:::โรงเรียนสตรีปากพนัง:::
:::โรงเรียนสตรีปากพนัง:::
"นวดแผนไทยในยุคดิจิทัล : นวัตกรรมใหม่ในศาสตร์เก่า สู่รายได้ระหว่างเรียน”
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ณ กรุงโบโกตา สาธารณรัฐโคลอมเบีย คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 14 มีมติให้ขึ้นทะเบียน “นวดไทย” หรือ “Nuad Thai, Traditional Thai Massage” ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งมวลมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity – RL) ภายใต้อนุสัญญา ว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ขององค์การยูเนสโก
อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ได้รับการรับรองในที่ประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2546 มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาแนวปฏิบัติการแสดงออกความรู้และทักษะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage – ICH) ของชุมชนหรือกลุ่มคน โดยต้องการสร้างความเคารพต่อ ICH และสร้างความตระหนักตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับสากล ต่อความสำคัญของ ICH และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการสงวนรักษา โดย ICH สามารถอยู่ในรูปแบบการแสดงออกทางวาจาและภาษา การแสดงศิลปะ แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีทางศาสนา เทศกาลเฉลิมฉลอง และงานฝีมือ
ประเทศไทยมีรายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) จำนวน 6 รายการ ได้แก่
1. โขน (Khon, masked dance drama in Thailand) ละครสวมหน้ากากที่แสดงเรื่องราวจากวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018)
2. นวดไทย (Nuad Thai, traditional Thai massage) ศาสตร์การนวดแผนโบราณเพื่อการบำบัดรักษา ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019)
3. โนรา (Nora, dance drama in southern Thailand) ศิลปะการแสดงพื้นบ้านจากภาคใต้ ที่มีทั้งการร่ายรำและขับร้องอันเป็นเอกลักษณ์ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021)
4.สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thail and, traditional Thai New Year festival) ประเพณีปีใหม่ไทยที่สำคัญ ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023)
5. ต้มยำกุ้ง (Tomyum Kung) อาหารไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024)
6. ชุดไทย : ความรู้ งานฝีมือ และการปฏิบัติเกี่ยวกับฉลองพระองค์ชุดไทย (Kebaya : knowledge, skills, traditions and practices) ได้รับการขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) โดยเป็นการขึ้นทะเบียนร่วมกับบรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์
การนวดไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage - ICH) โดยองค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เป็นการยกย่องนวดไทยในฐานะศิลปะวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมด้านการดูแลสุขภาพของไทย ซึ่งมีประโยชน์หลากหลาย เช่น ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดความเครียด และเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
ความสำคัญของ ICH นวดไทย
1. การได้รับการยอมรับระดับโลก: การขึ้นทะเบียนโดย UNESCO ถือเป็นการยอมรับในระดับสากลว่าการนวดไทยเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและควรค่าแก่การอนุรักษ์
2. เป็น Soft Power ของไทย: ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพและความงาม
3. มาตรฐานการปฏิบัติ: ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงมาตรฐานและแนวปฏิบัติในการนวดไทยให้มีความเป็นระบบและเป็นมาตรฐานมากขึ้น
ประโยชน์ของการนวดไทย
- บรรเทาอาการปวด : ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึง และบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
- เพิ่มความยืดหยุ่น : ช่วยให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และลดอาการยึดเกร็ง
- ลดความเครียด : ช่วยให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกผ่อนคลาย
- กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต : ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
ข้อควรระวัง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน หรือโรคเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนวด
- หญิงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก
- ผู้ที่มีแผลไฟไหม้, ใส่เครื่องมือแพทย์ หรือเป็นโรคกระดูกพรุนรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการนวด
โรงเรียนสตรีปากพนังเห็นคุณค่าและความสำคัญของการนวดไทย ในภาคเรียนที่ 1/2568 จึงจัดให้นักเรียนที่สนใจ ตั้งแต่ระดับชั้นม.1 - ม.6 ได้เรียนรู้การนวดแผนไทย โดยเริ่มจาก หลักสูตรการนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจำนวน 40 ชั่วโมง นักเรียนนวดแผนไทยรุ่นที่ 1 จำนวน 13 คน ได้รับใบวุฒิบัตรผู้ผ่านหลักสูตรนวดแผนไทย ปัจจุบันนักเรียนสามารถใช้ความรู้และทักษะเปิดบริการนวดเท้าเพื่อสุขภาพ หารายได้ระหว่างเรียนได้ และในภาคเรียนที่ 2/2568 ทางโรงเรียนได้เปิดสอนหลักสูตรการนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ ในลักษณะกิจกรรมชุมนุม ให้แก่นักเรียนพิเศษเรียนรวมที่สนใจจำนวน 27 คน ได้เรียนรู้เพื่อเป็นพื้นฐานทักษะอาชีพเพื่อการมีรายได้เลี้ยงตนเองในอนาคต
การได้ขึ้นทะเบียนในระดับโลกของการนวดไทย จะเป็นการสร้างความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของนวดไทย ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในระดับสากล รวมถึงเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าถึง พัฒนา และสงวนรักษาศาสตร์ด้านการนวดไว้ให้แก่ชนรุ่นหลัง
โรงเรียนสตรีปากพนัง
การศึกษาพิเศษเรียนรวม : ปิดช่องว่าง สร้างความเสมอภาค
(Inclusive Education: Everyone Equal)
การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม คือรูปแบบการศึกษาที่เด็กทุกคนมีสิทธิเรียนร่วมกันในโรงเรียนทั่วไป โดยโรงเรียนและครูต้องปรับหลักสูตร สื่อการสอน และเทคนิคการสอน ให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของเด็กแต่ละคน ซึ่งส่งเสริมการขจัดความแตกต่างทางสังคมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการอยู่ร่วมกัน
การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) เป็นแนวคิดที่มุ่งให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะมีความแตกต่างหรือความต้องการพิเศษอย่างไร มีสิทธิได้รับการศึกษาในโรงเรียนปกติร่วมกับเด็กทั่วไป โดยโรงเรียนจะต้องจัดบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับความต้องการจำเป็นของแต่ละบุคคล
หลักการสำคัญ
1. สิทธิขั้นพื้นฐาน : เด็กทุกคนมีสิทธิพื้นฐานในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ
2. ความหลากหลายของผู้เรียน : การให้การยอมรับว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านความสามารถ ความสนใจ และความต้องการในการเรียนรู้
3. การไม่แบ่งแยก : การเรียนรวมเป็นการขจัดอุปสรรคทางสังคมและสร้างโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน
4. การปรับปรุงระบบ : ระบบการศึกษาปกติจะต้องมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียนทุกคน
5. การปรับเปลี่ยนเพื่อเด็ก : โรงเรียนและครูต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอน (หลักสูตร วัตถุประสงค์ เทคนิคการสอน สื่อ อุปกรณ์ และการประเมินผล) เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. การศึกษาเพื่อทุกคน : มุ่งเน้นให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้มีโอกาสเรียนรวมกับเด็กปกติ เป็นการขจัดความแบ่งแยกทางสังคมและส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน
7. ประโยชน์ของนักเรียน : การเรียนรวมช่วยให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มีผลลัพธ์ทางการเรียนและทักษะสังคมที่ดีขึ้น รวมถึงมีพฤติกรรมเชิงบวกมากขึ้น ส่วนนักเรียนปกติก็จะได้พัฒนาทักษะการสื่อสารและการเรียนรู้จากความหลากหลายในห้องเรียน
องค์ประกอบสู่ความสำเร็จ การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่
1. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) : การจัดทำแผนร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญ สหวิชาชีพ ครู และผู้ปกครอง เพื่อกำหนดเป้าหมายและบริการที่จำเป็นสำหรับเด็กแต่ละคน
2. การทำงานร่วมกัน : ความร่วมมือจากทีมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา และผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญ
3. การปรับสภาพแวดล้อม : การจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมให้เหมาะสม และการจัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก
4. ครูที่มีความพร้อม : ครูผู้สอนต้องมีความเข้าใจและมีกลวิธีในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองความแตกต่างของนักเรียน
5. การมีส่วนร่วม : ส่งเสริมการเรียนรู้แบบร่วมมือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างนักเรียนปกติและนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ
ประโยชน์
สำหรับเด็กพิเศษ : ช่วยให้เด็กพิเศษมีพัฒนาการทางสังคมและทักษะชีวิตที่ดีขึ้น และมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
สำหรับเด็กทั่วไป : ส่งเสริมให้เด็กปกติเรียนรู้ที่จะยอมรับความแตกต่าง มีความเห็นอกเห็นใจ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
โรงเรียนสตรีปากพนัง เป็นศูนย์พัฒนาวิชาการการศึกษาพิเศษเรียนรวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช โรงเรียนตระหนักและให้ความสำคัญในการพัฒนาการจัดการศึกษาแบบพิเศษเรียนรวมอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 9 ปี มีนวัตกรรมที่ใช้ในการขับเคลื่อนจัดการศึกษาแบบเรียนรวมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ได้แก่ ระบบการจัดการเรียนรวม, นวัตกรรมพี่เลี้ยงจิตอาสาช่วยน้อง อ่านออกเขียนได้ คำนวณเป็น, ค่ายคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนกลุ่มอ่อน เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้นักเรียนทุกกลุ่มสามารถเรียนรู้ร่วมกับได้อย่างมีความสุข มีผลสัมฤทธิ์และคุณลักษณะเป็นไปตามเป้าหมาย ครูมีความสามารถตามลักษณะครูมืออาชีพ สถานศึกษาเป็นที่ยอมรับของชุมชนและสังคม
สรุป การศึกษาแบบเรียนรวมไม่ใช่แค่การให้เด็กพิเศษมานั่งเรียนในห้องเรียนปกติ แต่เป็นการสร้างระบบการศึกษาที่คำนึงถึงความเสมอภาคและความเป็นธรรมสำหรับทุกคน (Education for All) มุ่งเน้นการจัดบริการสนับสนุนที่จำเป็นเพื่อให้เด็กทุกคนสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง เป็นการปิดช่องว่าง สร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาสำหรับเยาวชนทุกคน