แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เซ็นสัญญากับใครในช่วงซัมเมอร์ หงส์แดง ตกเป็นข่าวกับ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ กองกลางทีม โมนาโก แต่ขุนพลทีมชาติ ฝรั่งเศส เลือกย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวแพงระยับ 85.3 ล้านปอนด์”เราต้องการมิดฟิลด์ แต่เขาเลือกอีกสโมสร มันเกิดขึ้นได้” คล็อปป์ เอ่ย”ตอนนี้เราต้องดูกันว่าเราจะได้คนอื่นหรือเปล่า บางคนไม่ถูกสโมสรปล่อยตัว
ดังนั้นมันจึงน่าสนใจว่าจะเป็นยังไง”จนในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ยืม อาร์ตูร์ เมโล่ มาจาก ยูเวนตุส แต่มิดฟิลด์แซมบ้าได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกมนัดเดียว และล้มเจ็บยาวไปแล้วจนไม่น่าจะได้เซ็นสัญญากันอย่างถาวรถึงขณะนี้ ดูบอลสด ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ถูกลือกับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม ดาวเตะทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างหนักว่าเป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งของพวกเขาซึ่งสโมสรพร้อมทุ่มเงินเป็นสถิติซื้อมาร่วมทีมในเดือนม.ค.นอกจากขุนพลทีมชาติ อังกฤษ แล้ว กองกลางตัวรับที่ เร้ด แมชีน ให้ความสนใจประกอบไปด้วย มาร์เซโล่ โบรโซวิช ของ อินเตอร์มิลาน , มอยเซส ไกเซโด้ ของ ทีม ไบรท์ตัน และ ดักลาส หลุยซ์ ของทีม แอสตัน วิลล่า ซึ่งทั้งหมดอาจได้ย้ายทีมในช่วงปีใหม่นับตั้งแต่ขาย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ให้กับ บาร์เซโลน่า ในเดือนม.ค.2018 ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ดึงใครมาเป็นตัวแทนโดยตรงของสตาร์ชาวเมืองกาแฟเลย
อเล็กซานเดอร์ อารโนลด์ หรือว่า แอนดี้ โรเบิร์ตสันกระทั่งผ่านมาถึงซีซั่นนี้ สองฟูลแบ็คของทีมเริ่มมีผลงานไม่สู้ดี และน่าจะทำให้ ลิเวอร์พูล มองหากองกลางตัวรุกอย่างจริงๆจังๆอีกหนจากที่เห็นกันไปหมาดๆ คล็อปป์ พยายามแก้ลำด้วยการปรับหมากการเล่นมาเป็น 4-4-2 เน้นรุกเต็มสูบ แต่ขณะเดียวกัน ทีมของเขาไม่มีตัวรุกชั้นยอดอย่าง เควิน เดอ บรอยน์มาร์ติน โอเดการ์ด
หรือว่า บรูโน่ แฟร์นันด์สครั้นจะพึ่งพาอาศัยดาวรุ่งอย่างฟาบิโอคาร์วัลโญ่หรือว่าฮาร์วีย์เอลเลียตต์ก็ยังเร็วเกินไปจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า หงส์แดง ต้องการสตาร์หมายเลข 10 เอาไว้ต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามและบางทีเจมส์แมดดิสันมิดฟิลด์ทีมเลสเตอร์ซิตี้น่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ได้อย่างลงตัวเนื่องจากเขามีคุณสมบัติยิงประตูเองได้และแอสซิสต์ได้เยี่ยมเช่นกันเท่าที่ผ่านมาลิเวอร์พูลใช้เงินกับนักเตะตัวรุกไปมากแต่ยังไม่มากพอที่จะทำให้สโมสรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่นับจากเดือน ม.ค.หงส์แดงควักจ่ายเป็นเงินในเบื้องต้น 37.5 ล้านปอนด์คว้าหลุยส์ดิอาซ มาร่วมทัพก่อนทุ่มทุนเป็นสถิติใหม่ของสโมสร 85 ล้านปอนด์ฉุดดาร์วินนูนเญซมาเป็นตัวแทนของซาดิโอมาเน่อย่างไรก็ดีดาวยิงทีมชาติอุรุกวัยยังตอบแทนถิ่นแอนฟิลด์ได้ไม่มากพอ ซ้ำร้ายปีกทีมชาติโคลอมเบีย ล้มเจ็บยาวไปอีกคนในเกมแพ้อาร์เซน่อลที่สนามเอมิเรตส์สเตเดี้ยม
และต่อให้ คล็อปป์ ยังมี โม ซาลาห์ ดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นก่อนอยู่ในสังกัด แต่หลังต่อสัญญาพร้อมรับทรัพย์ก้อนโต กองหน้าแอฟริกันก็ไม่ใช่ คิง ออฟ อียิปต์ เหมือนก่อนอีกแล้วเนื่องจากแปดเกมในลีกซีซั่นนี้ เขาสอยตาข่ายได้สองเม็ดเท่านั้นมีการตีแผ่ออกมาว่านับจากซีซั่น 2018/19 ซาลาห์ ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 17,607 นาทีซึ่งไม่มีนักเตะคนไหนยกเว้นนายทวารเหนื่อยหนักมากไปกว่าเขาในช่วงเวลาเดียวกัน