หากเธอซื่อสัตย์ต่อตนเองและซื่อสัตย์ต่อรายการความเชื่อที่เธอจดบันทึกไว้ เธอจะพบสิ่งที่ฉันเรียกว่าความเชื่อหลัก ความเชื่อหลักเป็นความคิดที่รุนแรงเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่-เป็นอยู่-ดำเนินไปความเชื่ออื่นๆเป็นความเชื่อรองซึ่งในระยะแรกคืออาจจะเห็นว่ามันแปลกแยกแตกต่างกัน หากเธอพิจารณาต่อไป เธอจะพบว่าความเชื่อเราทั้งหลายล้วนเกี่ยวพันกับความเชื่อหลัก และถ้าหากเธอเข้าใจได้ว่าความเชื่อหลักหนึ่งๆเป็นเพียงความเชื่อ ไม่ใช่ความเป็นจริงความเชื่ออื่นๆที่เกี่ยวพันก็จะร่วงหล่นตามความเชื่อหลักนั้นไปได้โดยปริยาย
เธอจำเป็นต้องเข้าใจถึงสัมพันธภาพระหว่างความคิดกับจินตนาการ การที่เธอจะจำกัดความเชื่อที่ไม่เหมาะสมและสร้างความเชื่อใหม่ๆขึ้นมาได้นั้น เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้จินตนาการที่จะนำความคิดรวบยอดใหม่ๆมาสู่ความรู้สึกนึกคิดของตนเอง การจินตนาการอย่างเหมาะสมสามารถผลักดันความคิดทั้งหลายให้เป็นไปในทิศทางที่เธอปรารถนาได้
ความเชื่อทั้งหลายไม่อาจหยุดยั้งอิสระแห่งความปรารถนาของจิตวิญญาณในการแสวงหาประสบการณ์อันหลากหลายและการเติมเต็มคุณค่าแห่งชีวิตได้ แม้เวลาจะล่วงเลยไปในโลกแห่งความเป็นจริงของเธอ ก็ไม่มีคำว่าสายเกินแก้สำหรับจิตวิญญาณ เมื่อใดที่เธอตระหนักในอิสระแห่งความปรารถนาของจิตวิญญาณเธอจะเป็นเปลี่ยนความเชื่อเหล่านั้นเป็นความรู้และพร้อมเสมอที่จะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆและเติมคุณค่าให้กับชีวิต