ข้อตกลงในการพัฒนางาน
ที่เป็นประเด็นท้าทาย
ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้
ข้อตกลงในการพัฒนางาน
ที่เป็นประเด็นท้าทาย
ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถปรับตัวและเติบโตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนรู้จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการเรียนรู้ให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา พบว่าผู้เรียนบางคนอาจไม่เข้าใจแนวคิดเชิงโครงสร้างโมเลกุลหรือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างธาตุ เนื่องจากเรื่องพันธะเคมี เป็นเนื้อหาที่มีความนามธรรมและซับซ้อน เช่น การอธิบายเกี่ยวกับพันธะไอออนิก พันธะโควาเลนต์ และพลังงานพันธะทำให้ผู้เรียนอาจมองว่าเคมีเป็นวิชาที่ยากและน่าเบื่อ ส่งผลให้ไม่สนใจเรียน อีกทั้งเนื้อหาทางทฤษฎีมากเกินไปอาจทำให้ขาดการมีส่วน และผู้เรียนยังขาดทักษะเทคโนโลยี เช่น การใช้งานโปรแกรมหรือเครื่องมือ ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคดิจิทัล ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดหวัง
ในปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพในการปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย AI สามารถนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล สามารถวิเคราะห์ศักยภาพผู้เรียนและนำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมกับระดับความเข้าใจของแต่ละคน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามความต้องการ ใช้ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Learning) พัฒนาสื่อการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ เช่น เกมจับคู่ธาตุเพื่อสร้างพันธะเคมี หรือการจำลองสถานการณ์ที่ต้องใช้ความรู้เรื่องพันธะเคมีในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ AI ยังช่วยในการสร้างภาพหรือการจำลองโครงสร้างโมเลกุลแบบ 3 มิติที่ผู้เรียนสามารถหมุนและโต้ตอบได้ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเชิงระบบและยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
จากสถานการณ์ดังกล่าว การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาทักษะสำคัญสำหรับอนาคต เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ ผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
ขั้นตอนที่ 1: วางแผน (Plan)
1.1 กำหนดเป้าหมายการพัฒนา
ระบุผลลัพธ์ที่คาดหวัง เช่น นักเรียนสามารถเข้าใจชนิดของพันธะเคมี (ไอออนิก โควาเลนต์ และโลหะ) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างโมเลกุลและสมบัติของสาร รวมถึงสามารถใช้เทคโนโลยี AI ในการเรียนรู้ได้อย่างสร้างสรรค์ ตั้งเป้าหมายด้านการพัฒนาทักษะ เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้
1.2 วางแผนออกแบบสื่อการเรียนรู้
ออกแบบเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นปฏิสัมพันธ์ (Interactive) เช่น การจำลองปฏิกิริยาเคมีผ่าน Simulation เลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น การใช้ AI Chatbot ในการตอบคำถามเชิงวิชาการ การสร้างโครงสร้างโมเลกุล 3D ด้วยซอฟต์แวร์ AR/VR
1.3 จัดทำแผนการสอนและการวัดผล
วางโครงสร้างบทเรียน แบ่งเนื้อหาออกเป็นหน่วยย่อย เช่น ความเข้าใจพื้นฐานของพันธะเคมี ประเภทของพันธะ และผลต่อสมบัติของสาร กำหนดตัวชี้วัด (KPIs) เช่น คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน ความสามารถในการวิเคราะห์โจทย์ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม
ขั้นตอนที่ 2: ดำเนินการ (Do)
2.1 พัฒนาสื่อการเรียนรู้
-สร้างเนื้อหา: พัฒนาเนื้อหาในรูปแบบดิจิทัล เช่น การ์ตูนเคลื่อนไหวหรือวิดีโอการสอนที่อธิบายพันธะเคมี
-ออกแบบ Simulation: จำลองโครงสร้างโมเลกุลในรูปแบบ 3D ที่นักเรียนสามารถหมุนหรือปรับเปลี่ยนเพื่อศึกษาคุณสมบัติ
- พัฒนา AI Chatbot: ใช้ AI ในการตอบคำถามที่นักเรียนสงสัย เช่น “เหตุใดพันธะไอออนิกจึงมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าโควาเลนต์”
-สร้างแบบฝึกหัด Adaptive Learning: พัฒนาแบบฝึกหัดที่สามารถปรับระดับความยากง่ายตามศักยภาพของนักเรียน
2.2 นำสื่อเข้าสู่การเรียนการสอน
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การใช้ Simulation เพื่อแสดงการสร้างพันธะเคมีในสถานการณ์จำลอง
มอบหมายให้นักเรียนใช้เทคโนโลยี AR/VR เพื่อสร้างและสำรวจโครงสร้างโมเลกุล
ส่งเสริมการใช้ AI Chatbot เป็นผู้ช่วยในการตอบคำถามและตรวจสอบความเข้าใจ
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบ (Check)
3.1 ประเมินผลการเรียนรู้
-ตรวจสอบผลลัพธ์การเรียนรู้ผ่านแบบทดสอบวัดความเข้าใจก่อนและหลังการเรียน
-สังเกตการมีส่วนร่วมของนักเรียนในกิจกรรม เช่น การใช้งาน Simulation และ AI Chatbot
3.2 รวบรวมความคิดเห็น
-เก็บข้อมูลจากนักเรียนและครูผู้สอนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสื่อ เช่น ความเข้าใจในเนื้อหา การใช้งานเทคโนโลยี และความสนใจ
-วิเคราะห์จุดเด่นและจุดที่ควรปรับปรุง เช่น หากนักเรียนพบว่า AI Chatbot ตอบคำถามช้าหรือไม่ตรงประเด็น
ขั้นตอนที่ 4: ปรับปรุง (Act)
4.1 พัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
-ปรับปรุงฟังก์ชัน AI Chatbot ให้สามารถตอบคำถามได้เร็วขึ้นและตรงประเด็น
- เพิ่มตัวเลือกใน Simulation เพื่อให้ครอบคลุมสถานการณ์ที่หลากหลาย
-ปรับกิจกรรมการเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน
4.2 เผยแพร่และขยายผล
- จัดอบรมครูผู้สอนเกี่ยวกับการใช้งานสื่อ AI และเทคโนโลยีใหม่
- เผยแพร่สื่อการเรียนรู้ไปยังโรงเรียนหรือชั้นเรียนอื่น ๆ เพื่อขยายผล
- บันทึกข้อมูลและผลการดำเนินงานเพื่อนำไปพัฒนาในปีงบประมาณถัดไป
- นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (70% ขึ้นไป) ตอบคำถามเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับพันธะเคมี ได้อย่างถูกต้อง ร้อยละ 70
-นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมที่ใช้สื่อการเรียนรู้ผ่านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่น Simulation, การสร้างโครงสร้างโมเลกุล 3D และเกมการเรียนรู้เชิงโครงสร้างโมเลกุล ร้อยละ 70
- นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเรียนรู้ อยู่ในระดับดีขึ้นไป
70 %
ผ่านวัตถุประสงค์
- นักเรียนมีความเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับหัวข้อพันธะเคมี เช่น ชนิดของพันธะ (ไอออนิก, โควาเลนต์, โลหะ) การเชื่อมโยงสมบัติของสารกับโครงสร้างโมเลกุล สามารถวิเคราะห์ปฏิกิริยาเคมีและแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนได้
- นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยี AI
- นักเรียนแสดงความสนใจในวิชาเคมีเพิ่มขึ้น จากการใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการ
ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาพันธะเคมีได้คะแนนเฉลี่ย สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 70) และส่วนใหญ่สามารถตอบคำถามเชิงวิเคราะห์ได้ถูกต้อง
นักเรียนมากกว่าร้อยละ 70 เข้าร่วมกิจกรรมที่ใช้สื่อการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเรียนรู้ อยู่ในระดับ ดีมาก
ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
นักเรียนมีความเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับหัวข้อพันธะเคมี ได้แก่ ชนิดของพันธะ (ไอออนิก โควาเลนต์ และโลหะ) การเชื่อมโยงสมบัติของสารกับโครงสร้างโมเลกุล รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ปฏิกิริยาเคมีได้
นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นักเรียนแสดงความสนใจในวิชาเคมีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีความทันสมัย ตรงกับความต้องการ และมีปฏิสัมพันธ์สูง