ไม่ว่าผู้เผชิญกับประสบการณ์ทางจิตจะมีอายุเท่าใด การกล่าวถึงประสบการณ์เหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ยาก แต่เมื่อประสบการณ์ทางจิตเกิดขึ้นกับผู้ชรา พวกเขาก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก แต่มันก็เกิดขึ้นเสมอ เช่นเดียวกันกับการที่สร้างสรรค์อันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้นในวัยหนุ่มสาวในยุคสมัยของเธอ เธออาจได้กำไรจากผู้ชรามากขึ้นกว่าเดิมด้วยการตระหนักถึงประสบการณ์ทางจิตของผู้ชราและพยายามทำความเข้าใจกับประสบการณ์เหล่านั้น
เมื่อบุคคลเจริญวัยขึ้นจนกระทั่งถึงวัยที่เกษียณ สติสัมปชัญญะได้รับอิสรภาพมากขึ้นและเป็นตัวตัวเองมากขึ้น สติสัมปชัญญะจึงมีโอกาสใช้ความสามารถของมันมากขึ้น และได้รับการยินยอมให้สร้างสรรค์ได้กว้างกว่าวงจำกัดที่เคยได้รับในวัยเด็กและวัยทำงาน
แต่ในวัยดังกล่าว ผู้ที่เกษียณกลับได้รับคำเตือนให้ระแวดระวังถึงพฤติกรรมที่ส่งให้เห็นถึงอาการเสื่อมหัวสมองซึ่งเลือกทำงานอย่างที่เคยทำ ความเชื่อของส่วนรวมที่มีต่อผู้ที่ถึงวัยเกษียณและยากเข้าวัยชราทำให้บุคคลเหล่านั้นเห็นภาพพจน์ของตนเองแปลกไปพวกเขากลัววัยของเขาจะทรยศต่อเขา พวกเขาจึงมักมองเห็นตนเองว่าเป็นเพียงของเหลือ หรือเป็นร่องรอยอันเลือนลาของตัวตนที่ดีกว่าซึ่งไม่มีอยู่อีกต่อไป ระบบความเชื่อในคุณค่าของตนเองของบุคคลเหล่านี้มักตัดสินตนเองถึงความเป็นจริงที่เขาจะต้องมีชีวิตอยู่เป็นอยู่ดำเนินต่อไปกาลเวลา หากพวกเขามีชีวิตอยู่ต่อไปพวกเขามักจะไม่เชื่อในคุณภาพของร่างกายของเขาอีกต่อไป พวกเขามักจะแสดงออกตามกฎที่สังคมเขียนไว้ให้ตามความเชื่อของเขา