เพชรน้ำหนึ่งเมืองสุพรรณ สดุดีบุคคลสำคัญผู้เป็นต้นแบบ
เพชรน้ำหนึ่งเมืองสุพรรณ สดุดีบุคคลสำคัญผู้เป็นต้นแบบ
นายบรรหาร ศิลปอาชา
นายบรรหาร ศิลปอาชา
“มังกรการเมือง” ผู้เนรมิตเมืองสุพรรณ หากจะกล่าวถึงบุคคลที่เปลี่ยน
โฉมหน้าจังหวัดสุพรรณบุรีจากเมืองเกษตรกรรมที่เงียบเหงา ให้กลายเป็นเมืองที่ทันสมัยและมีการพัฒนาเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ชื่อของ “นายบรรหาร ศิลปอาชา” นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของไทย จะต้องถูกจารึกไว้ในฐานะจอมทัพผู้อยู่ในหัวใจชาวสุพรรณตลอดกาล
จากเด็กสู้ชีวิต สู่มังกรการเมือง
เส้นทางชีวิตของท่านไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2475
ในครอบครัวพ่อค้าชาวจีนนามว่า “เต็กเซียง แซ่เบ๊” แม้การศึกษาในวัยเด็กจะต้องหยุดชะงักลงเพราะ
ไฟสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ท่านไม่เคยหยุดพัฒนาตนเอง ท่านเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวจากการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจนประสบความสำเร็จอย่างสูง และที่น่าประทับใจคือ ท่านกลับมาเรียนต่อจนจบปริญญาโท
ด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สัจจะและความมุ่งมั่น เส้นทางบนเวทีโลก
ท่านบรรหารเข้าสู่การเมืองในปี พ.ศ. 2517 และได้รับความไว้วางใจจากชาวสุพรรณบุรีเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภามาอย่างต่อเนื่องทุกสมัย ด้วยสโลแกน “สัจนิยม” ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง ดังนี้
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชายชุณหะวัณ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พลเอกสุจินดา คราประยูร
จนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุดคือ นายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2358 แม้จะมีฉายาจากสื่อว่า “เติ้งเสี่ยวหาร” ตามบุคลิกที่คล้ายผู้นำจีน แต่ในสายตาคนพื้นที่ ท่านคือ “มังกรสุพรรณ” ผู้ที่มีบารมีและได้รับความเคารพสูงสุด
มรดกแห่งการพัฒนา สุพรรณบุรีที่เปลี่ยนไป
ผลงานที่ประจักษ์ชัดที่สุดคือการเนรมิตโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ที่กว้างขวางและเข้าถึงทุกพื้นที่ จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วประเทศ แลนด์มาร์คสำคัญ เช่น หอคอยบรรหาร-แจ่มใส พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ การตั้งโรงเรียนและโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับชีวิตชาวสุพรรณ
หอคอยบรรหาร-แจ่มใส
ผลงานที่ประจักษ์ชัดที่สุดคือการเนรมิตโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ที่กว้างขวางและเข้าถึงทุกพื้นที่ จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วประเทศ แลนด์มาร์คสำคัญ เช่น หอคอยบรรหาร-แจ่มใส พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ การตั้งโรงเรียนและโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับชีวิตชาวสุพรรณ
บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร
ลมหายใจสุดท้ายเพื่อส่วนรวม
ท่านจากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559 ในวัย 83 ปี ทิ้งไว้เพียงตำนานแห่งการพัฒนาและความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด แม้กายจะจากไปแต่ “จิตวิญญาณแห่งมังกร” ยังคงสถิตอยู่ในทุกตารางนิ้วของเมืองสุพรรณบุรีที่ท่านรัก
แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์
“แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์” คือตัวแทนของความร่ำรวยทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ เพชรน้ำหนึ่งเม็ดนี้คือผู้ที่ทำให้เสียงเพลงพื้นบ้านและ “สำเนียงเหน่อ” ของชาวสุพรรณกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่คนทั้งประเทศยอมรับ
จากเด็กหญิงทุ่งศรีประจันต์ สู่เส้นทางสายศิลปิน
แม่ขวัญจิต หรือชื่อจริงคือ นางเกลียว เสร็จกิจ เกิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2490 ณ อำเภอ
ศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ชีวิตวัยเด็กของท่านผูกพันกับผืนนาและเสียงลำนำพื้นบ้าน ท่านเริ่มฉายแววศิลปินตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ด้วยการติดตามวงเพลงอีแซวของพ่อบัว เผื่อนน้อย และแม่บัวผัน จันทร์ศรี
ท่านไม่ได้เพียงแค่จดจำเนื้อร้อง แต่ท่าน “ซึมซับ” จังหวะจะโคนและศิลปะการแก้ลำด้วยไหวพริบสด ๆ
จนกลายเป็นดาวเด่นที่ผู้คนต่างหลงรักในความเฉลียวฉลาดและความมีเสน่ห์บนเวที
เพลง กับข้าวเพชฌฆาต - ขวัญจิต ศรีประจันต์
ชื่อของขวัญจิต ศรีประจันต์ เริ่มขจรขจายไปไกลกว่าท้องทุ่งสุพรรณเมื่อท่านก้าวเข้าสู่กรุงศรีอยุธยาและกรุงเทพฯ เพื่อเป็นนักร้องลูกทุ่งเต็มตัว ท่านสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำจังหวะเพลงพื้นบ้านมาผสมผสานกับลูกทุ่งได้อย่างกลมกลืน เพลง “กับข้าวเพชฌฆาต” กลายเป็นเพลงฮิตระเบิดที่ใครๆ ก็ต้องร้องตาม เนื้อหาที่หยอกล้อเรื่องราวในครัวด้วยสำเนียงสุพรรณที่จริงใจ ทำให้คนไทยทั้งประเทศหันมามองเสน่ห์ของ “ภาษาถิ่น” ในมุมใหม่ที่ทั้งเท่และมีเอกลักษณ์
ราชินีเพลงพื้นบ้าน ผู้ไม่เคยทิ้งรากเหง้า
แม้จะโด่งดังเป็นดาวค้างฟ้าในวงการลูกทุ่ง แต่แม่ขวัญจิตไม่เคยลืม “เพลงอีแซว” ที่สร้างท่านมา ในช่วงที่ศิลปะพื้นบ้านเริ่มถูกลบเลือนด้วยวัฒนธรรมสมัยใหม่ แม่ขวัญจิตคือหัวหอกสำคัญที่กลับมาฟื้นฟูและอนุรักษ์เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงเรือ และลำตัด ท่านใช้ชื่อเสียงที่มีเป็นกระบอกเสียงให้โลกได้รับรู้ว่า “ของดีของไทยไม่ต้องอายใคร” จนในปี พ.ศ. 2539 ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศที่ยืนยันว่าท่านคือ “ตัวจริง” ของแผ่นดิน
เกียรติยศ
พ.ศ. 2532 ได้รับการประกาศเกียรติคุณให้เป็น ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาศิลปะ (เพลงพื้นบ้าน) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติพ.ศ. 2533 ได้รับคัดเลือกเป็นสื่อพื้นบ้านดีเด่นของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลางและสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
พ.ศ. 2534 ได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็น นักร้องดีเด่นกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 2
จากเพลงกับข้าวเพชฌฆาต รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีซึ่งจัดงานโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
พ.ศ. 2536 ได้รับโล่เกียรติคุณ ฐานะนักร้องลูกทุ่งดีเด่นของ จ.สุพรรณบุรี พ.ศ. 2539 ได้รับการประกาศเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน- อีแซว)
ผลงานการขับร้องเพลง
ผลงานการขับร้องเพลงด้านต่างๆ ของแม่ขวัญจิต ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันนอกจาก ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกมากมาย แบ่งออกเป็นเพลงหลายประเภทดังนี้
1. ประเภทเพลงลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงเศรษฐีสุพรรณ ก็นั่นนะซิ วุ้ยว้าย นางครวญ อ้อมอกเจ้าพระยา อายบาปอายบุญ ปิดทองพระ แห่ผ้าป่า แฟนหนังเร่ เสียงครวญจากชาวประชา ชวนน้องกลับอีสาน กับข้าวเพชฌฆาต ฯลฯ
2. ประเภทเพลงพื้นบ้าน ได้แก่ เพลงชุดปัญหาหัวใจ อานิสงส์ทอดกฐิน ประเพณีไทย น้ำตาหมอนวด ประวัติเมืองสุพรรณ อีแซวประยุกต์ พระมาลัยโปรดนรก พระคุณพ่อแม่ อานิสงส์บรรพชา ประเพณีแต่งงาน เต้นกำรำเคียวเกี่ยวมดตะนอย ฯลฯ
3. ประเภทเพลงแหล่ ได้แก่ แหล่มัทรีเดินดง แหล่ประวัตินาค แหล่กัญหาชาลี แหล่ทำขวัญนาค แหล่ถาม-ตอบพิธีแต่งขันหมาก แหล่ถาม-ตอบเรื่องการแต่งงาน ฯลฯ