-----------------------
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 1 การอ่าน
มาตรฐาน ท1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน
ตัวชี้วัด
ม.3/6 ประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน
ม.3-7 วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง
ม.3/8 วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
ม.3/9 ตีความและประเมินคุณค่าและแนวคิดที่ได้จากงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต
ม.3/10 มีมารยาทในการอ่าน
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ ต้องระบุความแตกต่างของคำที่มีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัยระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่อง แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน วิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินเรื่องที่อ่านโดยใช้กลวิธีการเปรียบเทียบ ประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่อง วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความและความเป็นไปได้ของเรื่อง วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่อง
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ เช่น
- ข่าวและเหตุการณ์สำคัญ
- บทความ
- สารคดี
- งานเขียนเชิงสร้างสรรค์
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการแปลความ
2) ทักษะการตีความ
3) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
4) ทักษะการสรุปลงความคิดเห็น
5) ทักษะการวิเคราะห์
6) ทักษะการประเมิน
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
4. รักความเป็นไทย
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
การเขียนแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
7. การวัดและการประเมินผล
7.1 การประเมินก่อนเรียน
- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การอ่านวินิจสาร
7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1) ตรวจใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความหมายของคำ
2) ตรวจใบงานที่ 3.1 เรื่อง การอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น
3) ตรวจใบงานที่ 4.1 เรื่อง การอ่านประเมินคุณค่างานเขียนเชิงสร้างสรรค์
4) ตรวจแบบบันทึกการอ่าน
5) ประเมินการนำเสนอผลงาน
6) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
7) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
8) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์
7.3 การประเมินหลังเรียน
- ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การอ่านวินิจสาร
7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ตรวจการเขียนแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
8. กิจกรรมการเรียนรู้
Ü นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การอ่านวินิจสาร
เรื่องที่ 1 การอ่านประเมินคุณค่า เวลา 2 ชั่วโมง
วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่ตรวจสอบ
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และการใช้ข้อมูลประกอบการเขียน
ขั้นสอน
1. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากเรื่องที่ 1) แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์และเรื่อง การอ่านประเมินคุณค่า จากหนังสือเรียน
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงานที่ 4.1 เรื่อง การอ่านประเมินคุณค่างานเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
- สมาชิกคนที่ 1 อ่านโจทย์คำถาม และเขียนคำตอบ
- สมาชิกคนที่ 2 เป็นฝ่ายสังเกต ตรวจสอบคำตอบ
ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทกันในคำถามข้อต่อไป
3. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (4 คน) ให้แต่ละคู่นำคำตอบของคู่ตนเองมานำเสนอให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เพื่อช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นสรุป
นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ 4.1 หน้าชั้นเรียน
เรื่องที่ 2 การจับใจความสำคัญ เวลา 3 ชั่วโมง
วิธีสอนแบบ SQ4R
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการบริโภคข่าวในสังคมปัจจุบัน จากนั้นครูนำสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ มาให้นักเรียนดูเพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงความสำคัญ และอิทธิพลของสื่อสิ่งพิมพ์ที่นำเสนอข่าว
ขั้นสอน
1. Survey (S) เลือกอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม อย่างน้อยคนละ 3 ฉบับ
2. Question (Q) ตั้งคำถามเกี่ยวกับข่าวที่อ่าน
3. Read (R) อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ทั้ง 3 ฉบับ อย่างละเอียด เพื่อค้นหาคำตอบสำหรับคำถาม
ที่ได้ตั้งไว้
4. Record (R) จดบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการอ่านข่าวในขั้นตอนที่ 3 โดยมุ่งจดบันทึกในส่วนที่สำคัญ และสิ่งที่จำเป็น
5. Recite (R) เขียนสรุปใจความสำคัญ
6. Reflect (R) วิเคราะห์ วิจารณ์ข่าวที่นักเรียนได้อ่าน แล้วแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่สอดคล้องหรือไม่สอดคล้อง
ขั้นสรุปและประเมินผล
ครูตรวจประเมินผลการบันทึกข่าวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม แล้วนำผลมาพัฒนานักเรียนและปรับปรุงซ่อมเสริมนักเรียนที่เรียนอ่อน
เรื่องที่ 3 การอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น เวลา 2 ชั่วโมง
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
นักเรียนยกตัวอย่างการวิเคราะห์ วิจารณ์หนังสือที่นักเรียนเคยอ่าน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการแสดงความคิดเห็น
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากเรื่องที่ 1) แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น จากหนังสือเรียน และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายหลักการอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรียน
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงานที่ 3.1 เรื่อง การอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น เสร็จแล้วนำส่งครู
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
ครูตรวจใบงานที่ 3.1 ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม แล้วเลือกผลงานดีเด่นติดป้ายนิเทศ
เรื่องที่ 4 การแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง เวลา 5 ชั่วโมง
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
ขั้นที่ 1 สังเกต
1. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากเรื่องที่ 1) แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนโต้แย้ง จากหนังสือเรียน
2. นักเรียนแต่ละคนอ่านเรื่อง พยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2557 แล้วสังเกต รับรู้ และพิจารณาคำ ข้อความจากเรื่อง จากนั้นร่วมกันสรุปใจความสำคัญ
ขั้นที่ 2 อธิบาย
นักเรียนรวมกลุ่มเดิมเพื่ออธิบายหรือตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่อ่าน เน้นการให้เหตุผลด้วยหลักการ กฎเกณฑ์ อ้างหลักฐานข้อมูลให้น่าเชื่อถือ
ขั้นที่ 3 รับฟัง
นักเรียนแต่ละคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากความเห็นของตน ได้ฟังและตอบคำถามตามความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เน้นการปรับเปลี่ยนความคิดอย่างมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์หรือถือความคิดของตนเป็นใหญ่
ขั้นที่ 4 เชื่อมโยงความสัมพันธ์
นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเปรียบเทียบความแตกต่างและความคล้ายคลึงของสิ่งต่างๆ ในเรื่อง พยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2557 จัดกลุ่มสิ่งที่เป็นพวกเดียวกัน หาเหตุผลหรือกฎเกณฑ์มาเชื่อมโยงในลักษณะอุปมาอุปมัย
ขั้นที่ 5 วิจารณ์
นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เรื่อง พยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยจำแนกหาข้อดี ข้อด้อย ส่วนดี ส่วนเสีย ส่วนสำคัญหรือส่วนที่ไม่สำคัญจากเรื่องด้วยการยกเหตุผลและหลักฐานประกอบ เช่น บอกว่าการเขียนเรื่องนั้นเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพราะอะไร
ขั้นที่ 6 สรุป
นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาข้อมูลต่างๆ ที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน แล้วสรุปผลอย่างตรงไปตรงมาตามหลักฐานข้อมูล จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอที่หน้าชั้นเรียน
ครูมอบหมายให้นักเรียนเลือกข่าวที่นักเรียนสนใจมาเขียนแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง 1 ข่าว
โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด
9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
9.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.3
2) ใบความรู้ เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์
3) พยากรณ์ประเทศไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2557
4) สื่อสิ่งพิมพ์ที่นำเสนอข่าว
5) ข่าวจากหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม
6) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความหมายของคำ
7) ใบงานที่ 3.1 เรื่อง การอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น
8) ใบงานที่ 4.1 เรื่อง การอ่านประเมินคุณค่างานเขียนเชิงสร้างสรรค์
9.2 แหล่งการเรียนรู้
แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.st.ac.th/bhatips/tip49/reading1.html
- http://web.kku.ac.th/thai416102/SubjectWeb/Critical-Reading_Meaning.htm
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ข้อใดกล่าวถึงการอ่านวิจารณ์ได้ถูกต้องที่สุด
ก. จับใจความสำคัญ
ข. จับผิดหาข้อบกพร่อง
ค. หาความรู้และแนวคิดของเรื่อง
ง. พิจารณาลักษณะความคิด และประเมินค่าของเรื่อง
2. บุคคลในข้อใดที่อ่านหนังสือแล้ววิเคราะห์สารของเรื่อง
ก. แพรว อ่านแล้วแยกส่วนต่างๆ ของเรื่อง
ข. พริ้ง อ่านแล้วสรุปใจความสำคัญของเรื่อง
ค. แพร อ่านเพื่อจับผิด และหาข้อบกพร่องของเรื่องที่อ่าน
ง. พราว อ่านแล้วแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านทุกด้าน
3. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของการอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็น
ก. บอกพิมพลักษณ์ของหนังสือ
ข. วิเคราะห์เนื้อเรื่องในด้านต่างๆ
ค. บอกประเภทและจุดมุ่งหมายของเรื่อง
ง. กล่าวถึงบริบทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อ่าน
4. ข้อใดปฏิบัติถูกต้องตามหลักการประเมินค่าของเรื่องที่อ่าน
ก. มาลา อ่านทำความเข้าใจ สรุปความ พิจารณาคุณค่า
ข. มาลี อ่านทำความเข้าใจ ตีความ วิเคราะห์เนื้อหาพิจารณาคุณค่างานเขียน
ค. มาลัย อ่านทำความเข้าใจ ตอบคำถาม ตีความพิจารณาคุณค่าของงานเขียน
ง. มาดา อ่านตีความ สรุปความ วิเคราะห์แนวคิดและเนื้อหา พิจารณาคุณค่าของงานเขียน
5. “การอ่านเพื่ออธิบายว่า สารที่อ่านดีหรือไม่ อย่างไร มีข้อบกพร่องอย่างไร” เป็นลักษณะของการอ่านประเภทใด
ก. วิเคราะห์
ข. วิจารณ์
ค. ประเมินค่า
ง. ทำความเข้าใจ
6. ข้อความใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์
ก. เพลงโบราณผ่านแผ่วยังแว่วหวาน แม่ขับขานกานต์กล่อมอ้อมอกอุ่น
ในอู่ผ้าขาวม้าพ่อกรอการุณย์ สรรเสริญบุญคุณใดเทียบเปรียบปาน
ข. แม่ดังธารรินใสไม่สิ้นสาย อุ่นใจกายดวงจิตเมื่อคิดถึง
แม่ก็คงห่วงใยใฝ่คะนึง ต่างรัดรึงสายสัมพันธ์อันงดงาม
ค. บ้านเรานั้นขัดสนแสนจนยาก ถึงลำบากแม่นั้นสู้ฟันฝ่า
เห็นลูกน้อยมีสุขในทุกครา แม่ก็ยิ้มปรีดาพาชื่นใจ
ง. เติบโตใหญ่ในวันนี้เพราะมีแม่ หอมรักแท้กรุ่นกลิ่นไม่สิ้นสาย
แม่สอนลูกรักลูกจวบวันตาย ประทับใจไม่คลอนคลายอยู่ชั่วกาล
7. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของคำที่มีความหมายโดยตรง
ก. คำที่ใช้ในการสื่อสารทั่วไป
ข. คำที่มีความหมายตรงตามอักษร
ค. คำที่มีความหมายตามพจนานุกรมกำหนด
ง. คำที่มีความหมายเชื่อมโยงจากสิ่งหนึ่งไปหาสิ่งหนึ่ง
8. ข้อใดไม่ใช่หลักการวิเคราะห์ความหมายของคำ
ก. พิจารณาจากรูปคำ
ข. พิจารณาจากบริบท
ค. พิจารณาจากสำนวนโวหาร
ง. พิจารณาจากน้ำเสียงและสีหน้าประกอบ
อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม ข้อ 9-11
วันนั้นฉันและพี่ลิงใส่ชุดประจำชาติของภูฏาน ผู้หญิงจะเรียกว่า คีร่า ผู้ชายเรียกว่า โค เราซื้อตั้งแต่วันแรกที่มาถึงที่ร้านมีให้เลือกจนลายตาไปหมด คนขายกับคนมาซื้อต่างมาช่วยฉันแต่งตัวกันใหญ่เลย ในใจคิดว่า แล้ววันแต่งจริงๆ ใครจะใส่ให้ มองดูทีมงานแล้วอาการไม่ต่างกัน สุดท้ายนางเอกที่มาช่วยเราคือ เหล่าแม่บ้านที่โรงแรมนั่นเอง ดูพวกเขาพึงพอใจที่เห็นเราใส่ชุดประจำชาติของเขาชมทุกคนที่ใส่ว่าดูดี ดูหล่อ ดูสวย พอฉันใส่ไปเดินถนนคนที่นั่นหลายๆคน คงคิดว่าฉันเป็นคนภูฏาน หลังจากที่พวกเราไปทำแสตมป์ที่ Media center ซึ่งเขาจะให้เราเอารูปไปใส่ในแสตมป์ที่ระลึกของงานอภิเษกได้ด้วยเราก็เดินไปตามถนนที่ทั้งสองพระองค์จะเสด็จมาเด็กมารอเฝ้ารับเสด็จเป็นแถวยาวรวมไปถึงชาวบ้านในละแวกนั้นด้วย คล้ายกับบ้านเราเวลารอเฝ้าฯ ในหลวงของเราเราไปอยู่สถานที่ที่เขาจัดให้สื่อจากทั่วโลกมายืนอยู่ด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็นสองฝั่งของถนน ใครอยากได้มุมไหนก็ยืนตามอัธยาศัยเพียงแต่ให้อยู่ในเขตที่บอกเท่านั้น ภารกิจของเรายังไม่หมด เรามีของขวัญเป็นหุ่นกระบอกใส่ชุดไทยสวยงามวิจิตรบรรจงอยู่ในตู้กระจกซึ่งทางทีมงานให้
9. ข้อความดังกล่าวจัดเป็นงานเขียนประเภทใด
ก. ตำรา
ข. สารคดี
ค. บันเทิงคดี
ง. ชีวประวัติ
10. ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง
ก. วันนั้นฉันและพี่ลิงใส่ชุดประจำชาติของภูฏาน
ข. ใครจะใส่ให้ มองดูทีมงานแล้วอาการไม่ต่างกัน
ค. ดูพวกเขาพึงพอใจที่เห็นเราใส่ชุดประจำชาติของเขา
ง. พอฉันใส่ไปเดินถนนคนที่นั่นหลายๆ คน คงคิดว่าฉันเป็นคนภูฏาน
11. ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น
ก. เขาจะให้เราเอารูปไปใส่ในแสตมป์ที่ระลึกของงานอภิเษกได้ด้วย
ข. เราไปอยู่ที่สถานที่ที่เขาจัดให้สื่อจากทั่วโลกมายืนอยู่ด้วยกัน
ค. ใครอยากได้มุมไหนก็ยืนตามอัธยาศัยเพียงแต่ให้อยู่ในเขตที่บอกเท่านั้น
ง. เรามีของขวัญเป็นหุ่นกระบอกใส่ชุดไทยสวยงามวิจิตรบรรจงอยู่ในตู้กระจก
อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 12-13
คำถามที่ 1 เกี่ยวกับตัวเราเอง ถามว่า ปู่ย่าตายายเรา พ่อแม่เรา หรือหลักสูตรที่โรงเรียนเราเคยสอนเราเกี่ยวกับการรับมือภัยธรรมชาติ อาทิ อุทกภัย วาตภัย หรือไม่ คำตอบคือไม่มี ไม่เคยไม่ค่อยสอน วิชาสังคมศึกษาสอนเราว่า “เมืองไทยของเรานี้แสนดีหนักหนา โชคดีกว่าภัยธรรมชาติแบบประเทศอื่น ไม่มีแผ่นดินไหวแบบหมู่เกาะญี่ปุ่น ไม่มีน้ำท่วมใหญ่แบบแม่น้ำหวางเหอไม่มีเฮอริเคน แบบอ่าวเม็กซิโก”
12. ผู้เขียนข้อความนี้ต้องการต้องการนำเสนอเรื่องราวใด
ก. หลักสูตร
ข. ภัยธรรมชาติ
ค. การเตรียมรับภัยธรรมชาติ
ง. การป้องกันภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น
13. ใครเป็นผู้ที่นำแนวคิดนี้ไปใช้ประโยชน์มากที่สุด
ก. ครู
ข. ผู้จัดทำหลักสูตรการศึกษา
ค. รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
ง. นักวิชาการจากทุกหน่วยงาน
อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม ข้อ 14-15
เรื่องของความหน้าใหญ่ของผู้หลักผู้ใหญ่ในแดนอิเหนาก็สร้างความรำคาญให้กับชาวต่างชาติไม่น้อย ในวันที่ตะกร้อทีมเดี่ยวชายไทยลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศกับอินโดนีเซีย ผู้ว่าการเกาะสุมาตราใต้เพิ่งเดินทางมาถึงทีหลังแข่งจบเซตแรกไปเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะรอให้จบการแข่งขันแล้วค่อยลงไปทักทายนักกีฬา แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันขอหยุดเกมแล้วให้นักกีฬาตั้งแถวให้การต้อนรับท่านผู้ว่า พร้อมทั้งให้ท่านเดินลงมาจับมือแนะนำตัวกับนักกีฬาถึงสนาม ต้องบอกเลยว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างแรง
14. ข้อความดังกล่าว คำในข้อใดมีความหมายโดยนัย
ก. จบเซ็ต – หยุดเกม
ข. หน้าใหญ่ – แดนอิเหนา
ค. ตะกร้อทีมเดี่ยว – แนะนำตัว
ง. ผู้หลักผู้ใหญ่ – ให้การต้อนรับ
15. ข้อความดังกล่าว ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายในการเขียนอย่างไร
ก. ตำหนิ
ข. เสนอแนะ
ค. ให้ข้อคิดเห็น
ง. ชี้แจงแนวทางปฏิบัติ
--------------------------------------------------
ใบความรู้
เรื่อง การอ่านประเมินค่า
การประเมินค่าเป็นการตัดสินความถูกต้องเที่ยงตรงและคุณค่าของเรื่องที่อ่าน ว่าถูกต้องชัดเจนหรือไม่ เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด มีคุณค่าหรือไม่ อย่างไร โดยพิจารณาเนื้อหา วิธีการนำเสนอ และการใช้ภาษา การประเมินค่า จึงต้องทำอย่างผู้มีสติปัญญาคือจะต้องมีข้อมูล หลักเกณฑ์ และเหตุผล การประเมินค่าอาจพิจารณา ตามประเภทของงานเขียนได้ดังนี้
1. สารคดี จะต้องเสนอความรู้ที่น่าสนใจ ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ เสนอความเห็นที่มีเหตุผล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จริงใจ และเป็นกลาง การเสนอเรื่องสนุกสนาน ชวนติดตาม ต่อเนื่อง ใช้ภาษาชัดเจน เข้าใจง่าย เหมาะกับผู้อ่าน
2. บันเทิงคดี
2 .1 พิจารณาองค์ประกอบของเรื่อง ดังนี้
- โครงเรื่องต้องแสดงการกระทำ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวโยงต่อเนื่องกัน มีลักษณะสมจริง
- เนื้อเรื่องก่อให้เกิดความเพลิดเพลินและสติปัญญาแก่ผู้อ่าน
- แนวคิดของเรื่องชัดเจนและมีคุณค่าแก่ผู้อ่าน
- ตัวละครและฉากมีลักษณะสมจริง และช่วยเสนอแนวคิดของเรื่อง
2.2 การเสนอเรื่องชวนติดตาม เร้าความสนใจของผู้อ่าน
2.3 การใช้ภาษาชัดเจน และเข้าใจง่าย
การประเมินคุณค่าเป็นการอ่านระดับสูงที่ต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของงานเขียนทฤษฎีการวิจารณ์และประสบการณ์ของผู้อ่านค่อนข้างมาก จึงจะไม่ให้รายละเอียดไว้ในที่นี้ เนื่องจากตำรานี้มุ่งให้ผู้อ่านเข้าใจ การอ่านระดับพื้นฐานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจอาจศีกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎี การอ่าน ระดับสูง การประเมินคุณค่า และการวิจารณ์
หลักการอ่านประเมินค่า
1. พิจารณาความถูกต้องของภาษาจากเรื่องที่อ่าน ภาษาที่ไม่ถูกต้องจะทำให้เกิด ความคลาดเคลื่อนไปจากความหมายที่แท้จริง ความถูกต้องของภาษามีหลายลักษณะ เช่น การใช้คำผิดความหมาย การเรียงคำในประโยคผิด การไม่รู้จักเว้นวรรคตอน เป็นต้น นับเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการสื่อความหมาย
2. พิจารณาความต่อเนื่องของประโยค ว่าเป็นข้อความที่ไปกันได้ ไม่ขัดแย้งกัน หรือข้อความที่ให้ความก้าวหน้าแก่กัน หากข้อความใดมีเนื้อหาสับสนวุ่นวาย ไม่เข้ากับหลักสามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรอ่าน
3. พิจารณาความต่อเนื่องของความหมาย ความหมายที่ต่อเนื่องต้องมีแกนหลักในการเชื่อมโยงความหมาย เช่น การเขียนชีวประวัติ อาจใช้ช่วงเวลาของชีวิตเป็นแกนหลัก เป็นต้น
4. เมื่ออ่านแล้วต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น และความรู้สึก จากเรื่อง เรื่องที่อ่าน
ตัวอย่าง (สนิท ตั้งทวี : 2538) เช่น
"ประเทศหนึ่งๆต่างมีระบอบการปกครองแตกต่างกันออกไป ประเทศรัสเซียได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบบสังคมนิยม ไม่มีศาสนา ไม่มีพระมหากษัตริย์ ถ้าข้าพเจ้าต้องมีชีวิตอยู่ที่นั่นคงจะอึดอัดใจมิใช่น้อย เพราะข้าพเจ้าถือว่า ทั้งสองสถาบันนี้คือ ศูนย์รวมจิตใจของทุกคน"
(การพูดตามนัย เนื้อหา : อรวรรณ ปิลันธน์โอวาท)
ข้อเท็จจริง - ประเทศหนึ่งๆต่างมีระบอบการปกครองของตนเองไม่เหมือนประเทศอื่น ประเทศรัสเซียมีการปกครองตามระบอบสังคมนิยม ไม่มีศาสนา ไม่มีพระมหากษัตริย์
ความคิดเห็น - เพราะข้าพเจ้าถือว่าทั้งสองสถาบันนี้ คือศูนย์รวมจิตใจของทุกคน
ความรู้สึก - ถ้าข้าพเจ้าต้องมีชีวิตอยู่ที่นั่นคงจะอึดอัดใจมิใช่น้อย
5. พิจารณาดูความสัมพันธ์ของหลักการและตัวอย่าง ว่ามีความจริงเพียงไร สมเหตุผลหรือไม่ ก่อนที่จะเชื่อในเรื่องที่อานนั้น
6. ประเมินข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และความรู้สึก วิเคราะห์ความเป็นไปในความคิดของผู้เขียน กับความคิดเห็นส่วนตัวของเรา ผลลัพธ์แห่งการประเมินนั้นจะก่อเป็นความคิดสร้างสรรค์ให้กับเราหรือไม่
ใบงาน
เรื่อง การอ่านประเมินคุณค่างานเขียน
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านและประเมินคุณค่า ตามประเด็นที่กำหนด
ถึงแม่ทุกคน
(นิภา บางยี่ขัน)
แม่จ๋า น้ำมันบ่าขึ้นทุกวันเกือบชั้นสอง
อย่าใจเย็นมัวแต่นั่งแลมอง ทั้งข้าวของแสนรักก็เก็บแล้ว
อย่ามัวห่วงสมบัติพัสถาน บ้านคือบ้านของเรายังเนาแน่ว
ไม่ใช่คนทิ้งแผ่นดินทิ้งถิ่นแนว พอน้ำลดก็ไม่แคล้วกลับคืนเรือน
สงสารลูกจะห่วงหาละล้าละลัง สงสารหลานจะคราญคลั่งเพราะขาดเพื่อน
อาหารที่แม่เตรียมไว้ใช้แรมเดือน ตัดน้ำไฟไปก็เหมือนชีพเลื่อนลอย
น้ำทะลักบ่าแล้วทรงอยู่คงที่ ปฏิกูลล้นปรี่ไม่มีถอย
ทั้งโลกมืดน้ำเน่าต้องเฝ้าคอย จระเข้มีไม่น้อยคอยทายทัก
สงสารคนเขาเสี่ยงชีพเข้ามาช่วย ให้โอกาสคนป่วยอาการหนัก
รถทหารปีนยากสูงมากนัก ผิดภาพลักษณ์ลูกแลแม่เคยเป็น
แม่จ๋า อินเตอร์เน็ตเจรจาแลกคิดเห็น
ตู้เย็นยักษ์เขายังยกไม่ยากเย็น ที่แสนเข็ญก็มีแต่แม่คนเดียว
(ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 18-24 พฤศจิกายน 2554)
เนื้อหา และองค์ประกอบของเนื้อหา
ความถูกต้องของข้อมูล
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
แนวคิดของเรื่อง
ที่มา : สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
youtube : NockAcademy
youtube : thanachartbank