หากจะกล่าวถึงแผ่นดินที่เป็นเสมือน “อู่ข้าวอู่น้ำ” สำคัญของไทยมาแต่อดีต ชื่อของ “สุพรรณบุรี” จะต้องถูกจารึกไว้ในลำดับต้น ๆ ไม่ใช่เพียงเพราะความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำท่าจีนเท่านั้น แต่ที่นี่คือสมรภูมิแห่งเกียรติยศที่รวมหัวใจของคนไทยทั้งชาติไว้ด้วยกัน ผ่านวีรกรรมการกอบกู้เอกราชของจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่
สุพรรณบุรี เป็นเมืองที่มีลมหายใจมานานกว่า 3,500 ปี ชื่อนามของเมืองนี้เปลี่ยนผ่านตามกาลเวลาอย่างน่าสนใจ เริ่มจาก “ทวารวดีศรีสุพรรณภูมิ” หรือ “พันธุมบุรี” ในอดีตจนมาถึงสมัยพระเจ้ากาแตที่ทรงสร้าง “เมืองสองพันบุรี” จากเหตุการณ์ที่ข้าราชการกว่า 2,000 คน พร้อมใจกันบรรพชาตามคำชักชวนของพระองค์ ครั้งถึงสมัยพระเจ้าอู่ทอง ได้สร้างเมืองมาทางฝั่งใต้หรือทางตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ชื่อเมืองเรียกว่า “อู่ทอง” จนกระทั่งในสมัยขุนหลวงพะงั่ว นาม “สุพรรณบุรี” จึงได้ปรากฏชัดและใช้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันตกที่คอยปกป้องราชธานีกรุงศรีอยุธยาจากทัพข้าศึก
หากจะเอ่ยถึงวีรบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจของคนไทยทั้งชาติ นามของ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับแรกในฐานะกษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ และหากจะถามถึงแผ่นดินที่จารึกมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ไว้ไม่มีวันลืมเลือน แผ่นดินนั้นคือ “สุพรรณบุรี” เมืองหน้าด่านสำคัญที่เป็นสมรภูมิแห่งเกียรติยศในการกอบกู้เอกราชให้แก่แผ่นดินสยาม
มหาวีรกรรมยุทธหัตถี ชัยชนะเหนือแผ่นดินดอนเจดีย์
ในปี พ.ศ. 2135 ณ สมรภูมิดอนเจดีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงแสดงพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ด้วยการทรงกระทำ “ยุทธหัตถี” หรือการรบบนหลังช้างต่อสู้กับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ท่ามกลางวงล้อมของข้าศึก สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีชัยชนะอย่างเด็ดขาด มหาวีรกรรมคชยุทธในครั้งนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องสุพรรณบุรีและกรุงศรีอยุธยาไว้ได้ แต่ยังเป็นการประกาศกิตติคุณของพระมหากษัตริย์ไทยให้เลื่องลือไปไกลถึงต่างแดน ชัยชนะของพระองค์ ทำให้ไทยว่างเว้นจากสงครามใหญ่ไปอีกยาวนาน และชื่อของ “ดอนเจดีย์” ก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญนับแต่นั้นมา
บารมีที่แผ่ไพศาล จากตำนานสู่วิถีชีวิตชาวสุพรรณ
วันทางจันทรคติที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี คือวันจันทร์เดือน 2 แรม 2 ค่ำ จุลศักราช 954 ตรงกับวันที่ 18 มกราคม จึงประกาศให้วันดังกล่าวเป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์และถือเป็น “วันกองทัพไทย”
ทุกวันนี้ บารมีของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยังคงสถิตอยู่ในใจของชาวสุพรรณบุรีและชาวไทยทุกคน สังเกตได้จาก “พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์" ที่ตั้งตระหง่านเป็นมิ่งขวัญของจังหวัด และจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน นอกจากนี้ เรื่องราวของพระองค์ยังถักทอไปกับวิถีชีวิตและวรรณคดีท้องถิ่น ทำให้สุพรรณบุรีเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และความรักชาติ