หน่วยที่ 2
กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา
กระบวนการนิเทศ
Ben (1974 : 14 -15) ไดนําแนวความคิดของ Allen เกี่ยวกับกระบวนการบริหารงานการศึกษา โดยทั่วๆ ไป มาเสนอใชกับการนิเทศการศึกษา ประกอบด้วยกระบวนการหลัก 5 ประการ ที่เรียกด้วยอักษรยอวา “POLCA” ดังนี้
1. Planning Process (P) หมายถึง การวางแผนในการปฏิบัติงานโดยคิดวาจะทําอยางไร กําหนดจุดมุงหมายของงาน พัฒนาวิธีดําเนินงาน กําหนดงานที่จะดําเนินการ คาดคะเนถึงผลที่จะไดรับจากโครงการและวางโครงการ กระบวนการเกี่ยวกับการวางแผนมีดังนี้
1) การคิด (Thinking) การคิดแผนงานที่จะทําในอนาคตตามลําดับ กอนหลัง
2) จัดทําตารางงาน (Scheduling) เพื่อใหแผนงานงายตอการปฏิบัติ กําหนดวันเวลาสถานที่ใหแนนอน
3) การทําโครงการ (Programming) เปนขั้นนําแผนงานไปปฏิบัติ
4) แผนงานที่ดีนําไปสูการคาดคะเน (Forecasting) การกะประมาณการอยางดียอมงายตอการที่จะทํานายผลการทํางานได
5) ปรับปรุงการทํางานแผนการใหดีขึ้น (Developing Procedure) ตระหนักในปญหาและอุปสรรคของแผนงานที่เกิดขึ้น หาทางปรับปรุงแกไขใหดีขึ้น
2. Organizing Process (O) หมายถึง การจัดโครงสรางของการดําเนินงานโดยสรางหลักเกณฑ ในการทํางาน สรางความสัมพันธของงาน แบงงานโดยกําหนดหนาที่ในการปฏิบัติ งานมีการประสานงาน มอบหมายอํานาจใหตามหนาที่ และการรวบรวมทรัพยากรที่มีอยูทั้งคนและวัสดุ อุปกรณ กระบวนการจัดโครงสรางมีดังนี้
1) จัดจําแนกหนาที่ (Distributing Function) เพื่อมิใหงานสับสนงานซอนงาน ควรจําแนกลักษณะงานใหเดนชัด
2) การประสานงาน (Coordinating) สรางความเขาใจในการทํางานรวมกัน ขจัดปญหาการทํางานซ้ำซอนกัน
3) ชี้แหลงขอมูลวิชาการ (Resource Allocating)การจัดวัสดุอุปกรณการสอนอํานวยความสะดวก
4) จัดใหมีความสัมพันธ (Establishing Relationship) มีความเปนปกแผนในหนวยงานการนิเทศ และ
5) เปนตัวแทน (Delegating) ทําหนาที่เปนตัวแทนทางการศึกษา มีบทบาทเปนตัวแทน ทั้งในดานบริหาร ดานวิชาการ ดานวิทยากร และดานการประสานงาน
3. Leading Process (L) หมายถึง บทบาทในฐานะผูนําที่ดําเนินการ การวินิจฉัยสั่งการการคัดเลือกตัวบุคคล การใหคําปรึกษาแนะนํา กระตุนใหบุคคลทํางานลงมือปฏิบัติงาน การสาธิตในการปฏิบัติงาน การติดตอสื่อสาร กระบวนการนํามีลักษณะดังนี้
1) นําในการตัดสินใจ (Decision-Making) แตการตัดสินใจนั้นจะตองมาจากหมูคณะเปนสําคัญ
2) ขอเสนอแนะ (Suggesting) ใหคําปรึกษาแนะนํา
3) แรงจูงใจ (Motivation) การรักษาแรงจูงใจใหคงทนถาวรดวยการตอบสนองความตองการ การเขาใจ การเอาใจใส
4) การสื่อความหมาย (Communicating) การใชความสามารถในดานการติดตอสื่อความหมาย ซึ่งขึ้นอยูกับพื้นฐานการศึกษาของผูนิเทศเปนสําคัญ
5) การคิดริเริ่ม(Initiating) บรรยากาศในการคิดริเริ่มอยูที่ภาวะของผูนําหากศึกษานิเทศกเปน ผูมีใจกวางขวางยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น ปจจัยเหลานี้จะชวยใหครูอยากจะคิดอยากจะเริ่มทําอะไรแปลกๆ ใหมๆ
6) การสาธิต (Demonstrating) การนําในการสาธิตคือการนําเผยแพรทางวิชาการ
4. Controlling Process (C) หมายถึง การควบคุมการปฏิบัติงาน ดําเนินงานโดยการพิจารณามอบหมายงาน ใหความสะดวกในดานตางๆ พิจารณาลงโทษ มีการแกไขทันทีเมื่องานผิดพลาด การใหบุคลากรออกจากงาน การตักเตือนและการกําหนดระเบียบในการปฏิบัติงาน กระบวนการควบคุมมีลกษณะดังนี้
1) ทําใหถูกตอง (Taking Corrective Action) เมื่อทราบขอบกพรองขอผิดพลาด จะใชเทคนิคการนิเทศแกไขขอบกพรองนั้น ซึ่งเปนไปเพราะครูมีความเชื่อถือศรัทธาในหลักการ ความร่วมมือในดานนี้มาจากน้ำใสใจจริง มิใชจากการใชอํานาจบังคับ
2) ความเจริญงอกงาม (Expediting) ในกรณีที่การกระทําถูกตองหรือการเรียนการสอนดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพ ยอมชวยใหกิจการนั้นประสบผลสําเร็จยิ่งขึ้น
3) การกลาวโทษเปนลายลักษณอักษร (Reprimanding) การทํางานรวมกับบุคคลหลายประเภท ควรยอมรับในความแตกตางระหวางบุคคล ซึ่งบุคคลบางคนยอมงายตอการแนะนําแตบางคนอาจจะตองใชหลักการเขมงวดกวดขันจึงจะยอมเปลี่ยนแปลงแกไขหรือปรับปรุงตนเอง
5. Assessing Process (A) หมายถึง การตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน โดยการประเมินผล
การปฏิบัติงาน วัดผลการปฏิบัติงาน วิจัยผลการปฏิบัติงาน ดังนี้
1) พิจารณาผลงาน (Judging Performance) ประเมิน คาผลงานวาดี-เลวประการใด
2) วัดผล (Measuring Performance) ทําการวัดผลสัมฤทธิ์ ผลการปฏิบัติงาน
ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการนิเทศเป็น 6 ขั้นตอน คือ (กระทรวงศึกษาธิการ 2550 : 450)
1. การประเมินสภาพการทํางาน (Assessing) เปนกระบวนการศึกษาถึงสภาพตาง ๆ เพื่อใหได ขอมูลเพื่อเปนตัวกําหนดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีขั้นตอนยอย ไดแก การวิเคราะหขอมูล เพื่อจะศึกษาถึงธรรมชาติและความสัมพันธของเรื่องตาง ๆ การสังเกต เปนการมองสิ่งรอบตัวดวยความละเอียดถี่ถวน การทบทวนเปนการตรวจสอบสิ่งรอบตัวอยางตั้งใจ การวัดพฤติกรรมการทํางานและการเปรียบเทียบพฤติกรรมการทํางาน
2. การจัดลําดับความสําคัญของงาน (Prioritizing) เปนกระบวนการกําหนดความสําคัญ
ของงานตามเปาหมายวัตถุประสงคและกิจกรรมตามลําดับความสําคัญ ซึ่งประกอบดวยงานตอไปนี้
คือ การกําหนดเปาหมาย การกําหนดวัตถุประสงคเฉพาะ การกําหนดทางเลือก และการจัดลําดับความสําคัญ
ของงาน
3. การออกแบบวิธีการทํางาน (Designing) เปนกระบวนการวางแผนหรือกําหนดโครงการตางๆ เพื่อกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยประกอบดวยงานตอไปนี้ คือ การจัดสายงานเปนการจัดสวนประกอบตาง ๆ ของงานใหสัมพันธกัน การหาวิธีการนําเอาทฤษฎีหรือหลักการไปสูการปฏิบัติการเตรียมการตาง ๆ ใหพรอมที่จะทํางาน การจัดระบบการทํางาน และการกําหนดแผนในการทํางาน
4. การจัดสรรทรัพยากร (Allocating Resources) เปนกระบวนการกําหนดทรัพยากรตางๆ
ใหเกิดประโยชนสูงสุดในการทํางาน ซึ่งประกอบดวยงานตอไปนี้คือ การกําหนดทรัพยากรที่ตองใชความตองการของหนวยงานตางๆ การจัดสรรทรัพยากรไปใหหนวยงานตางๆ การกําหนดทรัพยากรที่จําเปนจะตองใชสําหรับความมุงหมายเฉพาะอยาง และการมอบหมายบุคลากรใหทํางานในแตละโครงการหรือแตละเปาหมาย
5. การประสานงาน (Coordinating) เปนกระบวนการที่เกี่ยวของกับงาน เวลา วัสดุอุปกรณและสิ่งอํานวยความสะดวกทุกๆ อยาง เพื่อใหการเปลี่ยนแปลงบรรลุผล ซึ่งประกอบดวยงานตอไปนี้ คือ การประสานการปฏิบัติงานในฝายตาง ๆ ใหดําเนินการไปดวยความราบรื่น การสรางความกลมกลืนและความ พรอมเพรียงกัน การปรับการทํางานใหมีประสิทธิภาพใหมากที่สุด การกําหนดเวลาในการทํางานในแตละชวง และการสรางความสัมพันธใหเกิดขึ้น
6. การอํานวยการ (Directing) เปนกระบวนการที่มีอิทธิพลตอการปฏิบัติ เพื่อใหเกิดสภาพที่เหมาะสมที่จะสามารถบรรลุผลแหงการเปลี่ยนแปลงใหมากที่สุด ไดแก งานตอไปนี้คือ การแตงตั้งบุคลากร ไดอยางเหมาะสม จะทําใหการนิเทศภายในประสบความสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพการกําหนดแนวทางหรือกฎเกณฑในการทํางาน การกําหนดระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับเวลาประมาณหรืออัตราเรงในการทํางาน การแนะนําการปฏิบัติงาน และการตัดสินใจเกี่ยวกับทางเลือกในการปฏิบัติงาน
กระบวนการนิเทศดังกลาวมีความเหมาะสมกับการนิเทศการศึกษา และเปนกระบวนการ ที่มุงเน้นการวางแผนการปฏิบัติงานมากกวาการควบคุมงาน เพื่อกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในการนิเทศสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2547 : 16-22) ไดกําหนดกระบวนการนิเทศที่เนนกระบวนการพัฒนาเชิงระบบ ดังนี้
ขั้นที่ 1 การประเมินความตองการจําเปนในการพัฒนา เปนการรวบรวมขอมูล สภาพปจจุบัน ปญหา ของนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษาและชุมชนแลวนํามาพิจารณาเปรียบเทียบกับขอมูลที่แสดงภาพปลายทาง หรือสภาพความสําเร็จของงานโครงการ ถาขอมูลแสดงภาพปจจุบันสอดคลองกับขอมูลที่แสดงภาพความสําเร็จของงานหรือดีกวา/สูงกวา แสดงวาไมมีความจําเปนที่จะตองแกไขปรับปรุง แตจะตองเพิ่มความคาดหวังเพื่อพัฒนาตอไป แตถาขอมูลแสดงภาพปจจุบันไมสอดคลองกับขอมูลแสดงสภาพความสําเร็จของงานหรือดอยกวาแสดงวามีความตองการจําเปนในการพัฒนาดําเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ คือ
1) กําหนดสิ่งที่จะประเมินและองคประกอบที่จะประเมิน
2) กําหนดสภาพความสําเร็จและเกณฑการประเมิน
3) กําหนดแหลง ขอมูล
4) กําหนดวิธีการ เครื่องมือ และระยะเวลาที่จะเก็บรวบรวมขอมูล
5) สรางเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูล
6) ดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูล
7) วิเคราะหขอมูล และจัดทํา เปนสารสนเทศ
8) พิจารณาเปรียบเทียบสารสนเทศที่แสดงถึงสภาพปจจุบันกับสภาพความสําเร็จของงาน โดยใชเกณฑที่กําหนดเปนเครื่องมือในการพิจารณาวามีความจําเปนที่จะตองปรับปรุงแกไขหรือไม
9) เขียนขอความที่แสดงถึงสภาพที่ตองปรับปรุงแกไข หรือพัฒนาใหดียิ่งขึ้น
10) เรียงลําดับความตองการจําเปนที่จะพัฒนา และนําเสนอใหตระหนักถึงความจําเปนที่ตองปรับปรุงอยูเสมอ
ขั้นที่ 2 การวิเคราะหจุดเดน จุดดอย เพื่อกําหนดจุดที่จะพัฒนา เปนการวิเคราะหผลหรือขอมูลที่ไดจากการประเมินความตองการจําเปนและองคประกอบที่สงผลตอภาพความสําเร็จของงานเพื่อประโยชนในการกําหนดจุดที่จะพัฒนาและประเมินแนวทางเลือกที่จะพัฒนา ซึ่งการเลือกจุดที่พัฒนา
ขั้นที่ 3 การหาแนวทางเลือกในการพัฒนา เปนการพิจารณาเลือกกลยุทธที่จะใชในการปรับปรุงแกไข หรือพัฒนาใหมีความเปนไปไดหรือโอกาสที่จะประสบความสําเร็จมากที่สุด โดยคํานึงถึงจุดที่จะพัฒนาและความพรอม หรือขอจํากัดของหนวยงาน การหาแนวทางเลือกเพื่อพัฒนามีขั้นตอนการดําเนินการดังนี้คือ
1) รวบรวมขอมูลแนวทางเลือกที่จะใชพัฒนาที่เหมาะสมกับลําดับขั้นพัฒนาการของจุดที่จะพัฒนา หรือองคประกอบที่จะพัฒนาใหมากที่สุดเทาที่จะทําได
2) พิจารณาแนวทางเลือกที่มีความจําเปนไปใชในการพัฒนา
3) พิจารณาขอดีขอเสียของแนวทางเลือกที่มีความเปนไปได
4) เลือกแนวทางพัฒนาที่เหมาะสมที่สุดที่จะใหบรรลุความตองการ
5) กําหนดเปนกลยุทธในการพัฒนา
ขั้นที่ 4 การลงมือปฏิบัติ เปนการนํากลยุทธที่กําหนดไวมาลําดับขั้นตอนการดําเนินการและกําหนดสิ่ง สนับ สนุนในการดําเนินการ ตามขั้นตอนดัง นี้ คือ
1) กําหนดรายละเอียดขั้นตอนการดําเนินการ
2) กําหนดสิ่งสนับสนุนในการดําเนินการ ไดแก งบประมาณ บุคลากร สิ่งอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน วัสดุอุปกรณ เปนตน
3) กําหนดระยะเวลาในการดําเนินการ
4) วางแผนติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน
5) จัดทําแผนนิเทศเพื่อพัฒนาระบบนิเทศภายในโรงเรียน
6) ประชุมชี้แจงและมอบหมายงานใหตรงความสามารถของผูปฏิบัติงาน
7) ผูปฏิบัติงานจัดทําปฏิทินปฏิบัติงานและประสานปฏิทินปฏิบัติงานกับผูมีสวนเกี่ยวของ
8) ผูปฏิบัติงานลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่กําหนดไวตามปฏิทินปฏิบัติงาน
9) ผูปฏิบัติงานรายงานความก้าวหนา และผลการปฏิบัติงานตอหนวยงานตนสังกัด
ขั้นที่ 5 การติดตามประเมินผลและปรับปรุง เปนการรวบรวมขอมูลดานการดําเนินการนิเทศ ผลที่ได ระหวางดําเนินการและเมื่อเสร็จสิ้นการดําเนินการตามแผนนิเทศ ขอมูล ที่ไดนําไปเปรียบเทียบกับสภาพความสําเร็จของงานหากพบวายังไมเปนไปตามสภาพความสําเร็จที่กําหนดไวก็ตองพิจารณาวามีขอบกพรองตรงไหนอยางไร และหาวิธีการพัฒนาใหดีขึ้น หรือหากพบวาการดําเนินการตามแผนนิเทศบรรลุผลที่คาดหวังไว แตจากการดําเนินการพบวามีวิธีการที่ดีกวา มีประสิทธิภาพสูงกวาก็อาจพิจารณาปรับปรุงใหดีขึ้นอีกได
ขั้นที่ 6 การเผยแพรขยายผล จากการดําเนินการตามขั้นตอนดังกลาวขางตน ผลที่ไดคือการบรรลุผลในการพัฒนาหรือนวัตกรรมที่พรอมจะเผยแพรขยายผลตอไป การเผยแพรขยายผลการดําเนินการไดตามขั้นตอนตอไปนี้คือ
1) เลือก และกําหนดกลุมเปาหมายที่จะเผยแพรขยายผล
2) วิเคราะหกลุมเปาหมายที่จะเผยแพรขยายผล โดยคํานึงถึงพัฒนาการของกลุมเปาหมาย
3) พิจารณาหาเทคนิค วิธีการเผยแพรขยายผล ที่เหมาะสมกับกลุมเปาหมายที่กําหนด
4) จัดทําสื่อเผยแพรขยายผล
5) กําหนดระยะเวลาในการเผยแพรขยายผล
6) วางแผนติดตามการเผยแพรขยายผล
7) ลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว
8) ติดตามประเมินผลการเผยแพรขยายผล
กลาวโดยสรุป กระบวนการนิเทศการศึกษาเปนขั้นตอนในการดําเนินงานนิเทศการศึกษาใหบรรลุผลสําเร็จตามจุดมุงหมายแหงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ครอบคลุมถึงขั้นตอนที่สําคัญ คือการวางแผนการนิเทศ (Planning) การใหความรูความเขาใจกอนการดําเนินการนิเทศ (Informing) การเตรียมความพรอมกอนนิเทศ (Preparing) การปฏิบัติการนิเทศ (Doing) การสรางขวัญกําลังใจ (Reinforcing) การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating) และการรายงานผลการนิเทศ (Reporting)
ในการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนเชิงระบบให้มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นจะต้องมีกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่องครบวงจร ของการปฏิบัติการนิเทศภายในโรงเรียน สามารถสังเคราะห์จากแนวคิดที่นำเสนอมาแล้วเป็นแนวดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนเชิงระบบในครั้งนี้ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.2 การวางแผนการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.3 การสร้างและพัฒนาสื่อและเครื่องมือสำหรับนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.4 การกำหนดบทบาทและหน้าที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 3 การติดตามและประเมินผลการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 4 การสรุปและรายงานผลการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน