สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ 10/8/2020
วิวัฒนาการและประวัติความเป็นมา: คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม
ดำเนินงานภายใต้กรรมาธิการฝ่ายอภิบาลคริสตชน สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
📖 ประวัติศาสตร์การทำงานด้านพิธีกรรมของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย สะท้อนถึงความทุ่มเทในการปรับเปลี่ยน แปล และพัฒนาพิธีกรรมให้เข้าใจง่ายและเข้ากับบริบทของสังคมไทย นับตั้งแต่ยุคหลังสังคายนาวาติกันที่ 2 เป็นต้นมา โดยแบ่งช่วงเวลาสำคัญออกเป็น 4 ยุคสมัย ดังนี้
1. ยุคบุกเบิกและวางรากฐาน (ค.ศ. 1969 – 1978)
จุดเริ่มต้นหลังวาติกันที่ 2: เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ประกาศใช้หนังสือพิธีมิสซาฉบับปรับปรุงใหม่ (Novus Ordo Missae) ในปี ค.ศ. 1969 เมืองไทยจึงเข้าสู่ยุคเร่งแปลและจัดพิมพ์หนังสือพิธีกรรมเป็นภาษาไทย โดยคณะทำงานเฉพาะกิจและผู้ทรงคุณวุฒิ
บุคคลสำคัญในตำนาน:
พระสังฆราชยอร์ช ยอด พิมพิสาร: ผู้นำขับเคลื่อนและประธานคณะกรรมการพิธีกรรมแห่งประเทศไทยคนแรก (ก่อตั้งอย่างเป็นรูปธรรมในปี ค.ศ. 1976)
คุณพ่อสำราญ วงศ์เสงี่ยม: เลขาธิการผู้มีคุณูปการใหญ่หลวง อาจารย์สอนพิธีกรรมคนแรกของวิทยาลัยแสงธรรม ผู้เขียนตำรา 5 เล่ม และขับเคลื่อนงานพิธีกรรมยาวนานถึง 22 ปี
ผลงานเด่น: การแปลและจัดพิมพ์หนังสือบทประจำมิสซา ศีลล้างบาป พิธีปลงศพ และบทอ่านต่างๆ ให้ทันใช้ในแต่ละปีพิธีกรรม พร้อมทั้งตั้ง แผนกดนตรีศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 1976
2. ยุคเติบโต ขยายงาน และบูรณาการวัฒนธรรม (ค.ศ. 1978 – 2007)
ภายใต้การนำของพระสังฆราช ยออากิม พเยาว์ มณีทรัพย์: เป็นยุคที่งานด้านพิธีกรรมขยายตัวอย่างกว้างขวาง โดยมีคุณพ่อสำราญ และต่อมาคือ คุณพ่อไพศาล อานามวัฒน์ (รับตำแหน่งปี ค.ศ. 1998) เป็นเลขาธิการขับเคลื่อนงาน
ผลงานและโครงการสำคัญ:
ด้านพิธีกรรม: จัดทำหนังสือศีลอภัยบาป พิธีสมรส และริเริ่ม "โครงการพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อชีวิต" รวมถึงตั้งคณะอนุกรรมการนำวัฒนธรรมไทยมาประยุกต์ใช้ในพิธีกรรม
ด้านดนตรีศักดิ์สิทธิ์: บุกเบิกห้องบันทึกเสียง (ค.ศ. 1980) และผลิตบทเพลงชุด "แสงธรรม" ตลอดจนจัดตั้งคณะนักร้องประสานเสียงคริสตชนโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2000
ด้านศิลปะในพิธีกรรม: มีการจัดตั้งคณะกรรมการในปี ค.ศ. 2001 โดยมีสมาชิกเป็นพระสงฆ์ที่มีความสนใจด้านศิลปะ และสถาปนิกที่เป็นคริสตชน รวมทั้งอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา มีโครงการให้คำปรึกษาสำหรับการออกแบบก่อสร้างและปรับปรุงวัด
ระดับนานาชาติ: ไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุม Asian Liturgy Forum ครั้งแรกที่บ้านผู้หว่าน ในปี ค.ศ. 1998 และอีกครั้งในปี ค.ศ. 2006 ที่เชียงใหม่ นอกจากนั้นยังได้เริ่มจัดคณะจาริกแสวงบุญไปร่วมงานชุมนุมเคารพศีลมหาสนิทนานาชาติ (International Eucharistic Congress) ครั้งที่ 48 ค.ศ. 2004 ที่ Guadalajara ประเทศเม็กซิโก ซึ่งยังคงจัดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
3. ยุคปฏิรูปเชิงลึกและยกระดับมาตรฐาน (ค.ศ. 2007 – 2024)
ภายใต้การนำของพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช: มีเลขาธิการผู้ขับเคลื่อนงานสำคัญคือ คุณพ่ออันโตนีโอ วาลแซ็กกี (ดำรงตำแหน่งยาวนาน 16 ปี) ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาละตินอย่าง คุณพ่อยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ ทัศไนย์ คมกฤส
ผลงานและเหตุการณ์สำคัญ:
ประกาศใช้บทภาวนาของคริสตชนที่ปรับปรุงใหม่อย่างเป็นทางการ (ค.ศ. 2010)
ริเริ่ม "พิธีเจิมถวายวัดและพระแท่นบูชา" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มที่อาสนวิหารสุราษฎร์ธานี (ค.ศ. 2012) และขยายไปยังอาสนวิหารอื่นๆ
ออกแนวทางปฏิบัติสำคัญ เช่น การใช้โปรเจคเตอร์ในพิธีกรรม การล้างเท้าวันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ และพิธีเผาศพพร้อมแนวทางเก็บรักษาเถ้าอัฐิ ฯลฯ
มีบุคลากรด้านพิธีกรรมที่มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น โดยมีพระสงฆ์ที่จบการศึกษาด้านพิธีกรรมโดยตรงจากต่างประเทศมาร่วมงานในหลายสังฆมณฑล
การสนับสนุนให้มีกลุ่มพิธีกรรมระดับวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการเตรียมพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์
การแปลหนังสือพิธีมิสซาจารีตโรมัน (Missale Romanum) ครบทั้งเล่ม และการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อการตรวจคำแปลและปรับปรุงให้เป็นหนังสือมิสซาจารีตโรมัน ภาษาไทย ฉบับสมบูรณ์ ก่อนส่งไปขอการรับรองจากสันตะสำนัก
การจัดอบรมโดยวิทยากรจากองค์กรนานาชาติของพระสงฆ์ผู้ขับไล่ปีศาจ และการแต่งตั้งพระสงฆ์ผู้ทำพิธีขับไล่ปีศาจในแต่ละสังฆมณฑล
4. ยุคปัจจุบัน: สู่การจัดทำหนังสือมิสซาจารีตโรมัน (ค.ศ. 2024 – ปัจจุบัน)
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัจจุบัน: ผ่านช่วงรักษาการโดยพระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ จนถึงปัจจุบันภายใต้การนำของ พระสังฆราชเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี (ประธานฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2025) และเลขาธิการคนปัจจุบันคือ คุณพ่อยอแซฟ เอกภพ ผลมูล (รับตำแหน่ง ค.ศ. 2026)
ภารกิจหลักในปัจจุบัน: เดินหน้าสานต่อการจัดทำ "หนังสือมิสซาจารีตโรมัน (Missale Romanum) ฉบับภาษาไทย" ให้สมบูรณ์ เพื่อให้การประกอบพิธีกรรมของพระศาสนจักรไทยมีความศักดิ์สิทธิ์และตอบสนองต่อชีวิตคริสตชนอย่างแท้จริง
💡 เกร็ดน่ารู้: ตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรมไม่ได้เป็นเพียงผู้แปลหนังสือ แต่เป็น "สะพานเชื่อม" ที่นำเอาคำสอนสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 มาหลอมรวมเข้ากับภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของพี่น้องคริสตชนไทยอย่างงดงาม
หากต้องการทราบประวัติเกี่ยวกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรมและงานที่ดำเนินการมากขึ้น
สามารถอ่านได้จาก link ข้างล่างนี้ 👇
ประวัติคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรมอย่างละเอียด
วิสัยทัศน์
พิธีกรรมเป็นสื่อนำชีวิตคริสตชน เข้าสู่พระธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูเจ้า
พันธกิจ
1. ให้สัตบุรุษเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกาจากการร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ และรู้คุณค่าอย่างแท้จริง จนสามารถเป็นประจักษ์พยานในทุกมิติของชีวิตในสังคม
2. ให้ความสำคัญกับการประกาศพระวาจาในพิธีกรรม
3. ทำให้กลุ่มคริสตชนเข้มแข็งด้วยศีลศักดิ์สิทธิ์
4. ส่งเสริมให้สัตบุรุษมีส่วนร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์
เป้าหมาย
คริสตชนมีวุฒิภาวะของความเชื่อ และหมู่คณะคริสตชนเป็นประจักษ์พยานถึงคุณค่าพระวรสารและความเป็นพระศาสนจักร ในชีวิตประจำวัน
1. สร้างทีมงาน (เครือข่าย) ผู้อภิบาลด้านพิธีกรรม ระดับประเทศ สังฆมณฑล และระดับวัด
2. สร้างองค์ความรู้ด้านพิธีกรรม ปรับปรุงประสบการณ์ในพิธีกรรม
3. กระจายความรู้ด้านพิธีกรรมสู่เครือข่ายผู้อภิบาล สร้างประสบการณ์ด้านพิธีกรรม
นโยบายและแผนงาน
1. "สัตบุรุษเข้าใจพระธรรมล้ำลึกปัสกาจากการเข้าร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณตลอดปี"
แผนงาน
- ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ "พระธรรมล้ำลึกปัสกา" หรือ การไถ่กู้ของพระคริสตเจ้า
- ส่งเสริมให้พระสงฆ์ตระหนักถึงหน้าที่ความสำคัญเป็นอันดับแรก ในการเป็นผู้ประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ และควรจะต้องมีการจัดเตรียมพิธีฯ ร่วมกับสัตบุรุษ
2. "ส่งเสริมความสำคัญของการประกาศพระวาจา และ ศีลมหาสนิท ในพิธีบูชาขอบพระคุณ"
แผนงาน
- ส่งเสริมให้ทุกวัดจะต้องตระหนักถึงการสื่อความหมายในภาควจนพิธีกรรม "การประกาศพระวาจา" และภาคบูชาขอบพระคุณ "พิธีศีลมหาสนิท" อย่างถูกต้องตามหลักพิธีกรรม
- ส่งเสริมให้คริสตชนรู้คุณค่าความหมายของบทอ่านทั้ง 3 บทในพิธีบูชาขอบพระคุณ
3. "ส่งเสริมให้กลุ่มคริสตชนเจริญชีวิตเข้มแข็งด้วยศีลศักดิ์สิทธิ์"
แผนงาน
- จัดการศึกษา วิจัย การอภิบาลศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 7 ประการ พร้อมทั้งเผยแพร่ในโอกาสที่เหมาะสม
- สนับสนุนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่า และความหมายของศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แก่คริสตชน
4. "ส่งเสริมความสำคัญของการมีส่วนร่วมในพิธีกรรมของสัตบุรุษ"
แผนงาน
- จัดตั้งทีมงานพิธีกรรมระดับวัด ซึ่งจะต้องประกอบด้วยพระสงฆ์และสัตบุรุษ เพื่อจัดเตรียมพิธีกรรมในวัดของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิธีบูชาขอบพระคุณประจำสัปดาห์ จะได้มีการจัดเตรียมอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกเทศกาลตลอดปี
- จัดให้ความรู้พระสงฆ์และทีมงานพิธีกรรมของวัด เพื่อพวกเขาจะสามารถจัดเตรียมพิธีบูชาขอบพระคุณ ได้อย่างตรงตามความหมายของหลักพิธีกรรม และส่งผลให้สัตบุรุษเข้าร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณด้วยความรู้ตัว ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมด้วยความคิดและการกระทำ
- จัดทำหนังสือคู่มือเพื่ออธิบายความหมายของสัญลักษณ์ และขั้นตอนพิธีกรรม
5. "ศึกษา วิจัย การนำวัฒนธรรมไทยท้องถิ่นเข้าสู่พิธีกรรม"
แผนงาน
- จัดการศึกษา วิจัย ทดลอง เพื่อให้ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบสัญลักษณ์ในพิธีกรรมและศีลศักดิ์สิทธิ์และเผยแผ่องค์ความรู้แก่พระสงฆ์ นักบวช และคริสตชนทั่วไป