หลังจบสิ้นนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2022 ในเกมการฟาดแข้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ธ.ค.ฟีฟ่า ประกาศรางวัลยอดเยี่ยมออกมาทันทีหลังจบศึกนัดชิงดำซึ่งเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้นชนิดชวนให้หัวใจวายโดย อาร์เจนติน่า เฉือนชนะ ฝรั่งเศส แชมป์เก่า ด้วยการดวลลูกโทษตัดสินหลังจากทั้งสองทีมเสมอกันอย่างดุเดือด 3-3 ในเวลา 120 นาทีสำหรับรางวัล โกลเด้น บอล หรือนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ตกเป็นของใครไปไม่ได้
นอกจาก ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติ อาร์เจนติน่า ซึ่งประสบความสำเร็จได้ แชมป์โลก ไปครองเป็นครั้งแรกในชีวิต และจะเป็นการปิดฉากการรับใช้ชาติอย่างยิ่งใหญ่จากที่เจ้าตัวเคยยืนยันว่า ฟุตบอลโลก ที่ กาตาร์ ดูบอลสด จะเป็นการลงเล่นรายการนี้หนสุดท้ายในอาชีพของเขาจากความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ เมสซี่ เป็นนักเตะคนเดียวที่ได้รางวัลชิ้นนี้สองหนนับตั้งแต่มีการแจกรางวัลเมื่อปี 1982 โดยดาวเตะวัย 35 ปีเคยประสบความสำเร็จมาแล้วหนึ่งครั้งในปี 2014ส่วนรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ได้แก่ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ กองกลางวัย 21 ปีของทีม ฟ้าขาว ซึ่งโชว์ฟอร์มในรายการนี้ได้อย่างน่าจับตามอง และตกเป็นข่าวได้รับการจับจ้องจากหลายทีมยักษ์ที่หวังคว้าเขาไปจากทีม เบนฟิก้าขณะเดียวกัน ขุนพลทีม ฟ้าขาว ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน
มือกาวทีม แอสตัน วิลล่า ซึ่งเซฟลูกโทษพาทีมคว้า แชมป์โลก ไปครองด้าน คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติ ฝรั่งเศส ซึ่งซัดแฮททริคได้ในนัดชิงชนะเลิศคว้ารางวัล โกลเด้น บู้ท หรือดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ 8 ประตูจาก 7 นัด อีกทั้งเจ้าตัวยังทำได้ 2 แอสซิสต์ด้วยขณะเดียวกัน มีการเปิดเผยว่า ฟุตบอลโลก 2022 จบลงโดยมีการยิงประตูกันไปทั้งสิ้น 172 ประตูซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติจากที่การฟาดแข้งปี 1998
และปี 2014 เคยมีการพังประตูรวมกันทั้งสิ้น 171 ประตูเท่ากันทั้งนี้รางวัลอื่นๆอาทิประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์จะมีการประกาศในภายหลังเนื่องจากฟีฟ่า เปิดโอกาสให้แฟนบอลร่วมโหวตเช่นเดียวกับรางวัล ทีมเอนเตอร์เทนยอดเยี่ยมขณะที่รางวัลฟีฟ่าแฟร์เพลย์ โทรฟี่และ ออลสตาร์ทีมจะมีการประกาศในเวลาต่อมาเช่นกันเนื่องจากต้องรอการตรวจเช็กจากคณะกรรมการของฟีฟ่าซะก่อนเอมิเลียโน่มาร์ติเนซผู้รักษาประตูทีมชาติอาร์เจนตินาล้อเลียนคีลิยันอ็มบั๊ปเป้กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ระหว่างการฉลองแชมป์ ฟุตบอลโลก 2022 ในห้องแต่งตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมาทัวร์นาเมนท์นี้เอ็มบั๊ปเป้ทำผลงานได้สุดยอดด้วยการทำได้ถึง 8 ประตูโดยในจำนวนนั้นเป็นการทำแฮตทริกได้ในนัดชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินาแต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมของเขาได้แชมป์หลังจากที่ทัพเลส์เบลอส์”แพ้ “ฟ้า-ขาว”ในช่วงดวลจุดโทษ
ทั้งนี้ หลังจบเกมนั้นบรรดานักเตะ อาร์เจนตินา ฉลองกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยงในห้องแต่งตัว โดยช่วงหนึ่งพวกเขาตั้งแถวกันเต้นอย่างเริงร่าพร้อมกับร้องเพลงว่า “ขอจงร่วมไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาทีให้กับ…” อย่างต่อเนื่องไปด้วย เพื่อเป็นการตอกกลับบรรดาคนที่เคยมองข้ามพวกเขาหรือเพื่อล้อเลียนคนที่พวกเขาอยากล้อ โดยจะมีการใส่ชื่อคนที่เป็นเป้าหมายของพวกเขาไปทีหลัง