ชื่อสามัญ : Weeping Fig, Benjamin Fig, Ficus Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus benjamina
วงศ์ : Moraceae (วงศ์หม่อนหรือวงศ์ขนุน)
ชื่อเรียกในท้องถิ่น : ไทรย้อย, ไทรย้อยใบแหลม, ไทรยอดทอง (บางพื้นที่)
ชื่ออื่นๆ : จาเรป (เขมร), ไทร (นครศรีธรรมราช), ไทรกระเบื้อง (ประจวบคีรีขันธ์), ไทรย้อยใบแหลม (ตราด, กรุงเทพฯ)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ มีความสูงประมาณ 5–15 เมตร ลำต้นมีเปลือกสีน้ำตาลอ่อนถึงเทา มีรากอากาศย้อยลงมาจากกิ่งหรือลำต้น รากอากาศสามารถเจริญเติบโตเป็นลำต้นใหม่และช่วยพยุงต้นแม่
ใบ : ใบเดี่ยว รูปรีถึงรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ใบมีสีเขียวเข้มและเป็นมันเงา ขอบใบเรียบ ใบอ่อนมักมีสีเขียวอ่อนหรือเขียวอมเหลือง
ดอก : ออกดอกแบบช่อกระจุกตามซอกใบและกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กมาก มองเห็นได้ยาก เนื่องจากถูกห่อหุ้มอยู่ในฐานรองดอกที่ขยายตัวเป็นรูปร่างคล้ายผล
ผล : ผลมีลักษณะกลมขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-1 ซม. ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มถึงแดงเข้ม ผลสามารถเป็นอาหารของนกและสัตว์ป่า
ประโยชน์
ตำรายาไทยใช้ รากอากาศ ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ (โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ มีปัสสาวะขุ่นข้น เหลืองหรือแดง มักมีอาการแน่นท้อง กินอาหารไม่ได้) ปัสสาวะพิการ (อาการปัสสาวะปวด หรือกะปริบกะปรอย หรือขุ่นข้น สีเหลืองเข้ม หรือมีเลือด) แก้กษัย (อาการป่วยที่เกิดจากหลายสาเหตุ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม ซูบผอม โลหิตจาง ปวดเมื่อย) ผลของต้นไทรยังเป็นอาหารของนกหลายชนิดอีกด้วย
สถานที่พบในโรงเรียน
บริเวณหน้าอาคารโรงอาหารติดกับอาคารร่มไทร ข้างหลังบริเวณเสาธงชาติ