ปัจจุบันงานในด้านการศึกษาได้เจริญก้าวหน้าไปมาก มีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ ประการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ความรู้ในสาขาวิชาการต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แนวความคิดและแนวการเรียนการสอนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงจุดมุ่งหมายของการศึกษา แต่ยังพบว่า ผู้บริหาร ครู และผู้เกี่ยวข้องบางคน ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ปัญหาดังกล่าวข้างต้นสามารถจะแก้ไขได้โดยอาศัยผู้นิเทศ หรือศึกษานิเทศก์ ซึ่งมีหน้าที่นิเทศการศึกษาให้ครูมีความเจริญงอกงามทางวิชาการ สามารถพึ่งตนเองได้ และนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ดังนั้นเรื่องการนิเทศการศึกษา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ศึกษานิเทศก์ควรจะได้ศึกษาและทำความเข้าใจในหลักการ กระบวนการ และวิธีการของการนิเทศการศึกษาเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนต่อไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของการนิเทศการศึกษาดีขึ้น จึงขอนำเอาความรู้เบื้องต้นของการนิเทศการศึกษามากล่าว ในรายละเอียดดังต่อไปนี้
เนื้อหา
- แนวคิด
- ความหมาย
- ความจำเป็นในการนิเทศการศึกษา
- ความมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษา
- หลักสำคัญของการนิเทศการศึกษา
- กระบวนการนิเทศการศึกษา
- การนิเทศภายในโรงเรียน
- ความหมายและขอบข่ายของการนิเทศภายในโรงเรียน
- ความจำเป็นของการนิเทศภายในโรงเรียน
- ความมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียน
- กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน
- บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการนิเทศภายในโรงเรียน
- บทบาทของผู้นิเทศภายในโรงเรียน
- หลักการนิเทศภายในโรงเรียน
- ประโยชน์ของการนิเทศภายในโรงเรียน
- การนิเทศภายในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นของการนิเทศภายใน
แนวคิด
จากการศึกษาศาสตร์ทางการนิเทศการศึกษา จากเอกสารตำราที่เผยแพร่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยเฉพาะการให้นิยามหรือให้ความหมายการนิเทศ รวมถึงบทบาทหน้าที่ และการปฏิบัติงานการนิเทศการศึกษา มีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด แต่ละช่วงแต่ละเวลา ปัจจุบันเมื่อพูดถึงคำว่านิเทศ (Supervision) หมายรวมถึงการนิเทศการศึกษาและนิเทศการสอน ซึ่งมีเป้าหมายหลักเดียวกันคือคุณภาพการศึกษาและตัวบ่งชี้คุณภาพคุณภาพที่สำคัญ คือ คุณภาพของนักเรียนหรือประสิทธิผลการเรียนรู้ของนักเรียนนั่นเอง ตามความหมายของคำว่า การนิเทศการศึกษา (Educational Supervision)มีความหมายกว้างกว่าการนิเทศการสอน (Supervision of Instruction หรือ Instructional Supervision)โดยที่การนิเทศการสอนนั้นมีความหมายแคบกว่า จากคำว่า “การสอน” ซึ่งหมายถึงการมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนโดยตรง การนิเทศการสอนจึงเป็นส่วนย่อย (Subset) ที่สำคัญส่วนหนึ่งของการนิเทศการศึกษา ซึ่งหมายความว่าการนิเทศการศึกษาต้องมีการนิเทศการสอนรวมอยู่ด้วย จึงจะทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาในด้านการจัดการเรียนการสอนโดยตรงได้ เนื่องจากทั้งการนิเทศการศึกษาและการนิเทศการสอนมีทฤษฎีต่างๆ เป็นพื้นฐาน และแนวทางการปฏิบัติ หลักการ แนวคิด ทฤษฎีต่างๆที่เกี่ยวข้องในการนิเทศการศึกษาและการนิเทศการสอน จึงใช้หลักการ แนวคิดและทฤษฎีเดียวกัน
ความหมาย
คำว่า การนิเทศ (Supervision) แปลว่า การให้ความช่วยเหลือแนะนำ หรือปรับปรุง ดังนั้นการนิเทศการศึกษาก็น่าจะหมายถึงการให้ความช่วยเหลือแนะนำ หรือปรับปรุงเกี่ยวกับการศึกษาโดยเฉพาะในโรงเรียนได้มีผู้ให้ความหมายคำว่า การนิเทศการศึกษา ไว้แตกต่างกัน ดังนี้
สเปียร์ส (Spears) ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการที่จะทำให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนของครู โดยการทำงานร่วมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนี้เป็นกระบวนการกระตุ้นความเจริญก้าวหน้าของครู และมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือครู เพื่อให้ครูได้ช่วยตนเองได้
กูด (Good) ได้ให้ความหมายของการนิเทศการศึกษาว่า เป็นความพยายามของผู้ทำหน้าที่นิเทศที่จะช่วยในการให้คำแนะนำแก่ครู หรือผู้อื่นที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้สามารถปรับปรุงการสอนของตนให้ดีขึ้น ช่วยให้เกิดความเจริญงอกงามในด้านอาชีพ ช่วยพัฒนาความสามารถของครู
แฮร์ริส (Harris) ได้กล่าวถึงความหมายของการนิเทศการศึกษาว่า หมายถึงสิ่งที่บุคลากรในโรงเรียนกระทำต่อบุคคลหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะคงไว้ หรือเปลี่ยนแปลงปรับปรุงการดำเนินการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และส่งผลสะท้อนไปถึงการพัฒนานักเรียนด้วย
มาคส์ และสทูปส์ (Marks and Stoops) ได้กล่าวถึงการนิเทศการศึกษาว่า คุณค่าของการนิเทศการศึกษาอยู่ที่การพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และส่งผลสะท้อนไปถึงการพัฒนานักเรียนด้วย
ชาญชัย อาจิณสมาจาร ได้ให้คำจำกัดความว่า การนิเทศการศึกษา คือกระบวนการสร้างสรรค์ ที่ไม่หยุดนิ่งในการให้คำแนะนำและการชี้ช่องทางในลักษณะที่เป็นกันเองแก่ครูและนักเรียน เพื่อการปรับปรุงตัวเขาเอง และสภาพการเรียนการสอน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่พึงประสงค์
สันต์ ธรรมบำรุง ได้ให้ความหมายว่า การนิเทศการศึกษา หมายถึงการช่วยเหลือ การแนะนำการชี้แจง การบริการ การปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ในการที่จะส่งเสริมให้ครูปรับปรุงการสอนให้ดีขึ้น
ดังนั้น จึงอาจสรุปความหมายของการนิเทศการศึกษา หมายถึง กระบวนการพัฒนาครู เพื่อให้ครูปรับปรุงและพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุจุดมุ่งหมายที่วางไว้ การนิเทศการศึกษาจึงเป็นกระบวนการในการแนะนำช่วยเหลือ ครู ให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศนั้นอยู่บนหลักการของประชาธิปไตย ได้แก่ การเคารพซึ่งกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ
การนิเทศการศึกษาจัดขึ้นเพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น ในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นี้จะสำเร็จได้ผลดีเพียงไรนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถของศึกษานิเทศก์ผู้ทำงานร่วมกับครู ตลอดจนเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ที่ศึกษานิเทศก์นำมาใช้ในการนิเทศการศึกษาโดยให้ครูมีโอกาสค้นคว้างานที่จะต้องทำด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความงอกงามขึ้น เมื่อได้เรียนรู้และมีความเจริญงอกงามแล้ว ย่อมจะได้รู้จักปรับปรุงงานด้านการเรียนการสอนให้ได้ผลดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การนิเทศการศึกษามิใช่เน้นการปรับปรุงตัวครู โดยเห็นว่า ครูยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ในการสร้างความเจริญงอกงามให้แก่ผู้เรียน หากแต่ให้ความสำคัญไปถึงนโยบายการศึกษาจุดประสงค์ของการให้การศึกษา การพิจารณาความเหมาะสมของหลักสูตรที่ใช้ วัสดุอุปกรณ์การสอนและวิธีสอนของครู สิ่งแวดล้อมของครูและผู้เรียนในขณะที่เรียน ตลอดจนปัญหาด้านต่าง ๆ ในส่วนตัวครูและผู้เรียนซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ในขอบเขตการนิเทศการศึกษาทั้งสิ้น
ความจำเป็นในการนิเทศการศึกษา
1) สภาพสังคมเปลี่ยนไปทุกขณะ การศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย การนิเทศการศึกษาจะช่วยทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในองค์การที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
2) ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่หยุดยั้ง แม้แนวคิดในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ก็เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา การนิเทศการศึกษาจะช่วยทำให้ครูมีความรู้ทันสมัยอยู่เสมอ
3) การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาขึ้น จำเป็นต้องได้รับการชี้แนะหรือการนิเทศการศึกษาจากผู้ชำนาญการโดยเฉพาะ จึงจะทำให้แก้ไขปัญหาสำเร็จได้ลุล่วง
4) การศึกษาของประเทศเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ จะต้องมีการควบคุมดูแลด้วยระบบนิเทศการศึกษา
5) การศึกษาเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน จำเป็นที่จะต้องมีการนิเทศ เพื่อเป็นการให้บริการแก่ครูที่มีความสามารถต่าง ๆ กัน
6) การนิเทศการศึกษาเป็นงานที่มีความจำเป็นต่อความเจริญงอกงามของครู แม้ว่าครูจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ครูก็จะต้องปรับปรุงฝึกฝนตนเองอยู่เสมอในขณะที่ทำงานในสถานการณ์จริง
7) การนิเทศการศึกษา มีความจำเป็นต่อการช่วยเหลือครูในการเตรียมการจัดกิจกรรม
8) การนิเทศการศึกษามีความจำเป็นต่อการทำให้ครูเป็นบุคคลที่ทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีอยู่เสมอ
ด้วยเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น ผู้มีหน้าที่นิเทศจึงควรจะต้องจัดดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือครูให้มีความสามารถในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้ครูก้าวทันโลกที่กำลังเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนอย่างเต็มที่
ความมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษา
ดร.สงัด อุทรานันท์ (2530) ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษาว่า มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ 4 ประการ ดังนี้
1) เพื่อพัฒนาคน
2) เพื่อพัฒนางาน
3) เพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์
4) เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาคน หมายถึง การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการทำร่วมกันกับครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ครูและบุคลากรได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น
การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนางาน หมายถึง การนิเทศการศึกษา มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ผู้เรียนซึ่งเป็นผลผลิตจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเหตุนี้การนิเทศที่จัดขึ้นจึงมีจุดหมายที่จะพัฒนางาน คือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดีขึ้น
การนิเทศการศึกษาเพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์ หมายถึง การนิเทศการศึกษา เป็นการสร้างการประสานสัมพันธ์ ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกันมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่ใช่เป็นการทำงานภายใต้การถูกบังคับและคอยตรวจตราหรือคอยจับผิด
การนิเทศการศึกษาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ หมายถึง การจัดกิจกรรมการนิเทศที่มุ่งให้กำลังใจแก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนิเทศ เนื่องจากขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บุคคลมีความตั้งใจทำงาน หากนิเทศไม่ได้สร้างกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานแล้ว การนิเทศการศึกษาก็ย่อมประสบผลสำเร็จได้ยาก
ผู้ทำหน้าที่นิเทศการศึกษา
บุคคลที่ทำหน้าที่นิเทศการศึกษา ไม่จำเป็นต้องเป็นศึกษานิเทศก์แต่ผู้เดียว ใครก็ได้ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือ แนะนำ ปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเน้นในเรื่องของกระบวนการเรียนการสอน ในปัจจุบันบุคคลผู้ทำหน้าที่นิเทศการศึกษาได้มีหลายกลุ่ม ดังนี้
1. ศึกษานิเทศก์ คือบุคคลที่มีหน้าที่ในการนิเทศการศึกษาโดยตำแหน่ง
2. ผู้บริหารสถานศึกษา
3. ครู อาจให้ความช่วยเหลือแนะนำเกี่ยวกับการปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แก่เพื่อนครูด้วยกัน
4. ผู้เชี่ยวชาญ คือบุคคลที่สถานศึกษาเชิญมาเป็นวิทยากร เพื่อช่วยเหลือแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5. ผู้บริหารการศึกษา
หลักสำคัญของการนิเทศการศึกษา
บริกส์ และจัสท์แมน (Briggs and Justman) ได้เสนอหลักการนิเทศสำหรับผู้บริหารไว้ดังนี้
1) การนิเทศการศึกษาต้องเป็นประชาธิปไตย
2) การนิเทศการศึกษาจะต้องเป็นการส่งเสริม และการสร้างสรรค์
3) การนิเทศการศึกษาควรจะต้องอาศัยความร่วมมือของวิทยากรหลายคนมากกว่าที่จะแบ่งผู้นิเทศออกเป็นรายบุคคล
4) การนิเทศการศึกษา ควรตั้งอยู่บนรากฐานของการพัฒนาวิชาชีพมากกว่าจะเป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
5) การนิเทศการศึกษา จะต้องคำนึงถึงความถนัดของแต่ละบุคคล
6) จุดมุ่งหมายสูงสุดของการนิเทศการศึกษา คือหาทางช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความสามารถตามความมุ่งหมายของการศึกษา
7) การนิเทศการศึกษาจะต้องเกี่ยวข้องอยู่กับการส่งเสริมความรู้สึกอบอุ่นให้แก่ครู และการสร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีระหว่างหมู่คณะ
8) การนิเทศการศึกษาควรเริ่มต้นจากสภาพการณ์ปัจจุบันที่กำลังประสบอยู่
9) การนิเทศการศึกษาควรเป็นการส่งเสริมความก้าวหน้า และความพยายามของครูให้สูงขึ้น
10) การนิเทศการศึกษาควรเป็นการส่งเสริมและปรับปรุงสมรรถวิสัย ทัศนคติ และข้อคิดเห็นของครูให้ถูกต้อง
11) การนิเทศการศึกษา พยายามหลีกเลี่ยงการกระทำอย่างเป็นพิธีการมาก ๆ
12) การนิเทศการศึกษาควรใช้เครื่องมือ และกลวิธีง่าย ๆ
13) การนิเทศการศึกษาควรตั้งอยู่บนหลักการและเหตุผล
14) การนิเทศการศึกษาควรมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน และสามารถประเมินผลได้ด้วยตนเอง
เบอร์ตัน และบรุคเนอร์ (Burton and Brueckner) ได้สรุปหลักการนิเทศการศึกษาไว้
4 ประการ คือ
1) การนิเทศการศึกษาควรมีความถูกต้องตามหลักวิชา การนิเทศการศึกษาที่ดีควรจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และนโยบายที่วางไว้ ควรเป็นไปตามความจริงและกฎเกณฑ์ที่แน่นอน
2) การนิเทศการศึกษาควรเป็นวิทยาศาสตร์ การนิเทศการศึกษาควรเป็นไปอย่างมีระเบียบมีการปรับปรุงและประเมินผล การนิเทศควรจะมาจากการรวบรวมข้อมูล และการสรุปผลอย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่เชื่อถือได้
3) การนิเทศการศึกษาควรเป็นประชาธิปไตย การนิเทศการศึกษาจะต้องเคารพในความแตกต่างของบุคคล เน้นความร่วมมือร่วมใจกันในการดำเนินงาน และใช้ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานเพื่อให้งานนั้นไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
4) การนิเทศการศึกษาควรจะเป็นการสร้างสรรค์ การนิเทศการศึกษาควรเป็นการแสวงหาความสามารถพิเศษของบุคคล แล้วเปิดโอกาสให้ได้แสดงออกและพัฒนาความสามารถเหล่านั้นอย่างเต็มที่
กระบวนการนิเทศการศึกษา
กระบวนการนิเทศการศึกษา หมายถึงการดำเนินการในการนิเทศให้ได้รับความสำเร็จ
แฮริส (Harris) ได้กำหนดขั้นตอนของกระบวนการนิเทศการศึกษาไว้ดังนี้
1) ขั้นวางแผน (Planning) ได้แก่ การคิด การตั้งวัตถุประสงค์ การคาดการณ์ล่วงหน้าการกำหนดตารางงาน การค้นหาวิธีปฏิบัติงาน และการวางโปรแกรมงาน
2) ขั้นการจัดโครงการ (Organizing) ได้แก่ การตั้งเกณฑ์มาตรฐาน การรวบรวมทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งคนและวัสดุอุปกรณ์ ความสัมพันธ์แต่ละขั้น การมอบหมายงาน การประสานงาน การกระจายอำนาจตามหน้าที่ โครงสร้างขององค์การ และการพัฒนานโยบาย
3) ขั้นการนำเข้าสู่การปฏิบัติ (Leading) ได้แก่ การตัดสินใจ การเลือกสรรบุคคล การเร้าจูงใจให้มีกำลังใจคิดริเริ่มอะไรใหม่ ๆ การสาธิต การจูงใจ และให้คำแนะนำ การสื่อสาร การกระตุ้น ส่งเสริมกำลังใจ การแนะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ และให้ความสะดวกในการทำงาน
4) ขั้นการควบคุม (Controlling) ได้แก่ การสั่งการ การให้รางวัล การลงโทษ การให้โอกาสการตำหนิ การไล่ออก และการบังคับให้กระทำตาม
5) ขั้นประเมินผล (Appraising) ได้แก่ การตัดสินการปฏิบัติงาน การวิจัย และการวัดผลการปฏิบัติงาน กิจกรรมที่สำคัญ คือพิจารณาผลงานในเชิงปฏิบัติว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด และวัดผลด้วยการประเมินอย่างมีแบบแผน มีความเที่ยงตรง ทั้งนี้ควรจะมีการวิจัยด้วย จะเห็นว่า กระบวนการนิเทศการศึกษาเป็นการทำงานอย่างมีแบบแผน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์งานการเรียนการสอนของครู เพื่อจะได้ทราบปัญหา ระบุปัญหาที่จะต้องรีบแก้ไขปรับปรุงก่อนหลัง แล้วจึงวางแผนที่จะดำเนินการโดยหาทางเลือกที่จะแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ต่อจากนั้นก็ดำเนินการตามแนวขั้นตอนตามลำดับจนถึงขั้นการประเมินผลการปฏิบัติงานแล้วจึงนำผลการปฏิบัติไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
การนิเทศภายในโรงเรียน
การนิเทศภายในนั้น มีจุดเน้นที่การนิเทศการสอน เป็นระบบย่อยของระบบโรงเรียน ประกอบด้วย ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ การดำเนินการนิเทศภายในนั้น มีผลต่อคุณภาพการเรียนการสอนของครูผู้สอน โดยยึดหลักสำคัญว่า การสอนเป็นพฤติกรรมที่เรียนรู้ได้ และการเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น ผู้นิเทศสามารถนิเทศครูผู้สอนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการเรียนการสอนได้ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้น จึงจัดได้ว่า การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นการให้การศึกษาต่อเนื่อง แก่ครูผู้สอนในโรงเรียน ซึ่งสามารถสรุปความมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียนได้ ดังนี้ (ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. 2546 : 20-21)
1. เพื่อการพัฒนาวิชาชีพครู ประกอบด้วย การให้ข้อมูลแก่ครูในด้านการเรียนการสอน เพื่อครูจะได้ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการเรียนการสอนของตนเอง ช่วยให้ครูได้พัฒนาความรู้ ความสามารถในด้าน การเรียนการสอน
2. เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียน ประกอบด้วย การปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อคุณภาพของนักเรียนและเป็นการส่งเสริมประสิทธิภาพงานวิชาการในโรงเรียน
3. เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้นิเทศ ครูผู้สอน เป็นต้น
4. เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกัน
ความหมายและขอบข่ายการนิเทศภายในโรงเรียน
นักการศึกษาได้ให้ความหมายของการนิเทศภายใน สรุปได้ ดังนี้
กิติมา ปรีดีดิลก (2532 : 306) ได้กล่าวว่า การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นการนิเทศ โดยบุคลากรในโรงเรียนเอง จะต้องกระทำอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการในอันที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2535 : 10) ได้เสนอว่า การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง ความพยายามทุกชนิดของผู้ที่อยู่ในโรงเรียน ตั้งแต่ผู้บริหารลงมาในการที่จะปรับปรุงส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาครูผู้สอนให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการประสบการณ์การเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิผล
ชารี มณีศรี (2538 : 15) ได้กล่าวว่า การนิเทศภายใน หมายถึง กระบวนการส่งเสริม แนะนำ ชี้นำ ปรึกษา หรือประสานมอบหมายความรับผิดชอบและปรับปรุงพัฒนาเพื่อคุณภาพของนักเรียน
นอกจากนี้ เสถียร เที่ยงธรรม (2542 : 7) ได้สรุปว่า การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง กระบวนการที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพคุณภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนให้สูงขึ้น โดยการร่วมมือของบุคลากรทั้งหมดภายในโรงเรียน
และสมเดช พินิจสกุล (2544 : 7) ได้สรุปว่า การนิเทศภายใน หมายถึง ความพยายามของผู้บริหารโรงเรียนในอันที่จะปรับปรุงส่งเสริมประสิทธิภาพในด้านการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ทำให้เกิดการเพิ่มพลังในการปฏิบัติงานของครู รวมทั้งให้ครูเกิดความก้าวหน้าในวิชาชีพ และก่อให้เกิดผลขั้นสุดท้าย คือ การศึกษาของเด็กก้าวไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการนิเทศภายใน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ ประกอบด้วย การสำรวจปัญหา การจัดระบบข้อมูล การวิเคราะห์ผลการเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สำรวจการใช้อุปกรณ์ และการประเมินผลการจัดการศึกษาที่ดำเนินการผ่านมา
ขั้นตอนที่ 2 การวางแผนและกำหนดทางเลือก ประกอบด้วย การกำหนดขอบข่ายการนิเทศภายใน การกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการจัดทำแผนโครงการ ประชุมชี้แจงประชาสัมพันธ์และการประเมินการวางแผนนิเทศ
ขั้นตอนที่ 3 การสร้างสื่อ เครื่องมือและพัฒนาวิธีการ ประกอบด้วย การวิเคราะห์ความต้องการใช้สื่อ เครื่องมือ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ การส่งเสริมการผลิตสื่อ เครื่องมือ การกำกับติดตามดูแลและให้คำปรึกษา การประเมินสื่อและเครื่องมือนิเทศ
ขั้นตอนที่ 4 การปฏิบัติการนิเทศภายใน ประกอบด้วย การดำเนินการนิเทศตามแผนที่กำหนดไว้ การประสานงาน การสร้างขวัญกำลังใจ การกำกับติดตามการสอน การสร้างความสำคัญระหว่างผู้เกี่ยวข้อง และการประเมินผลการดำเนินการนิเทศภายใน
ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผลและรายงานผล ประกอบด้วย การกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการประเมินผล การจัดทำรายงาน การวิเคราะห์ผลการประเมิน การสรุปและการจัดทำรายงานเผยแพร่ผลการนิเทศภายใน
ขอบข่ายของการนิเทศภายในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียน เป็นรูปแบบหนึ่งของการนิเทศการสอนที่มีการริเริ่ม และจัดดำเนินการโดยบุคลากรภายในโรงเรียน ประกอบด้วย บุคคลหลายฝ่ายตั้งแต่ผู้บริหารสถานศึกษา รอง/ผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูที่ได้รับมอบหมาย ทำหน้าที่ผู้นิเทศ และครูผู้สอนทุกคนเป็นผู้รับการนิเทศ มีขอบข่ายการดำเนินโดยสรุป ดังนี้ (ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. 2546 : 66-68)
1. การนิเทศภายในโรงเรียนมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่บุคลากรภายในสถานศึกษาเป็นผู้จัดดำเนินการ เป็นเจ้าของโปแกรมการนิเทศตามความต้องของครูในสถานศึกษานั้นๆการดำเนินงาน กระบวนการจัดกิจกรรมต่างๆเกิดขึ้นภายในสถานศึกษา
2. ผู้นิเทศดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน มีจุดมุ่งหมายหลักว่า เป็นการมุ่งพัฒนาครูผู้สอนภายในสถานศึกษา ให้รู้จักวิธีการปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น เพื่อทำให้การศึกษาเกิดผลสัมฤทธิ์ตามความคาดหมายของการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญต่อการนิเทศภายในสถานศึกษา ซึ่งความสำเร็จของการนิเทศภายใน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการสนับสนุนและเห็นความสำคัญของการนิเทศของผู้บริหาร ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การนิเทศภายในโรงเรียน เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้บริหารสถานศึกษาในการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน
3. ผู้นิเทศภายในโรงเรียน ประกอบด้วย
3.1 ผู้บริหารสถานศึกษา
3.2 ผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษาโดยเฉพาะฝ่ายวิชาการ
3.3 หัวหน้าคณะวิชา หัวหน้าแผนกวิชา
3.4 ครูอาจารย์ที่ทำหน้าที่สอน แต่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านมีประสบการณ์ในการสอน สามารถสาธิตหรือให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อนร่วมงานได้
3.5 ผู้เชี่ยวชาญที่เชิญมาเป็นวิทยากรเฉพาะด้านแนวคิดที่ใช้ในการนิเทศภายในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียนจะต้องให้เกิดความร่วมมือร่วมใจของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งในปัจจุบันยึดกรอบแนวคิดที่ใช้เป็นแนวทางดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน โดยสรุป ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2546 : 27)
1. วิธีการเชิงระบบ (System Approach) เป็นแนวคิดการดำเนินการนิเทศภายใน โรงเรียนมีความมุ่งหมายเพื่อการแก้ปัญหาและพัฒนาโรงเรียน โดยพิจารณาตามความต้องการจำเป็นตามลำดับความสำคัญ วิเคราะห์หาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา และหรือพัฒนา ทดลองดำเนินการ ติดตามประเมินผล ปรับปรุงและนำไปปฏิบัติจริง ทั้งนี้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด
2. วิธีการเชิงมนุษยนิยม (Humanistic Approach) เป็นแนวคิดการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนโดยใช้วิธีการประสานงานระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ทำให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน บรรยากาศการทำงานในโรงเรียนมีลักษณะเป็นกัลยาณมิตร ร่วมมือ ร่วมใจ ผู้บริหารและครูได้รับการยกย่อง เชิงชูเกียรติ ให้ขวัญกำลังใจ และมีความรู้สึกอิสระที่จะแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาและพัฒนาโรงเรียน
3. วิธีการร่วมพัฒนา (Collaborative Approach) เป็นแนวคิดการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนโดยใช้วิธีการร่วมคิด ร่วมทำระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศภายในโรงเรียน และ มีการประสานความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางภายนอกหรือแหล่งวิทยากรภายนอกเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเมื่อวิเคราะห์แนวคิดในการนิเทศภายใน 3 วิธีการดังกล่าวข้างต้น มีจุดเด่นเฉพาะ กล่าวคือ วิธีการเชิงระบบ ประกอบด้วย กระบวนการมีขั้นตอนชัดเจน เริ่มต้นด้วยการประเมินความต้องการจำเป็นตามลำดับความสำคัญ วิเคราะห์ทางเลือกเพื่อใช้ในการนิเทศ ดำเนินการนิเทศ ติดตามและประเมินผล และการปรับปรุงพัฒนา
ความจำเป็นของการนิเทศภายในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียนมีความจำเป็นสำหรับโรงเรียน ดังนี้ (วไลรัตน์ บุญสวัสดิ์. 2538 : 63 ; ชารี มณีศรี. 2538 : 201-202 ; ชโลมใจ ภิงคารวัฒน์. 2539 : ก2 ; แสน สมนึก. 2541 : 14)
1. จำนวนศึกษานิเทศก์ไม่เพียงพอและสมดุลกับความต้องการของโรงเรียนและงานที่รับผิดชอบ จึงทำให้มีการนิเทศจากศึกษานิเทศก์ไม่ทั่วถึง และการนิเทศไม่มีคุณภาพ
2. การนิเทศภายในโรงเรียนจะช่วยทำให้เกิดประสบความสำเร็จในการรวมพลังครูผู้สอนเพื่อให้มีความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตนเองให้ตอบสนองต่อหลักสูตรยิ่งขึ้น
3. การนิเทศภายในโรงเรียนจะช่วยทำให้ครูได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมมือกันวางแผนพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ และครูเกิดความมั่นใจ มีขวัญและกำลังใจ รวมทั้งเกิดความภูมิใจในการปฏิบัติงานของตนเอง
สรุปได้ว่า การนิเทศภายในโรงเรียน มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอน และสามารถแก้ปัญหาให้ครูสามารถพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของตนเองได้ เมื่อผู้บริหารสถานศึกษาได้รู้ปัญหาแท้จริงของโรงเรียน
ความมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียน
ความมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียนรายละเอียดโดยสรุปดังนี้ (นิวัฒน์ โรจนาพงษ์. 2534 :7; อำภา บุญช่วย. 2537: 111 ; แสน สมนึก. 2541 : 14)
1. เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดีในการปฏิบัติการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษาให้สามารถนำหลักการ แนวคิดและกระบวนการนิเทศมาใช้ดำเนินการบริหารโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เพื่อสำรวจสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของโรงเรียนแล้วนำมาดำเนินการวางแผนการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนได้ถูกต้อง รวมทั้งสามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนได้ดี โดยผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องส่งเสริม สนับสนุนให้กำลังใจ รวมทั้งให้ร่วมมือแก่ครูผู้สอนในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้
3. เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูในโรงเรียนโดยใช้เทคนิคการสร้างความสัมพันธ์ ความร่วมมือ รวมทั้งการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนและแก้ไขปัญหาร่วมกัน
สรุปได้ว่า ความมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียน เพื่อ การปรับปรุงและพัฒนาความสามารถของครูผู้สอน ซึ่งได้แก่ ความรู้ ทักษะและเจตคติของครูผู้สอนในด้านการจัดการเรียนการสอนให้สามารถแก้ปัญหาและจัดการเรียนการสอนแก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการที่ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้ครูได้มีการพัฒนาตนเองและให้กำลังใจ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การพัฒนาความสามารถของครูผู้สอนจึงอยู่ในความมุ่งหมายในการนิเทศภายในโรงเรียน
กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน
กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน นั้น เป็นขั้นตอนการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นขั้นตอนปฏิบัติการทั้งด้านกระบวนการบริหารการนิเทศและการเรียนการสอนควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง (แสน สมนึก. 2541 : 14) กมล ภู่ประเสริฐ (2533 : 238-239)ได้เสนอขั้นตอนการนิเทศภายในไว้ 6 ขั้นตอน คือ การสร้างความตระหนัก การตรวจสอบและร่วมวางแผน การชี้แนะและบริการ การให้ข้อมูลการประเมินผล และการให้แรงเสริม และสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2540 : 118)ได้เสนอขั้นตอนการนิเทศภายในโรงเรียนไว้ 5 ขั้นตอนคือ การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ การวางแผน และกำหนดทางเลือก การสร้างสื่อในการนิเทศ การปฏิบัติการนิเทศ และการประเมินผลและรายงานผล
แสน สมนึก (2541 : 75-77) ได้สังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายในโรงเรียน ได้สรุปว่า กระบวนการนิเทศภายใน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพ ปัจจุบัน ปัญหาและการวางแผนการนิเทศ ประกอบด้วย การวิเคราะห์นโยบายการศึกษา การกำหนดวิธีการรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนการนิเทศขั้นตอนที่ 2 การสร้างสื่อและเครื่องมือการนิเทศ ประกอบด้วย การผลิตสื่อและเครื่องมือเพื่อใช้ในการนิเทศ กำหนดแนวการใช้สื่อและเครื่องมือในการนิเทศ ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติการนิเทศภายในโรงเรียน ประกอบด้วย การปฏิบัติการนิเทศภายในโดยใช้สื่อและเครื่องมือนิเทศที่ได้จัดเตรียมไว้สมบูรณ์แล้ว และขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลและรายงานผลการนิเทศภายในโรงเรียนการจัดทำเครื่องมือการประเมินผล การประเมินผล และการสรุปรายงานผล
สรุปได้ว่า ในการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนเชิงระบบให้มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นจะต้องมีกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่องครบวงจร ของการปฏิบัติการนิเทศภายในโรงเรียน สามารถสังเคราะห์จากแนวคิดที่นำเสนอมาแล้วเป็นแนวดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนเชิงระบบในครั้งนี้ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.2 การวางแผนการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.3 การสร้างและพัฒนาสื่อและเครื่องมือสำหรับนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 1.4 การกำหนดบทบาทและหน้าที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 3 การติดตามและประเมินผลการนิเทศภายในโรงเรียน
ขั้นตอนที่ 4 การสรุปและรายงานผลการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน
บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการนิเทศภายในโรงเรียน
ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินการนิเทศการสอนโดยทำหน้าทีบริหารโครงการ และเป็นผู้นำของคณะผู้นิเทศภายในโรงเรียน การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นระบบหนึ่งของงานด้านวิชาการ สามารถสรุปขอบข่ายงานดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนตามบทบาทและหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย 3 ประการ ดังนี้ (ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. 2546 : 67-78)
1. บทบาทในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา: ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องส่งเสริม สนับสนุนโดยการนิเทศให้ครูผู้สอนทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติในการจัดทำ และการนำหลักสูตรไปใช้ในห้องเรียนในรายวิชาที่รับผิดชอบอย่างถูกต้องชัดเจน รวมทั้งนิเทศ การใช้หลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
2. บทบาทเป็นผู้นำในการจัดการเรียนการสอน: ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องส่งเสริม สนับสนุน โดยการนิเทศครูผู้สอนให้สามารถจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การรู้จักพื้นฐานของผู้เรียน การกำหนดจุดมุ่งหมายของการสอน การกำหนดเนื้อหาสาระสำหรับสอน การเตรียมความพร้อมในการเรียนการสอน การดำเนินการสอน การสร้างเสริมทักษะ การสนับสนุนการสอน การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพการสอน สัมฤทธิผลของการสอน และการปรับปรุงแก้ไข
3. บทบาทเป็นผู้นำในการประเมินผลการสอน: ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องดำเนินการนิเทศให้ครูผู้สอนสามารถดำเนินการประเมินการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศึกษาและนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอน และตัดสินการเรียนในแต่ละรายวิชา/ชั้น
บทบาทผู้นิเทศภายในโรงเรียน
ผู้นิเทศ มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำหรือจัดกิจกรรมกระตุ้น เร้า ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนได้ดำเนินการปรับปรุงการสอนในห้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา รองและหรือผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำครูทางการสอน หัวหน้าหมวดวิชา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องและชำนาญในการสอนภายในโรงเรียน เป็นต้น โดยผู้นิเทศจะต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะอย่างน้อย 3 ประการโดยสรุป ดังนี้ (สุทธนู ศรีไสย์. 2545. 11-12)
1. พื้นฐานความรู้ (Knowledge Base) ผู้นิเทศควรจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจหน้าที่ของครูผู้สอนเข้าใจหลักสูตรการเรียนการสอน และเรื่องต่างๆที่จำเป็นต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้แก่ผู้เรียน
2. ทักษะปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Skills) ผู้นิเทศจะต้องมีทักษะการติดต่อประสานงาน มีความสามารถในการสื่อสาร รวมทั้งมีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความตั้งใจและเต็มใจ
3. ทักษะเฉพาะ (Technical Skills) ผู้นิเทศจะต้องมีทักษะเฉพาะในด้านการสังเกต (Observing) การวางแผน (Planning) การประเมินผล (Assessing) และการประเมินผลภายหลังการปรับปรุงการสอน (Evaluating Instructional Improvement
นอกจากนี้ ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2546 : 22-25) ได้เสนvแนะว่า ผู้นิเทศจะต้องเป็นผู้มีคุณลักษณะและพฤติกรรมต่างๆเพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนโดยสรุป ดังนี้
1. ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเป็นผู้นำของผู้นิเทศดำเนินการวางแผนพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กิจกรรมการนิเทศภายในโรงเรียน และร่วมมือกับคณะผู้นิเทศเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการเรียนการสอน
2. ร่วมกับผู้รับการนิเทศในโรงเรียนสร้างบรรยากาศในการนิเทศด้วยการประชุมปรึกษาหารือ
3. ให้การยอมรับผู้รับการนิเทศว่าแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
4. ให้อิสระแก่ผู้รับการนิเทศได้มีความคิดสร้างสรรค์ตามความสามารถของแต่ละคน
สรุปได้ว่า การดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน เป็นระบบย่อยของระบบโรงเรียน มีความมุ่งหมายที่สำคัญ เพื่อพัฒนาความสามารถครูผู้สอนซึ่งเป็นผู้รับการนิเทศให้สามารถจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน นั่นคือ จะต้องดำเนินการร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศภายใต้การบริหารงานโครงการนิเทศภายในโรงเรียนและผู้นำคณะผู้นิเทศภายในโรงเรียน
หลักการนิเทศภายในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียน มีหลักการดำเนินการโดยสรุป ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2546 : 24-25)
1. การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นภาระของผู้บริหารโรงเรียน ผู้ช่วยผู้บริหาร หัวหน้าหมวดวิชา และคณะครูอาจารย์ภายในโรงเรียน มีหน้าที่นิเทศกันเอง
2. ประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่ายการนิเทศระดับเขตพื้นที่การศึกษา กลุ่มโรงเรียนและแหล่งวิทยาการ ให้บริการช่วยเหลืองานวิชาการ ของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว
3.การนิเทศภายในโรงเรียนจะได้ผลดี ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูด้วยกัน ได้รับขวัญและกำลังใจจากผู้บริหาร และยอมรับในความรู้ความสามารถของผู้ให้การนิเทศ พร้อมทั้งผู้รับการนิเทศภายในโรงเรียนให้การสนับสนุนด้วย
ประโยชน์ของการนิเทศภายในโรงเรียน
การนิเทศภายในโรงเรียนจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาให้โรงเรียนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการดำเนินการจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเจตคติ ความเชื่อ ความรับผิดชอบ การเร้าหรือกระตุ้นให้ครูผู้สอนได้มีการปรับปรุงตนเอง ตลอดจนแนวความคิดของครูผู้สอนในการปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลทำให้ครูผู้สอนได้รับประโยชน์โดยตรงโดยสรุป ดังนี้ (สุทธนู ศรีไสย์. 2545 : 8-9)
1. ครูผู้สอนมีความเชื่อมั่นในตนเอง
2. ครูผู้สอนสามารถประเมินผลการทำงานของตนเองได้
3. ครูผู้สอนสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
4. ช่วยกระตุ้นให้ครูผู้สอนให้มีการวางแผนจัดทำจุดมุ่งหมายและแนวปฏิบัติไปพร้อมๆกัน
5. เป็นกระบวนการที่ท้าทายความสามารถของครูให้มีความคิดเชิงนามธรรมสูงในขณะปฏิบัติงาน
การนิเทศภายในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
สวัสดีท่านผู้บริหารสถานศึกษาทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทเรียนออนไลน์เกี่ยวกับการนิเทศภายในสถานศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง บทเรียนนี้มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นสำหรับท่านในการนำกระบวนการนิเทศภายในไปใช้ในสถานศึกษาของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การนิเทศภายในได้มีการพัฒนาแนวคิดและวิธีการที่หลากหลาย บทเรียนนี้จะนำเสนอภาพรวมที่ครอบคลุม ตั้งแต่ความหมาย หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการ เครื่องมือ บทบาทของผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง ไปจนถึงแนวทางการนำผลการนิเทศไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการนิเทศภายในสถานศึกษา
1.1 ความหมายของการนิเทศภายในสถานศึกษา
การนิเทศภายในสถานศึกษา (Internal Supervision) หมายถึง กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยบุคลากรภายในสถานศึกษาเอง ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ๆ ที่ร่วมกันวางแผน ดำเนินการ สังเกต ให้ข้อมูลป้อนกลับ และปรับปรุงการปฏิบัติงาน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ (สุวิมล ว่องวาณิช, 2550; Bloom, Castagna, Moir, & Warren, 2005)
ความหมายนี้เน้นย้ำถึงลักษณะสำคัญของการนิเทศภายใน ดังนี้:
· กระบวนการต่อเนื่อง: การนิเทศไม่ใช่กิจกรรมที่ทำเพียงครั้งเดียว แต่เป็นวงจรของการพัฒนา ที่ไม่สิ้นสุด
· การพัฒนาคุณภาพ: เป้าหมายหลักคือการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียน
· บุคลากรภายใน: ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนิเทศคือคนในสถานศึกษาเอง
· การมีส่วนร่วม: ความสำเร็จของการนิเทศขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย
· ข้อมูลป้อนกลับ: การให้ข้อมูลที่สร้างสรรค์และนำไปสู่การปรับปรุงเป็นหัวใจสำคัญ
1.2 วัตถุประสงค์ของการนิเทศภายในสถานศึกษา
วัตถุประสงค์หลักของการนิเทศภายในสถานศึกษา (Sergiovanni & Starratt, 2002) ได้แก่:
· พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน: ส่งเสริมให้ครูมีวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนที่หลากหลาย
· ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน: มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ที่สูงขึ้น
· พัฒนาศักยภาพของบุคลากร: สนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
· สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กร: ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
· เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษา: พัฒนาระบบการทำงานภายในให้มีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่าง ๆ
1.3 หลักการสำคัญของการนิเทศภายในสถานศึกษา
การนิเทศภายในที่มีประสิทธิภาพตั้งอยู่บนหลักการสำคัญหลายประการ (Glickman, Gordon, & Ross-Gordon, 2014):
· หลักการมีส่วนร่วม: เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน การดำเนินงาน และการประเมินผล
· หลักการประชาธิปไตย: เคารพความคิดเห็นและให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
· หลักการสร้างสรรค์: ส่งเสริมให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมและวิธีการใหม่ ๆ ในการพัฒนาการเรียนการสอน
· หลักการช่วยเหลือ: เน้นการให้คำแนะนำ สนับสนุน และเป็นกำลังใจแก่ผู้รับการนิเทศ
· หลักการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง: มองว่าการนิเทศเป็นกระบวนการที่ไม่หยุดนิ่งและต้องมีการปรับปรุงอยู่เสมอ
· หลักการใช้ข้อมูล: การตัดสินใจและวางแผนการพัฒนาต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและเชื่อถือได้
· หลักการให้ข้อมูลป้อนกลับ: การให้ข้อมูลที่ชัดเจน ตรงประเด็น และสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญในการนำไปสู่การพัฒนา
2. กระบวนการและเครื่องมือการนิเทศภายในสถานศึกษา
2.1 ขั้นตอนของกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา
กระบวนการนิเทศภายในโดยทั่วไปมีขั้นตอนสำคัญดังนี้ (สุวิมล ว่องวาณิช, 2550):
1. การวางแผนการนิเทศ (Planning): กำหนดเป้าหมาย ขอบเขต วิธีการ และเครื่องมือที่จะใช้ในการนิเทศ โดยพิจารณาจากความต้องการของสถานศึกษาและบุคลากร
2. การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection): ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร เช่น การสังเกตการสอน การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์เอกสาร (แผนการจัดการเรียนรู้, สื่อการสอน, ผลงานนักเรียน) และการใช้แบบสอบถาม
3. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis): นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อระบุจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และแนวโน้มต่าง ๆ
4. การให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback): สื่อสารผลการวิเคราะห์ข้อมูลให้ผู้รับการนิเทศทราบอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา และสร้างสรรค์ โดยเน้นการให้กำลังใจและแนวทางในการพัฒนา
5. การปรับปรุงและพัฒนา (Improvement and Development): ร่วมกันวางแผนและดำเนินการปรับปรุงพัฒนาตามข้อมูลป้อนกลับที่ได้รับ รวมถึงการติดตามและประเมินผลการพัฒนา
2.2 เครื่องมือการนิเทศภายในสถานศึกษา
สถานศึกษาสามารถใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการนิเทศ (Hoy & Woolfolk Hoy, 2009):
· แบบสังเกตการสอน (Observation Forms): ใช้ในการบันทึกพฤติกรรมการสอนของครูอย่างเป็นระบบ โดยอาจมีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน
· แบบสัมภาษณ์ (Interview Protocols): ใช้ในการสนทนากับครู นักเรียน หรือผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
· แบบสอบถาม (Questionnaires): ใช้ในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากเกี่ยวกับความคิดเห็น ความพึงพอใจ และข้อเสนอแนะ
· การวิเคราะห์เอกสาร (Document Analysis): การตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอน ผลงานนักเรียน บันทึกหลังสอน และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
· บันทึกการประชุม (Meeting Minutes): ใช้ในการติดตามประเด็นที่หารือและข้อตกลงในการพัฒนา
· แฟ้มสะสมงาน (Portfolios): รวบรวมผลงานของครูและนักเรียนที่เป็นหลักฐานแสดงถึงพัฒนาการ
· วิดีโอและเสียงบันทึก (Video and Audio Recordings): ใช้ในการบันทึกการสอนเพื่อนำมาวิเคราะห์และสะท้อนผลในภายหลัง
3. บทบาทของผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องในการนิเทศภายใน
3.1 บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำและสนับสนุนกระบวนการนิเทศภายในให้ประสบความสำเร็จ (Wanzare, 2012):
· ผู้นำทางวิชาการ (Instructional Leader): กำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย และเป้าหมายของการนิเทศภายในที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
· ผู้สนับสนุน (Supporter): จัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และเวลาที่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานนิเทศภายใน
· ผู้สร้างบรรยากาศ (Climate Builder): สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และการให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสร้างสรรค์
· ผู้ประสานงาน (Coordinator): ประสานความร่วมมือระหว่างบุคลากรภายในสถานศึกษาและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง
· ผู้ให้คำปรึกษา (Counselor): ให้คำแนะนำ สนับสนุน และเป็นที่ปรึกษาแก่ครูและบุคลากรในการพัฒนาตนเอง
· ผู้ประเมินผล (Evaluator): ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกระบวนการนิเทศภายในเพื่อนำไปสู่การปรับปรุง
3.2 บทบาทของครูและบุคลากรทางการศึกษา
ครูและบุคลากรทางการศึกษามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้รับการนิเทศและผู้ร่วมดำเนินการนิเทศ (Danielson & McGreal, 2000):
· ผู้รับการนิเทศ (Supervisee): เปิดใจรับฟังข้อมูลป้อนกลับ สะท้อนผลการปฏิบัติงานของตนเอง และนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนา
· ผู้ให้ข้อมูล (Informant): ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ผู้นิเทศ
· ผู้ร่วมสังเกตการณ์ (Observer): อาจมีบทบาทในการสังเกตการณ์เพื่อนร่วมงานและให้ข้อมูลป้อนกลับในรูปแบบของการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
· ผู้ร่วมพัฒนา (Developer): เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลการนิเทศ
· สมาชิกชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Learning Community Member): ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
3.3 บทบาทของศึกษานิเทศก์ (กรณีมีส่วนร่วม)
แม้ว่าบทเรียนนี้จะเน้นการนิเทศภายใน แต่ในบางบริบท ศึกษานิเทศก์จากหน่วยงานภายนอกอาจมีบทบาทในการสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่สถานศึกษาในการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน (Glanz, 2004):
· ผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำ (Consultant): ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบการนิเทศ เครื่องมือ และเทคนิคต่าง ๆ
· ผู้ฝึกอบรม (Trainer): จัดอบรมพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาให้มีความรู้และทักษะในการนิเทศ
· ผู้สนับสนุน (Supporter): ให้กำลังใจและสนับสนุนการดำเนินงานนิเทศภายในของสถานศึกษา
· ผู้ประเมินภายนอก (External Evaluator): อาจมีบทบาทในการประเมินประสิทธิภาพของระบบการนิเทศภายในของสถานศึกษา
4. รูปแบบและวิธีการนิเทศภายในสถานศึกษา
สถานศึกษาสามารถนำรูปแบบและวิธีการนิเทศที่หลากหลายมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการ (สุวิมล ว่องวาณิช, 2550):
· การนิเทศแบบรายบุคคล (Individual Supervision): เน้นการพัฒนาครูเป็นรายบุคคล โดยอาจมีการสังเกตการสอน การสัมภาษณ์ และการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว
· การนิเทศแบบกลุ่ม (Group Supervision): เน้นการพัฒนาครูเป็นกลุ่ม โดยอาจมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม
· การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Coaching): ครูร่วมกันสังเกตการสอนของกันและกัน และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อการพัฒนา
· การนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision): เป็นกระบวนการนิเทศที่เป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่การประชุมก่อนการสอน การสังเกตการสอน และการประชุมหลังการสอนเพื่อวิเคราะห์และวางแผนพัฒนา
· การนิเทศแบบมีส่วนร่วม (Collaborative Supervision): ครูและผู้นิเทศร่วมกันกำหนดเป้าหมาย วางแผน และประเมินผลการพัฒนา
· การนิเทศโดยใช้เทคโนโลยี (Technology-Based Supervision): การใช้เครื่องมือและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการนิเทศ เช่น การสังเกตการสอนผ่านวิดีโอ การให้ข้อมูลป้อนกลับผ่านระบบออนไลน์ และการจัดการเอกสารการนิเทศ
5. การนำผลการนิเทศภายในไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
หัวใจสำคัญของการนิเทศภายในคือการนำผลที่ได้จากการนิเทศไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง (Fullan, 2001):
· การปรับปรุงแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา: ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการนิเทศควรนำมาใช้ในการทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้มีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริง
· การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้: ข้อมูลจากการนิเทศสามารถเป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตร การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การเลือกใช้สื่อและเทคโนโลยี และการวัดและประเมินผลผู้เรียน
· การพัฒนาบุคลากร: ผลการนิเทศจะช่วยให้สถานศึกษาสามารถระบุความต้องการในการพัฒนาบุคลากร และจัดกิจกรรมอบรม สัมมนา หรือการศึกษาดูงานที่ตรงกับความต้องการ
· การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC): การนิเทศภายในสามารถเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกิด PLC ในสถานศึกษา โดยครูร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แก้ไขปัญหา และพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดี
· การรายงานผลการดำเนินงาน: สถานศึกษาควรมีการรายงานผลการดำเนินงานของการนิเทศภายในต่อผู้เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
6. ความท้าทาย และแนวทางการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน
การพัฒนาระบบการนิเทศภายในให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอาจเผชิญกับความท้าทายหลายประการ (สุวิมล ว่องวาณิช, 2550):
· การขาดความเข้าใจและความตระหนัก: บุคลากรบางส่วนอาจยังไม่เห็นความสำคัญของการนิเทศภายใน หรือมองว่าเป็นภาระ
· การขาดทักษะและองค์ความรู้: ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องอาจยังขาดทักษะในการนิเทศ เช่น การสังเกต การให้ข้อมูลป้อนกลับ และการเป็นโค้ช
· การขาดทรัพยากร: สถานศึกษาอาจมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เวลา และบุคลากรในการดำเนินงานนิเทศภายใน
· การขาดการมีส่วนร่วม: การนิเทศอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้บริหารเพียงฝ่ายเดียว ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรอื่น ๆ
· การขาดการนำผลไปใช้จริง: ข้อมูลจากการนิเทศอาจถูกละเลยและไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา
แนวทางการพัฒนาระบบการนิเทศภายใน:
· สร้างความเข้าใจและตระหนัก: จัดกิจกรรมอบรม สัมมนา หรือการสื่อสารที่เน้นย้ำถึงความสำคัญและประโยชน์ของการนิเทศภายใน
· พัฒนาทักษะและองค์ความรู้: จัดอบรมพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็นในการนิเทศ
· จัดสรรทรัพยากร: จัดสรรงบประมาณ เวลา และบุคลากรที่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานนิเทศภายใน
· ส่งเสริมการมีส่วนร่วม: เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการวางแผน ดำเนินงาน และประเมินผล
· สร้างกลไกการนำผลไปใช้: กำหนดขั้นตอนและผู้รับผิดชอบในการนำผลการนิเทศไปสู่การปฏิบัติจริง และมีการติดตามประเมินผล
· สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้: ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
· ใช้เทคโนโลยีสนับสนุน: นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการข้อมูล การสื่อสาร และการดำเนินงานนิเทศภายในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทสรุป
การนิเทศภายในสถานศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำและสนับสนุนกระบวนการนี้ โดยอาศัยหลักการที่ถูกต้อง กระบวนการที่เป็นระบบ เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย การนำผลการนิเทศไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาในด้านต่าง ๆ จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการเรียนการสอนและผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทเรียนออนไลน์นี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้บริหารในการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาของท่าน เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาให้ก้าวหน้าต่อไป
อ้างอิง
· Bloom, G. R., Castagna, C., Moir, E., & Warren, B. (2005). Blended coaching: Skills and strategies to support principal development. Corwin Press.
· Danielson, L., & McGreal, T. L. (2000). Teacher evaluation to enhance professional practice. Association for Supervision and Curriculum Development.
· Fullan, M. (2001). Leading in a culture of change. Jossey-Bass.
· Glanz, J. (2004). Differentiated supervision. Corwin Press.
· Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2014). SuperVision and instructional leadership: A developmental approach (9th ed.). Pearson.
· Hoy, W. K., & Woolfolk Hoy, A. (2009). Instructional leadership: A learning-centered guide. Pearson/Allyn & Bacon.
· Sergiovanni, T. J., & Starratt, R. J. (2002). Supervision: A redefinition (7th ed.). McGraw-Hill.
· สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การนิเทศภายในโรงเรียน: หลักการและแนวปฏิบัติ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย