ใบความรู้เรื่อง
คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์ หมายถึง ศัพท์เฉพาะพระราชา แต่เดิมหมายถึง ศัพท์หลวงหรือคำศัพท์ราชการใช้สำหรับกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ และเจ้านาย ปัจจุบันหมายถึง คำสุภาพไพเราะซึ่งนำมาใช้ให้ถูกต้องตามข้ันหรือฐานะของบุคคล เป็นถ้อยคำที่เชิดชูบุคคลผู้เจริญด้วยชาติวุฒิ วัยวุฒิ คุณวุฒิ เป็นคำที่แสดงการยกย่องและแสดงความนับถืออย่างศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาเทพเจ้าหรือศาสดาในศาสนาอื่น ๆ
สาเหตุที่ต้องมีราชาศัพท์
เพื่อแสดงความยกย่องเทิดทูนพระเกียรติพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์และบุคคลชั้นสูง
เพื่อแสดงวัฒนธรรมอันดีงามในสังคมแและวัฒนธรรมด้านภาษา
เพื่อใช้ในเอกสารและวรรณกรรมชั้นสูงของชาติ
ลำดับชั้นของบุคคล ใช้ราชาศัพท์กับบุคคล 6 ระดับ ดังนี้
พระมหากษ้ตริย์
พระบรมราชินี
พระบรมวงศานุวงศ์ ได้แก่ สมเด็จพระบรมวงศ์ สมเด็จเจ้าฟ้า พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า และหม่อมเจ้า
ขุนนาง ข้าราชการ เช่น นายกรัฐมนตรี
พระสงฆ์ ได้แก่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สมเด็จพระสังฆราช พระสงฆ์ทั่วไป
สุภาพชน
ที่มาของราชาศัพท์ คำราชาศัพท์ที่ใช้มีที่มา ดังนี้
คำราชาศัพท์ที่สร้างจากคำไทย
คำราชาศัพท์ที่มาจากภาษาอื่น เช่น ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต และภาษาเขมร
คำราชาศัพท์ที่สร้างจากคำไทย มักเป็นคำที่เรียกเครือญาติ อวัยวะต่าง ๆของร่างกาย คำกริยา และเครื่องใช้ทั่วไป ดังนี้
คำที่ใช้เรียกเครือญาติ จะใช้คำไทยแท้ เช่น น้อง พี่ ลูก หลาน มาประกอบให้เป็นคำราชาศัพท์บางคำ เช่น
สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ หมายถึง เจ้าฟ้าที่เป็นน้องชายของพระเจ้าแผ่นดิน
สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ หมายถึง เจ้าฟ้าที่เป็นพี่ชายของพระเจ้าแผ่นดิน
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ หมายถึง เจ้าฟ้าที่เป็นลูกชายของพระเจ้าแผ่นดิน
สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ หมายถึง เจ้าฟ้าที่เป็นหลานสาวหรือหลานชายของพระเจ้าแผ่นดิน
คำที่ใช้เรียกอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีคำไทยบางคำใช้ประกอบเป็นคำราชาศัพท์ได้ ส่วนใหญ่จะใช้
"พระ+คำไทย" เช่น พระกราม พระเต้า ซึ่งปัจจุบันคำไทยมีน้อยมาก จะมีคำประกอบขึ้นใหม่โดยไม่ใช้คำเดิมมากกว่า เช่น พระเนตร พระโอษฐ์ พระกรรณ
คำกริยาที่ใช้คำไทย จะมีวิธีประกอบให้เป็นราชาศัพท์ คือ "ทรง+คำไทย" เช่น ทรงช้าง ทรงม้า ทรงไอ ทรงจาม
ทรงขลุุ่ย ทรงวิ่ง ทรงเรือ
คำที่ใช้กับเครื่องใช้ต่างๆ ใช้คำไทยประกอบให้เป็นราชาศัพท์ โดยใช้ "พระ+คำไทย" เช่น พระที่นั่ง พระแส้ พระแท่น พระอุู่
คำราชาศัพท์ที่มาจากภาษาอื่น ได้แก่ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต และภาษาเขมร มีดังนี้
ภาษาบาลี-สันสกฤต
คำที่ใช้เรียกเครือญาติ เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ภาษาบาลีสันสกฤต ใช้คำว่า อัยกา (ปู่ ตา) อ้ยกี (ย่า ยาย)
ชนนี (แม่) ถ้าใช้เป็นราชาศัพท์ให้เติมคำว่า "พระ" เช่น พระอัยกา พระอัยกี พระชนก หรือใช้ "พระราช" เติมหน้า เช่น พระราชมารดา พระราชบิดา
คำที่ใช้เรียกอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย ใช้ "พระ+ภาษาบาลีสันสกฤต" เช่น พระเนตร พระกรรณ พระมัสสุ พระทนต์
คำกริยาที่ใช้เป็นภาษาบาลีสันสกฤต ใช้ "ทรง" หรือ "เสด็จ" เติมหน้า เช่น พระราชนิพนธ์ เสด็จสวรรคต เสด็จประพาส
คำที่ใช้กับเครื่องใช้ต่างๆ ใช้ "พระ" ประกอบหน้าคำบาลีสันสกฤต เช่น พระธำมรงค์ พระสุพรรณศรี พระสังวาล หรือมีคำประกอบขึ้นโดยมีคำว่า "พระ" อยู่กลาง เช่น ฉลองพระเนตร ผ้าพันคอ ฉลองพระบาท
ภาษาเขมร ได้แก่ เสวย พระเขนย พระดำรัส พระขนง พระสรวล
การใช้คำ "ทรง"
คำกริยาที่เป็นคำราชาศัพท์อยู่แล้วจะใช้คำว่า "ทรง" นำหน้าอีกไม่ได้ เช่น บรรทม เสวย ประทับ ประชวร สรง โปรด เสด็จ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
คำว่า "ทรง" นำหน้าคำกริยาธรรมดา เพื่อให้เป็นราชาศัพท์ เช่น ทรงบาตร ทรงธรรม ทรงสกี ทรงเปียโน
คำว่า "ทรง" นำหน้าคำนามราชาศัพท์เพื่อทำให้เป็นกริยาราชาศัพท์ เช่น
พระประชวร หมายถึง ความเจ็บไข้ เติม "ทรง" เป็น ทรงพระประชวร หมายถึง เจ็บไข้
พระดำริ หมายถึง ความคิด เติม "ทรง" เป็น ทรงพระดำริ หมายถึง ความคิด
ทรงผนวช หมาย การบวช เติม "ทรง" เป็น ทรงพระผนวช หมายถึง บวช
คำ "ทรง" จะใช้นำหน้าคำกริยาที่มีคำนามราชาศัพท์ต่อท้ายไม่ได้ เช่น เป็นพระราชโอรส เป็นพระประมุข
มีพระราชโองการ ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สิ้นพระชนม์ ซูบพระองค์ ทรงพระเจริญ ทอดพระเนตร คำเหล่านี้
ไม่ต้องมี "ทรง" นำหน้า
การใช้คำ "เสด็จ"
ใช้นำหน้าคำกริยาธรรมดาให้เป็นคำกริยาราชาศัพท์ เช่นเสด็จไป เสด็จมา เสด็จกลับ
ใช้นำหน้าคำนามราชาศัพท์ เพื่อให้เป็นคำกริยาราชาศัพท์ เช่น เสด็จสวรรคต
การใช้คำ "พระบรม"
คำว่า "บรม" มาจาก "ปรม" แปลว่า ยิ่งใหญ่ จะใช้ศัพท์นี้เฉพาะบุคคลสูงสุดเท่านั้น คือ พระมหากษัตริย์ เช่น พระบรมราโชวาท พระบรมราชานุเคราะห์ พระบรมราชูปถัมภ์ พระบรมเดชานุภาพ พระบรมมหาราชวัง พระปรมาภิไธย
การใช้คำราชาศัพท์ให้ถูกต้องตามแบบแผน
การใช้คำราชาศัพท์ควรใช้ให้เหมาะสมกับสำนวนไทย เช่น ไม่ใช้ ถวายการต้อนรับแต่ควรใช้ว่า เฝ้าฯรับเสด็จ ไม่ควรใช้ ถวายความจงรักภักดี แต่ควรใช้ว่า มีความจงรักภักดี หรือ แสดงความจงรักภักดี
การใช้คำราชาศัพท์ใหถูกต้องตามเหตุผล
ในการถวายของแด่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มีหลักดังนี้
1.1 ของเล็ก ใช้ ทูลเกล้าฯ ถวาย (อ่านว่า ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย)
1.2 ของใหญ่ ใช้ ่น้อมเกล้าฯ ถวาย (อ่านว่า น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย)
คำว่า "อาคันตุกะ" แปลว่า แขกที่มาเยือน ถ้าเป็นแขกของพระมหากษัตริย์จะใช้ "พระราช" แต่ถ้าไม่ใช่แขกของพระมหากษัตริย์ให้ใช้ "ทรงเป็นอาคันตุกะ" ถ้าเป็นพระราชา "เป็นอาคันตุกะ" ถ้าเป็นประธานาธิบดี ทั้งนี้ ให้ดูที่เจ้าของประเทศเป็นเกณฑ์ ถ้าเจ้าของประเทศเป็นกษัตริย์ให้ใช้ "พระราช" เช่น
"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นอาคันตุกะของประธานาธิบดีแห่งสาธาราณรัฐฟิลิปปินส์"
การกล่าวถึงบุคคลที่ควรเคารพ ควรกล่าวตามพระราชอิสริยยศ หรือตำแหน่งให้ถูกต้องตามที่ทางราชการกำหนดไว้
การใช้คำราชาศัพท์สำหรับผู้ที่ควรแก่การเคารพอื่น ๆ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควรใช้ให้เหมาะสม เช่น ตรัส เสด็จออกบรรพชา เสด็จพระพุทธดำเนิน
เสด็จปรินิพพาน พระบรมศาสดา ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์
พระศาสดาของศาสนาอื่น ๆ ใช้เสด็จสู่สวรรค์ ทรงสั่งสอน ทรงประกาศพระศาสนา พระศาสดา
นายกรัฐมนตรี ควรใช้คำสุภาพเป็นเกณฑ์ เช่น กราบเรียน ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
การใช้คำราชาศัพท์ในงานประพันธ์
ในงานประพันธ์บางประเภทจะใช้คำราชาศัพท์แบบเคร่งครัด เช่น ร่ายยมหาเวสสันดรชาดก รามเกียรติ์ กามนิต อิเหนา สามกรุง ลิลิตตะเลงพ่าย พระอภัยมณี แต่งานประพันธ์บางประเภทอาจจะใช้คำราชาศัพท์ไม่เคร่งครัดนัก
คือ ไม่จำเป็นต้องใช้คำราชาศัพท์ไปตลอดทั้งเรื่อง แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้ประพันธ์ บางครั้งไม่ใช้คำราชาศัพท์บ้างก็ได้
แบบฝึกหัด
ให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่อง คำราชาศัพท์
ให้นักเรียนยกตัวอย่างคำราชาศัพท์ต่อไปนี้
2.1 หมวดร่างกาย 20 คำ
2.2 หมวดของใช้ 20 คำ
2.3 หมวดเครือญาติ 20 คำ
ให้นักเรียนใช้กระดาษรายงานในการทำงาน เย็บมุม ส่งรายบุคคล