สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด รวมจำนวน 35 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน จำนวน 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
1.1.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
-รายวิชาเคมี 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
-รายวิชาการสืบเสาะหาความรู้และแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
-รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ-ชีวภาพ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
-รายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ (IS2) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1.2 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
-กิจกรรมสังคม-สาธารณะประโยชน์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
-ลูกเสือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
-ชุมนุมเคมี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
-ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
-หัวหน้างานเฉพาะกิจ (ลาดตระเวน)
-หัวหน้างานจราจรและความปลอดภัย
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด รวมจำนวน 39 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 22 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
1.1.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
-รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
-รายวิชาการสืบเสาะหาความรู้และแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
-รายวิชาระเบียบวิธีวิจัย จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1.2 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
-กิจกรรมสังคม-สาธารณะประโยชน์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
-ลูกเสือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
-ชุมนุมส่งเสริมวิชาการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
-ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
-หัวหน้างานเฉพาะกิจ (ลาดตระเวน)
-หัวหน้างานจราจรและความปลอดภัย
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในปัจจุบันผู้เรียนส่วนใหญ่ขาดทักษะในการแก้ปัญหา รวมถึงการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เนื่องจากการแก้ปัญหาในชีวิตจริงต้องอาศัยความรู้หลาย ๆ ศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา เช่น ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น แต่การเรียนวิชาดังกล่าวในโรงเรียนนั้น เป็นการเรียนรู้ที่แยกออกจากกันอย่างอิสระ ทำให้ผู้เรียนไม่เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน
เคมีเป็นหนึ่งในวิชาแกนของวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และการเข้าใจวิชาวิทยาศาสตร์อื่น ๆ เช่น ชีววิทยา ฟิสิกส์ และวัสดุศาสตร์ ซึ่งส่วนมากเคมีจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของนามธรรมที่มองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้ ทำให้นักเรียนจำนวนมากมีมโนมติที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวิชาเคมี ปฏิกิริยาเคมีซึ่งเป็นมโนมติหนึ่งที่สำคัญ เพราะปรากฏการณ์หลายอย่างที่พบในชีวิตประจำวันของนักเรียนเกี่ยวข้องกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี หากนักเรียนไม่มีความรู้พื้นฐาน หรือมีมโนมติที่ผิด และคลาดเคลื่อนไป อาจส่งผลต่อการเรียนหรือการศึกษามโนมติวิชาเคมีขั้นสูงต่อไปในอนาคต เช่น เรื่อง สมดุลเคมี และกรด-เบส ได้ อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนรู้ในปีการศึกษาที่ผ่านมานั้นครูผู้สอนได้นำวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5Es) ร่วมกับกิจกรรมสะเต็มศึกษา (STEM Education) ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการ 4 สาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ เข้าด้วยกัน มาพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เพื่อแก้ปัญหากับสถานการณ์ที่เผชิญได้ แต่บางกลุ่มใช้เวลาในการเรียนรู้มากเกินกว่าที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ ส่งผลกระทบต่อการเรียนในเนื้อหาถัดไป อีกทั้งมีการใช้สารเคมีที่สิ้นเปลืองมากเกินความจำเป็น
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน เรื่องปฏิกิริยาเคมี ควรผสมผสานการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5Es) และกิจกรรมสะเต็มศึกษา (STEM Education) ร่วมกับเคมีแบบย่อส่วน (Small scale) เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ลดการใช้สารเคมี และกระชับเวลาในการเรียนรู้ โดยเน้นการออกแบบและแก้ปัญหาโดยการลงมือปฏิบัติให้อยู่ในเวลาที่กำหนด เพื่อนำไปสู่การสร้างชิ้นงาน ไม่เน้นการท่องจำทฤษฎีหรือกฎทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจทฤษฎีหรือกฎต่าง ๆ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด ตั้งคำถาม การแก้ปัญหา ตลอดจนการหาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ ๆ พร้อมทั้งสามารถนำข้อค้นพบนั้นไปใช้หรือบูรณาการกับชีวิตประจำวันได้
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ตามหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของเนื้อหา เรื่องปฏิกิริยาเคมี
2.2 ศึกษารายละเอียดของเนื้อหา เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา และเคมีแบบย่อส่วน จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด และจุดประสงค์การเรียนรู้
2.3 ให้คุณครูในสาชาวิชาเคมีช่วยตรวจสอบเครื่องมือต่าง ๆ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสมของเนื้อหา รูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อที่ใช้ในการเรียนรู้ และความถูกต้องในการใช้ภาษา พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุง แก้ไข
2.4 นำกิจกรรมการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เคยเรียนเนื้อหา เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี และให้นักเรียนเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุง แก้ไข หรือนักเรียนมีความสับสนในข้อความใด ให้ดำเนินการปรับภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้น
2.5 จัดกิจกรรมการเรียนรู้กับกลุ่มตัวอย่างของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
1) ผู้เรียนมีคะแนนใบงานผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 (K)
2) ผู้เรียนมีคะแนนผลงาน STEM เฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และมีทักษะการทดลองผ่านเกณฑ์ อยู่ในระดับดีขึ้นไป (P)
3) ผู้เรียนมีผลการประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติอยู่ในระดับดีขึ้นไป (A)
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา ใช้เป็นความรู้พื้นฐานเพื่อใช้เรียนวิชาเคมีขั้นสูงต่อไปในอนาคต สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้
4. ผลลัพธ์ที่ได้
4.1 เชิงปริมาณ
1) ผู้เรียนมีคะแนนใบงานผ่านเกณฑ์ร้อยละ 88 (K)
2) ผู้เรียนมีคะแนนผลงาน STEM เฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 และมีทักษะการทดลองผ่านเกณฑ์ อยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 100 (P)
3) ผู้เรียนมีผลการประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติอยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ 100
4.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา ใช้เป็นความรู้พื้นฐานเพื่อใช้เรียนวิชาเคมีขั้นสูงต่อไปในอนาคต โดยกิจกรรมการเรียนรู้ สะเต็มศึกษานั้นช่วยกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการสืบเสาะหาความรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีการทำงานร่วมกัน ใช้ความรู้เป็นพื้นฐานในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีการอภิปราย วิพากษ์วิจารณ์และนำเสนอ สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5Es)
ร่วมกับกิจกรรมสะเต็มศึกษา (STEM) แบบเคมีย่อส่วน
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5Es)
ร่วมกับกิจกรรมสะเต็มศึกษา (STEM) แบบเคมีย่อส่วน