่ต้องคัดกรอง ปัจจุบันประเทศไทยก็ไม่ได้ใช้ความผิดปกติของการรับกลิ่นเป็นตัวบ่งชี้ในการติดเชื้อโรคโควิด-19
ภาวะสูญเสียการรับกลิ่นมีกลไกอย่างไร ?
ในมุมมองของนักประสาทวิทยาศาสตร์ ผมมองว่าอาจจะเป็นไปได้ว่า
* เกิดการอักเสบขึ้นในโพรงจมูกที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ระบบประสาทรับกลิ่นทำงานผิดปกติ
* ไวรัสโควิด-19 ทำลายเซลล์ในเยื่อบุผิวที่โพรงจมูก เซลล์ประสาทรับกลิ่นที่จะส่งข้อมูลนำเข้าไปแปรผลที่สมองทำงานผิดปกติ
* สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับกลิ่นที่ชื่อ ออลแฟคตอรีบัลบ์ (olfactory bulb) ได้รับผลกระทบ เช่น กรณีของโคโรนาไวรัสที่ชื่อ HCoV OC43 ที่เดินทางจากโพรงจมูกเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางได้
* หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับสมองส่วนอื่นๆ ด้วยเพราะระบบประสาทรับกลิ่น ต้องเชื่อมโยงกับระบบประสาทส่วนอื่นๆ Thalamus, hippocampus หรือ amygdala ด้วย
รู้แล้วจะมีประโยชน์อย่างไร ?
ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ มีความเป็นไปได้ที่ว่าหากผู้ใหญ่ที่มีภาวะสูญเสียการรับกลิ่น รู้สึกว่าจมูกทำงานแปลกๆ รับกลิ่นได้น้อยลง แต่ไม่มีอาการอื่นใด ไม่มีไข้ ไม่ไอ อาจจะจะถูกขอให้กักตัวเองนอกเหนือจากเกณฑ์อาการปัจจุบัน เพราะเราอาจจะสามารถลดจำนวนบุคคลที่ติดเชื้อเพิ่มเติมได้ เพราะคนที่มีอาการสูญเสียการรับกลิ่นแต่ไม่มีอาการอย่างอื่น คนเหล่านี้จะเป็นพาหะนำโรคได้ ถ้าไม่แยกตัวเอง ยังเข้าสังคมเพราะคิดว่าไม่เป็นไร ก็จะเพิ่มโอกาสการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้
สมาคมแพทย์ที่สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาได้ประกาศสนับสนุนให้เฝ้าระวังอาการรับกลิ่นผิดปกติ และใช้คัดกรองอาการโรคเพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ
- President of the British Rhinological Society
- President of ENT UK
- American Academy of Otolaryngology — Head and Neck Surgery
สำหรับประเทศไทยนั้น ยังไม่มีคำแนะนำหรือประกาศเพิ่มเติม จำเป็นต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แต่อย่างไรก็ตาม หากแพทย์ พยาบาล ที่ทำหน้าที่คัดกรองโรค มีข้อมูลเรื่องนี้ ช่วยกันสอบถาม หรือถ้าพบผู้ป่วยบ่นว่าการรับกลิ่นผิดปกติ ก็ควรจะต้องแจ้งทางการให้ทราบว่ามันมีความสำคัญที่ต้องปรับเกณฑ์อาการที่ต้องเฝ้าระวังและตรวจเพิ่มเติม สำหรับประชาชนทั่วไปถ้าไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร จู่ๆ ก็มีอาการรับกลิ่นผิดปกติ ผมว่าไม่เสียหายที่จะสงสัยและกักตัวเอง และเฝ้าระวังมากขึ้นครับ
อ่านเพิ่มเติม
ประกาศของสมาคมแพทย์ที่สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา
Prof Claire Hopkins, BMBCh, MA FRCS(ORLHNS) DM(Oxon)
President of the British Rhinological Society
Professor of Rhinology, King’s College London
Consultant ENT Surgeon, Guy’s and St Thomas’ Hospitals
Prof Nirmal Kumar,
President of ENT UK
https://www.entuk.org/.../Loss%20of%20sense%20of%20smell...
American Academy of Otolaryngology — Head and Neck Surgery
https://www.entnet.org/.../aao-hns-anosmia-hyposmia-and...
ตัวอย่างแบบรายงานความผิดปกติของการรับกลิ่นสำหรับแพทย์ COVID-19 Anosmia Reporting Tool for Clinicians
https://www.entnet.org/.../reporting-tool-patients...
ผู้ป่วยที่สูญเสียการรับกลิ่น (ไม่ได้กลิ่น หรือ Anosmia) หรือได้กลิ่นน้อยลง (Hyposmia) ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
http://www.rcot.org/2016/People/Detail/220
จำนวนผู้ป่วยโรค COVID-19 ทั่วโลก ทะลุ 100,000 คนแล้ว https://news.sky.com/story/coronavirus-the-infection-numbers-in-real-time-11942138
ติดตามเพิ่มเติมที่
https://experience.arcgis.com/…/685d0ace521648f8a5beeeee1b9…
Data source: WHO, National Health Commission of the People’s Republic of China
Map production: WHO Health Emergencies Programme
© World Health Organization 2020, All rights reserved