กิตาบ ปะนาวาร บาฆีฮาตี
บทที่สี่ กล่าวถึงท้อง
ท่านทั้งหลายพึงทราบเถิด แท้จริงพระองค์อัลลอฮได้สร้างท้องให้เราก็เพื่อผลประโยชน์หลายๆอย่างในทางศาสนา และก็หลายๆประโยชน์ในทางโลกนี้ ส่วนหนึ่งจากประโยชน์ของท้องในทางศาสนาก็คือ การให้ความช่วยเหลือแก่ร่างกาย ในการเปลี่ยนแปลงอาหารที่ร่างกายบริโภคเข้าไปให้กลายเป็นเลือด และกลายเป็นน้ําอสุจิ ซึ่งด้วยกับน้ำอสุจินั้น ทำให้มนุษย์นั้นมีบุตร ทำให้มนุษย์สามารถดำรงค์เผ่าพันธ์อยู่ในโลกนี้
ดังนั้นด้วยกับการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ที่อยู่ที่อยู่ในท้อง เช่น หัวใจ ปอด ลำใส้เล็ก ลำใส้ใหญ่ (แปลตามหนังสือ .. ผู้แปล ) จึงทําให้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้รับความปลอดภัย จากโรคต่างๆ ที่ขัดขวางไม่ให้ปฏิบัติศาสนกิจโดยสมบูรณ์
และสำหรับประโยชน์ของท้องสําหรับในโลกนี้ก็คือการได้รับความสมบูรณ์ในการได้รับรู้ความเอร็ดอร่อยของอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ที่กินเข้าไป ตลอดถึงการมีความสุขอย่างสมบูรณ์ของการร่วมประเวณี เพราะการกิน การดื่ม และการร่วมประเวณี สามประการนี้ จะเกิดได้ในขณะที่ท้องไม่มีความเจ็บป่วย
การขอบคุณเนียะมัตที่อัลลอฮ์ได้สร้างท้องให้กับเรานั้นก็คือ การรักษาท้อง อย่าได้กินหรือดื่มอาหารที่ฮารอม และอาหารชุบฮัต(คลางแคลงสงสัย) คืออาหารที่ไม่มั่นใจ(ยาเกน)ว่าอาการนั้นฮาลาล และไม่มั่นใจว่าอาหารนั้นฮาราม และให้รักษาท้องจากการกินอาหารอิ่มจนเกินไป ดังนั้นจึงเป็นการจําเป็นที่จะต้องรักษาท้องจากการกินอาหารฮารอม และ อาหารชุบฮัตนั้นอย่างจริงจัง เพราะมีเหตุผลอยู่ 3 ประการ
ประการที่หนึ่ง เพราะกลัวจากการถูกลงโทษด้วยไฟนรก อัลลอฮได้กล่าวว่า
إِنَّ الَّذِينَ يَأْكُلُونَ أَمْوَالَ الْيَتَامَىٰ ظُلْمًا إِنَّمَا يَأْكُلُونَ فِي بُطُونِهِمْ نَارًا ۖ وَسَيَصْلَوْنَ سَعِيرًا
سورة النساء 10
ความว่า แท้จริงผู้ที่กินทรัพย์ของลูกกําพร้าโดยอยุติธรรม แท้จริงเขาได้กิน(สาเหต)ของไฟนรกเข้าในท้องของพวกเขา และต่อไปเขาก็จะได้เข้าไปอยู่ในไฟนรกอันโชติช่วง
และท่านนบี ศล. ได้กล่าวไว้ว่า
لا يدخل الجنة لحم نبت من حرام
ความว่า ไม่ได้เข้าสวรรค์ เนื้อที่งอกมาจากอาหารที่ฮารอม
และท่านนบี ศล. ได้กล่าวไว้ว่า
كل لحم نبت من سحب فالنار اولي به
ความว่า ทั้งหมด ของเนื้อที่งอกมาจากอาหารที่ฮารอม ไฟนรกเหมาะสมยิ่งกับมัน
และท่านนบี ศล. ได้กล่าวไว้ว่า
فمن اتقى الشبهات فقد استبرا لدينه وعرضه
رواه الشخان عن النعمان بن بشير رضي الله عنهما
ความว่า ผู้ใดรักษาตัวให้พ้นจากสิ่งที่เคลือบแคลงสงสัย (ว่าเป็นของอนุญาตหรือไม่) แท้จริงแล้วเขานั้นได้รักษาความสะอาดแห่งศาสนาของเขา และแก่ตัวของเขาเอง
ประการที่สอง การกินอาหารที่ฮารอมและอาหารชุบฮัต จะไม่ได้รับการชี้แนะไปสู่ การทําอิบาดะฮ เพราะไม่เป็นการสมควรในการปฏิบัติการอิบาดะห์ เว้นแต่ผู้ซึ่งมีความสะอาดจากสิ่งสกปรก ไม่ว่าสิ่งสกปรกนั้นจะเป็นสิ่งสกปรกที่เห็นด้วยตา เช่น นายิสต่างๆ หรือสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นด้วยตา เช่น ฮาดัสเล็ก หรือฮาดัสใหญ่ และการกิน ของฮารอม และของชุบฮัต
ประการที่สาม การกินอาหารที่ฮารอมหรืออาหารชุบฮัตนั้น มันจะห้ามจากการปฏิบัติ ความดี และถึงแม้เขาไปทําความดีก็ตาม แน่นอนจะไม่ได้รับการตอบรับจากพระองค์อัลลอฮ และเขาจะไม่ได้อะไรเว้นแต่ได้รับความเหน็ดเหนื่อยเท่านั้นเอง
ท่านนบี ศล. ได้กล่าวไว้ว่า
كم من قاءم ليس له من قيامه الا السهر وكم من صاءم ليس له من صيامه الا الجوع واظماء
ความว่า มีมากมายจากผู้ทําละหมาดในตอนกลางคืน ไม่ได้อะไรจากการทํา ละหมาดของเขา เว้นแต่การอดนอนเท่านั้น และมีมากมายจากผู้ถือศีลอดไม่ได้อะไรจาก การถือศีลอดของเขาเว้นแต่ความหิวโหยและกระหายเท่านั้น ได้มีรายงานจากอิบนิอับบาส (รฎ.) ท่านนบีได้กล่าวไว้ว่า
لا يقبل الله صلاة امرىء في جوفه حرام
ความว่า พระองค์อัลลอฮ จะไม่รับการละหมาดของบุคคลซึ่งในท้องของเขามี ของฮารอม
แน่นอนการกินอิ่มจนเกินไป นั้นต้องพยายามให้ห่างไกลเสีย เพราะจะทำให้เกิดการ เสียหายหลายประการจากการอิ่มจนเกินไป เช่น
ประการที่หนึ่ง การกินมากเป็นเหตุให้จิตใจแข็งกระด้าง
ประการที่สอง การกินมาก มันเป็นเหตุให้กระตุ้นอวัยวะทุกส่วนไปในทางไร้สาระ และในทางที่เลวทราม
ประการที่สาม การกินมากนั้น ได้ทําลายปัญญาและความเฉลียวฉลาด และลดความคล่องแคล่วว่องไว และเป็นเหตุ ให้การเข้าใจหลักวิชาและการเรียนรู้ได้น้อย
ประการที่สี่ การกินมาก เป็นเหตุให้ทําอิบาด๊ะห์ได้น้อย เพราะมนุษย์เราเมื่อกินมาก แล้วจะทําให้ร่างกายหนัก และทําให้ง่วงนอน
ประการที่ห้า การกินมาก เป็นเหตุให้ไม่มีความเอร็ดอร่อยในการทําอิบาด๊าฮ์
ประการที่หก การกินมากเป็นที่น่าวิตกว่าจะเกิดการกินอาหารฮารอมหรือ อาหารชุบฮัต ปะปนเข้าไปด้วย
ประการที่เจ็ด ในการกินมากจะนําไปสู่ความกังวลใจ และร่างกายต้องเหน็ดเหนื่อย ในการหาอาหาร เตรียมอาหาร กินอาหาร และป้องกันจากอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการกินนั้น
ประการที่แปด การกินอาหารมาก เป็นเหตุให้มีการเจ็บปวดมากในตอนชีวิตจะออกจากร่าง เพราะความเจ็บปวดและความลําบากของความตายนั้น ขึ้นอยู่กับความมากน้อย ของความสุขต่างๆ ที่เราได้รับในโลกนี้
ประการที่เก้า การกินมาก จะทําให้ผลบุญน้อยในวันปรโลก
ประการที่สิบ การกินมาก จะถูกสอบสวนหนักในวันกิยามะห์
สิบประการที่กล่าวมานี้ ท่านอีหม่ามฆอซาลี ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มินฮาจยุลอาบิดีน ได้มีบอกไว้หลายฮาดิษ เกี่ยวด้วยการประณาม การอิ่มมาก ซึ่งฮาดิษหนึ่ง ท่านนบี กล่าวไว้ว่า
المؤمن يأكل في معي واحد، والكافر يأكل في سبعة أمعاء
حسب ابن ادم لقيمات يقمن صلبه ان كان ولا بد فحقه ثلث للطعام وثلث للشراب وثلث للنفس
رواه شيخان عن ابن عمر رضي الله عنهما
ความว่า บุคคลที่สมบูรณ์ในการอีหม่าน เขากินอาหารเพียงหนึ่งกระเพาะเท่านั้น และคนกาเฟร เขากินอาหารถึงเจ็ดกระเพาะ พอเพียงแล้วแก่ลูกหลานอาดัม ที่กินอาหาร เข้าไปหลายๆคํา ซึ่งทําให้กระดูกสันหลังเขาตรงเท่านั้น(กินเท่าที่พอจะทำให้มีแรง ) และถ้าหากเขาต้องการจะกิน เพิ่มเติมอีก ก็สมควรให้กินหนึ่งในสาม(ของกระเพาะ )สำหรับอาหาร หนึ่งในสาม(ของกระเพาะ)สำหรับเครื่องดื่ม และหนึ่งในสาม(ของกระเพาะ)สำหรับที่ว่าง
วัลลอฮุอะลัม เรียนกีตาบยาวี https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B5/1485391608394781