โคลงโลกนิติ
พระนิพนธ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร
โคลงโลกนิติ เป็นสุภาษิตเก่าแก่ แต่งมาแต่โบราณครั้งกรุงเก่า แต่เดิมนักปราชญ์ผู้แต่งเที่ยวเลือกหาคาถาสุภาษิต บาลี และสันสกฤต อันมีอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ คือ คัมภีร์โลกนิติบ้าง คัมภีร์โลกนัยบ้าง ตลอดจนคัมภีร์พระธรรมบทก็มี คัดเอาคาถาสุภาษิตเหล่านั้นมาแปลแต่งเป็นคำโคลงไปทุกๆ คาถา รวมเป็นเรื่องเรียกว่า โคลงโลกนิติ เป็นสุภาษิตที่นับถือกันมาช้านาน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน เมื่อปีเถาะ พ.ศ.๒๓๗๔ มีพระราชประสงค์ให้จารึกโคลงโลกนิติลงในแผ่นศิลาติดไว้เป็นธรรมทานในวัดพระเชตุพน จึงโปรดให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศรทรงรวบรวมโคลงโลกนิติของเก่ามาชำระแก้ไขใหม่ให้เรียบร้อย ประณีต และไพเราะ เพราะของเก่าคัดลอกกันต่อๆ มา ปรากฏมีถ้อยคำวิปลาสผิดพลาดมาก
ครั้นสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงชำระแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้จารึกไว้ในวัดพระเชตุพน โคลงโลกนิติจึงแพร่หลายแต่นั้นมา
ปี พ.ศ.๒๔๖๐ หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร เคยรวบรวมโคลงโลกนิติทั้งของเก่าและที่ชำระใหม่ พิมพ์ขึ้นครั้งหนึ่ง ให้ชื่อว่า “ประชุมโคลงโลกนิติ” มีคาถาบาลีและสันสกฤตเท่าที่ค้นพบพิมพ์กำกับไว้ข้างต้นแห่งโคลงสุภาษิตนั้นด้วย
โคลงโลกนิติ
พระนิพนธ์ กรมสมเด็จพระเดชาดิศร
• อัญขยมบรมนเรศร์เรื้อง รามวงศ์
พระผ่านแผ่นไผททรง สืบไท้
แสวงยิ่งสิ่งสดับองค์ โอวาท
หวังประชาชนให้ อ่านแจ้งคำโคลงฯ
• ครรโลงโลกนิตินี้ นมนาน
มีแต่โบราณกาล เก่าพ้อง
เป็นสุภาษิตสาร สอนจิต
กลดั่งสร้อยสอดคล้อง เรี่ยไว้ในกรรณฯ
เสพกัญชา
จิตรกรรมฝาผนัง วัดใหญ่อินทาราม อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
• ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา
ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง
คืนคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา
ได้แต่รายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์ฯ
คนทั้งหลายที่ไปมั่วสุม คบค้าสมาคมกับคนพาลคนชั่ว
ย่อมต้องพัวพันกับเรื่องเลวร้าย พาให้ตนเองและวงศ์ตระกูลพลอยเดือดร้อนเสียหายไปด้วย
เปรียบดังนำใบคาไปห่อปลาร้า กลิ่นเหม็นย่อมติดฝังแน่นในใบคา แม้จะนำไปล้างน้ำกลิ่นนั้นก็ไม่จางหาย.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะยังทรงพระเยาว์ กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)
ถ่ายจากพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตุการาม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
• ใบภ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา
หอมระรวยรสพา เพริศด้วย
คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์
ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม
การคบหาสมาคมกับนักปราชญ์ การมีมิตรดีมีคุณธรรม ย่อมชักนำให้เราประกอบแต่คุณงามความดี มีแต่ความสุขความเจริญ
เปรียบเช่นไม้กฤษณาซึ่งมีกลิ่นหอม นำใบภ้อมาห่อหุ้ม กลิ่นหอมของไม้กฤษณายังหอมระรวยติดอยู่ที่ใบภ้อ.
ผลมะเดื่อใหญ่
ภาพจาก : น้ำตกคลองลาน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร
• ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ มีพรรณ
ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบ้าย
ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน
ดุจดั่งคนใจร้าย นอกนั้นดูงามฯ
ยถา อุทุมฺพรปกฺกา, พหิ รตฺตกา เอว จ; อโนฺตกิมิล สมฺปุณฺณา, เอวํ ทุชฺชนหทยาฯ
ผลมะเดื่อเมื่อสุก มีสีแดงสวยงามสดใส ดังเอาชาดมาทาป้ายไว้
แต่ภายในผลมะเดื่อนั้น เต็มไปด้วยหนอนและแมลง หาความสวยงามดั่งภายนอกมิได้
เปรียบเช่นคนภายนอกดูเป็นคนดีน่าคบหา แต่จิตใจที่ซ่อนอยู่ภายในกายโหดร้ายนัก
พุทธศาสนสุภาษิต
• ขนุนสุกสล้างแห่ง สาขา
ภายนอกเห็นหนามหนา หนั่นแท้
ภายในย่อมรสา เอมโอช
สาธุชนนั่นแล้ เลิศด้วยดวงใจ ฯ
ยถา ปิ ปนสา ปกฺกา พหิ กณฺฑกเมว จ
อนฺโต อมตสมฺปนฺนา เอวํ สุชนหทยา
ผลขนุนสุกอยู่ตามกิ่งก้านสาขาของต้น ดูภายนอกเห็นแต่หนามแหลมอยู่ตามเปลือกผล
แต่เนื้อขนุนซึ่งอยู่ภายในนั้นให้รสชาติหอมหวานยิ่งนัก เปรียบเหมือนคนที่รูปกายภายนอกขี้ริ้วขี้เหร่
แต่ภายในจิตนั้น งดงาม เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม
พุทธศาสนสุภาษิต
• ยางขาวขนเรียบร้อย ดูดี
ภายนอกหมดใสสี เปรียบฝ้าย
กินสัตว์เสพปลามี ชีวิต
เฉกเช่นชนชาติร้าย นอกนั้นนวลงามฯ
นกกระยาง มีขนสีขาวสวยงามดังปุยฝ้าย เห็นแต่ภายนอกก็ว่าขาวสะอาดดีแต่ในจิตนั้นไซร้
ชั่วร้าย ขาดเมตตา กินปลาและสัตว์มีชีวิตเป็นอาหาร เปรียบเช่นคนรูปร่างหน้าตาผิวพรรณดี แต่มีจิตใจโหดร้าย
ภาพ : www.igoodmedia.net
• รูปแร้งดูร่างร้าย รุงรัง
ภายนอกเพียงพึงชัง ชั่วช้า
เสพสัตว์ที่มรณัง นฤโทษ
ดังจิตสาธุชนกล้า กลั่นสร้างทางผล ฯ
นกแร้งมีรูปร่างแสนสกปรกรกรุงรัง น่าเกลียดน่าชัง กินสัตว์ที่ตายแล้วเป็นอาหาร จึงไม่เป็นบาปเป็นกรรมแก่ตัว
เปรียบเช่นคนที่มีชีวิตอยู่ในวงแวดล้อมของคนชั่ว คนไม่มีศีล แต่คนผู้นั้นก็มิได้คบหาสมาคม มีจิตใจแน่วแน่มั่นคง มุ่งประกอบแต่คุณงามความดีเพื่อมรรคผลในภายหน้า
• พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง ฯ
มหาสมุทรจะลึกเพียงใดก็ตาม ก็ไม่พ้นความสามารถของมนุษย์ที่จะทอดสายดิ่งวัดความลึกดูได้
ขุนเขาแม้จะสูงสุดฟากฟ้า ก็วัดความสูงของยอดได้ แต่จิตมนุษย์นี้ คาดเดาได้ยากว่าเขาชังเรา หรือรักเรา
• ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน
ห้ามสุริยแสงจันทร์ ส่องไซร้
ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า
ห้ามดั่งนี้ไว้ได้ จึ่งห้ามนินทา ฯ
ห้ามไฟไม่ให้มีควัน ห้ามพระอาทิตย์พระจันทร์อย่าส่องแสง
ห้ามอายุให้หวนคืนเด็ก ห้ามทั้งสามสิ่งนี้ได้ จึ่งสามารถห้ามการนินทา.
• คนพาลผู้บาปแท้ ทุรจิต
ไปสู่หาบัณฑิต ค่ำเช้า
ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ บ่ซาบ ใจนา
คือจวักตักข้าว ห่อนรู้รสแกง ฯ
คนพาลสันดานบาป แม้จะสมาคมกับนักปราชญฺ์ ได้ฟังธรรมคำสอนอยู่เนืองนิตย์
ก็หาได้ซาบซึ่งในคำสั่งสอนนั้นไม่ เปรียบเช่นจวักตักข้าวตักแกงแต่ไม่รู้รสชาติของแกงว่าเป็นอย่างไร
ภาพ : จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
• คนใดไปเสพด้วย คนพาล
จักทุกข์ทนเนานาน เนิ่นแท้
ใครเสพท่วยทรงญาณ เปรมปราชญ์
เสวยสุขล้ำเลิศแล้ เพราะได้สดับดีฯ
คนผู้คบคนพาล คนพาลย่อมชักนำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญอยู่เนืองนิตย์
ผู้ใดคบกับบัณฑิต บัณฑิตย่อมชักจูงให้กระทำแต่สิ่งที่เป็นคุณ จึงย่อมได้รับแต่ความสุขความเจริญ
ภาพ :วัดธาตุหลวงใต้ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
• ผู้ใดใจฉลาดล้ำ ปัญญา
ได้สดับปราชญ์เจรจา อาจรู้
ยินคำบัดเดี๋ยวมา ซับซาบ ใจนา
คือมลิ้นคนผู้ ซาบรู้รสแกง ฯ
ผู้มีสติปัญญา เมื่อได้ฟังนักปราชญ์สั่งสอน แม้เพียงชั่วเวลาอันสั้นๆ
ก็สามารถเข้าใจคำสั่งสอนอย่างซาบซึ้งได้ไม่ยาก เปรียบเช่นลิ้นคน ที่ไวต่อรสชาติของอาหาร ฉันนั้น
• หมูเห็นสีหราชท้า ชวนรบ
กูสี่ตีนกูพบ ท่านไซร้
อย่ากลัวท่านอย่าหลบ หลีกจาก กูนา
ท่านสี่ตีนอย่าได้ วากเว้วางหนี ฯ
หมูเห็นพญาราชสีห์ มีสี่เท้าเท่าตัวเอง ก็ทะนงตัว ร้องท้าราชสีห์ชวนรบว่า
เรามีสี่ตีน ท่านก็สี่ตีนเหมือนเรา ท่านจงมาสู้กับเรา อย่ากลัวเราแล้วรีบหลบหนีไปเสียเล่า...อย่าประเมินคุณสมบัติคนที่เราพบเห็นแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก
• สีหราชร้องว่าโอ้ พาลหมู
ทรชาติครั้นเห็นกู เกลียดใกล้
ฤามึงใคร่รบดนู มึงนาศ เองนา
กูเกลียดมึงกูให้ พ่ายแพ้ภัยตัว ฯ
พญาสีหราชได้ยินดังนั้น ร้องตอบไปว่า เจ้าหมูสกปรกโอหัง นี่เอ็งคิดสู้รบกับข้าเชียวหรือ?
ถ้ารบกับเราตัวเอ็งน่ะแหละจะถึงความพินาศ เอาเถอะ! ข้าไม่อยากสู้รบกับคนพาล ข้าขอยอมแพ้.
• กบเกิดในสระใต้ บัวบาน
ฤาห่อนรู้รสมาลย์ หนึ่งน้อย
ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี
บินโบกมาค้อยค้อย เกลือกเคล้าเสาวคนธ์
กบเกิดในสระบัวที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว แต่หาได้รู้รสอันหวานหอมของเกสรบัวไม่
แมลงผึ้งอยู่ไกลสระนับโยชน์ ยังได้สัมผัสกลิ่น โบยบินมาลิ้มชิมรส เกลือกเคล้ำเกสรบัวอยู่เป็นประจำ.
• ใจชนใจชั่วช้า โฉงเฉง
ใจจักสอนใจเอง ไป่ได้
ใจปราชญ์ดัดตามเพลง พลันง่าย
ดุจช่างปืนดัดไม้ แต่งให้ปืนตรง ฯ
คนใจบาปหยาบช้า ย่อมไม่สามารถตักเตือนตัวเองให้รู้จักผิดชอบชั่วดีได้ ส่วนคนผู้มีปัญญาสามารถฝึกหัด
อบรม เตือนตนเองให้เป็นคนตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมไม่ประกอบกรรมชั่วอันเป็นอกุศล ดุจช่างเกาทัณฑ์ดัดลูกศร หน้าไม้ ให้ตรงฉะนั้น.
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง จังหวัดราชบุรี
• เป็นคนควรรอบรู้ สมาคม
สองประการนิยม กล่าวไว้
หนึ่งพาลหนึ่งอุดม นักปราชญ์
สองสิ่งนี้จงให้ เลือกผู้สมาคม ฯ
ท่านว่า ให้พิจารณาเลือกคบหาสมาคมกับบุคคล ๒ จำพวกนี้ไว้
หนึ่ง คือ คนพาล สองคือ นักปราชญ์ บุคคลสองจำพวกนี้พึงเลือกคบให้ดีเถิด.
• ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น รักเรียน
ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ฝ่ายหน้า
คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน วนจิต
กลอุทกในตะกร้า เปี่ยมล้นฤามี ฯ
คนจะเป็นนักปราชญ์ ย่อมหมั่นศึกษาเล่าเรียนแสวงหาความรู้ใส่ตัว ไม่ท้อถอย เปรียบกับการหมั่นเพียรฝนแท่งเหล็กจนสำเร็จเป็นเข็มเย็บผ้า
ส่วนคนเกียจคร้าน เบื่อหน่ายการเรียน จะไม่มีวิชาความรู้ติดตัวที่จะนำพาให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข เปรียบกับอุทก(แปลว่า น้ำ) ที่ขังอยู่ไม่ได้ในตระกร้า ย่อมไหลออกไปจนหมดเกลี้ยง
ภาพจาก วัดมงคลบพิตร พระนครศรีอยุธยา
• รำฟ้อนสุนทรด้วย รูปา
ร้องขับศัพท์เสน่หา ยิ่งแท้
มวยปล้ำล่ำสันสา มารถจึ่ง ดีแฮ
รักกับชังนั้นแล้ เพื่อลิ้นเจรจา
การร่ายรำนั้น สวยงามด้วยท่วงท่า และรูปร่างหน้าตาของผู้ฟ้อนรำ
เพลงฟังไพเราะ เพราะทำนองและน้ำเสียงของผู้ขับร้อง
นักมวยจะชนะคู่ต่อสู้ได้ก็ด้วยความสามารถและความแข็งแรง
แต่คนจะรักหรือชังกันนั้น เกิดจากน้ำคำเจรจานั้นแล.
ภาพ "ป่าชายเลน" จังหวัดชลบุรี
• ไม้ค้อมมีลูกน้อม นวยงาม
คือสัปปุรุษสอนตาม ง่ายแท้
ไม้ผุดั่งคนทราม สอนยาก
ดัดก็หักแหลกแล้ ห่อนรื้อโดยตาม ฯ
ต้นไม้ที่มีผลดก กิ่งย่อมโอนอ่อนโน้มลงสู่พื้นดิน เช่นเดียวกับผู้มีปัญญา เป็นบุคคลฝึกหัด อบรมง่าย
ส่วนไม้ผุ จะดัดให้ตรงอย่างไรก็ทำไม่ได้ รอแต่เวลาผุพังแหลกสลายเท่านั้น เปรียบดังคนพาล ได้ฟังคำสั่งสอนอบรมก็ไม่รู้ในสิ่งดีสิ่งเลว ท่านว่า เป็นบุคคลอบรมสั่งสอนยาก.
• คนใดยืนอยู่ร้อย พรรษา
ใจบ่มีปรีชา โหดไร้
วันเดียวเด็กเกิดมา ใจปราชญ์
สรรเพชญบัณฑูรไว้ เด็กนั้นควรยอ ฯ
คนเราถึงจะมีอายุยืนถึง ๑๐๐ ปี แต่โง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้จักแสวงหาความรู้่
สู้เด็กที่เกิดมาเพียงวันเดียว ที่เป็นผู้มีสติปัญญา มีความสามารถฉลาดเฉลียวก็ไม่ได้
พระพุทธองค์ตรัสสรรเสริญเด็กนั้น .
• มีอายุร้อยหนึ่ง นานนัก
ศีลชื่อปัญจางค์จัก ไป่รู้
ขวบเดียวเด็กรู้จัก ษานิจ ศีลนา
พระตรัสสรรเสริญผู้ เด็กนั้นเกิดศรี ฯ
คนเราถึงจะมีอายุยืนถึง ๑๐๐ ปี แต่เป็นผู้ไม่มีศีลมีธรรม
พระพุทธองค์ตรัสว่า เด็กที่เกิดมามีอายุเพียงหนึ่งปี แต่รู้จักบุญบาป รู้รักษาศีล เป็นผู้ประเสริญกว่า.
หุ่นขึ้ผึ้ง : ประธานาธิบดี เหมา เจ๋อตง และ เติ้ง เสี่ยวผิง
ภาพจาก พิพิธภัณฑหุ่นขี้ผึ้งสยาม จังหวัดราชบุรี
• ได้เห็นนักปราชญ์ไซร้ เป็นสุข
อยู่ร่วมเรือนหายทุกข์ ค่ำเช้า
ผู้พาลสั่งสอนปลุก ใจดั่ง พาลนา
ยลเยี่ยงนกแขกเต้า ตกต้องมือโจร ฯ
การได้พบเห็น ได้ฟังนักปราชญ์ ย่อมทำให้เราได้รับความรู้ พัฒนาตนเองให้มีความสามารถ เจริญในทางที่ถูกที่ควร
ยิ่งหากได้มีโอกาสคลุกคลี อยู่ร่วมกันด้วยแล้ว ปราชญ์ผู้นั้นจักเป็นผู้ช่วยอบรมสั่งสอนเราไปสู่หนทางแห่งความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปอีก
ตรงกันข้ามหากเราคลุกคลีกับคนพาล คนพาลก็จักชักนำเราไปสู่แต่หนทางอบาย อุปมาดังเช่นนิทานเรื่องนกแขกเต้าที่ตกไปอยู่ในรังโจร.
• จงนับสัปปุรุษผู้ บุญธรรม์
จงละหลีกพาลอัน ชั่วช้า
จงสร้างสืบบุญธรรม์ ทุกเมือ
(จงสร้างสืบบุญวัน ค่ำต่อ วายนา)*
จงนึกนิตย์ชีพคล้าย ดุจด้วยฟองชล ฯ
* ข้อความในวงเล็บ เป็นข้อความในต้นฉบับบางเล่มที่ผิดออกไป จึงนำมาลงไว้ด้วย...สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร
พึงคบหาสมาคมกับผู้มีศีลมีธรรม จงหลีกหนีการคบคนพาล
จงหมั่นสร้างบุญกุศล สร้างสมคุณงามความดี หมั่นรำลึกไว้เสมอว่า ชีวิตไม่เที่ยง สังขารย่อมเสื่อมสลายและแตกดับอย่างแน่นอน.
จิตรกรรมฝาผนัง : โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่
• งาสารฤาห่อนเหี้ยน หดคืน
คำกล่าวสาธุชนยืน อย่างนั้น
ทุรชนกล่าวคำฝืน คำเล่า
หัวเต่ายาวแล้วสั้น เล่ห์ลิ้นทรชน ฯ
งาช้างที่งอกออกมาแล้ว ย่อมไม่หดคืน เช่นเดียวกับคำพูดของคนมีศีลธรรม คำพูดย่อมมั่นคง เชื่อถือได้
ตรงกันข้าม คนพาลหรือทุรชน มักพูดจากลับกลอกเชื่อถือไม่ได้ ดุจหัวเต่าประเดี๋ยวยาวประเดี๋ยวสั้น ผลุบๆ โผล่ๆ จากกระดอง ฉะนั้น .
• ทรชนอย่าเคียดแค้น อย่าสนิท
อย่าห่างศัตรูชิด อย่าใกล้
คือไฟถ่านแรงฤทธิ ถือถลาก มือนา
แม้นดับแล้วบ่ไหม้ หม่นต้องมือดำ ฯ
ให้เปรียบคนเช่นนี้ดังศัตรู : คนชั่ว คนพาล เหมือนถ่านไฟที่กำลังลุกโชน
อย่าไปสนิทชิดเชื้อคบหาสมาคม เพราะรังแต่จะนำความเดือดร้อนมาให้
...ถ่านที่กำลังติดไฟ ถูกมือก็ไหม้พอง แม้ไฟดับสนิทแล้ว ไปจับถ่านเข้าก็ดำติดมือ.
• ปางก่อนเคยร่วมน้ำ ใจจิต
เคยยื่นทรัพย์ไปล่ปลิด ปลดให้
เคยเป็นมิ่งเมียสนิท หลายชาติ มานา
ในชาตินี้จึงได้ เสพส้องครองกัน ฯ
ในชาติปางก่อน คนเคยอยู่ด้วยกัน ผูกพันรักใคร่ อุปถัมภ์เกื้อกูลกันมาหลายชาติ
มาในชาตินี้ บุพเพสันนิวาสย่อมชักนำให้ประสบพบกัน ได้อยู่เป็นคู่ครองกันอีก.
ภาพ :สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
• นาคีมีพิษเพี้ยง สุริโย
เลื้อยบ่ทำเดโช แช่มช้า
พิษน้อยหยิ่งโยโส แมลงป่อง
ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี ฯ
พญานาคมีฤทธิ์เดชร้ายแรงดั่งดวงอาทิตย์ เลื้อยไปไหนมาไหนอย่างแช่มช้า ไม่วางท่าอวดอำนาจ
ผิดกันกับแมลงป่อง ที่เป็นสัตว์มีพิษเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำท่าทางยโสโอหัง ทำชูหางวางโตให้ใครๆ ต้องเกรงกลัวว่าตัวเป็นสัตว์มีพิษ.
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
• ภูเขาเหลือแหล่ล้วน ศิลา
หามณีจินดา ยากได้
ฝูงชนเกิดนานา ในโลก
หานักปราชญ์นั้นไซร้ เลือกแล้วฤามี ฯ
ภูเขาอยู่มากมายทั่วไปในโลก ล้วนมีแต่หินไม่มีราคา จะเสาะแสวงหารัตนชาติ (เงิน ทอง เพชร พลอย ฯลฯ) ที่มีในภูเขาแม้เพียงสักชิ้นเล็กๆ ก็หาได้ยากแสนยาก
อุปมา คนที่เกิดมาในโลกมีมากมายเหลือคณานับ แต่จะค้นหาผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้มีปัญญา ก็ค้นหาได้ยากแสนยากเช่นเดียวกัน.
• ภูเขาทั้งแท่งล้วน ศิลา
ลมพยุพัดพา บ่ขึ้น
สรรเสริญและนินทา คนกล่าว
ใจปราชญ์ฤาเฟื่องฟื้น ห่อนได้จินต์จลฯ
ภูเขามีความมั่นคงเพราะเต็มไปด้วยแท่งหิน จึงไม่สะเทือนเพราะแรงลม
เหมือนกับ "คำสรรเสริญและนินทา" ย่อมไม่ทำให้ใจของนักปราชญ์หวั่นไหวได้ฉันนั้น.
• ป่าหลวงหลายโยชน์พร้อม พฤกษา
หาแก่นจันทน์กฤษณา ยากไซร้
ฝูงคนเกิดมีมา เหลือแหล่
หาปราชญ์ฤาจักได้ ยากแท้ควรสงวน ฯ
ผืนป่ากว้างใหญ่ไพศาล เต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดมากมายก่ายกอง จะแสวงหาแก่นไม้จันทร์ ไม้กฤษณา ที่มีคุณค่าสูง หาได้ยากนัก
เช่นเดียวกับคนที่เกิดมาในโลก มีมากมายเหลือคณานับ แต่จะแสวงหานักปราชญ์ราชบัณฑิต แม้สักรายเดียวก็แสนยาก.
• มดแดงแมลงป่องไว้ พิษหาง
งูจะเข็บพิษวาง แห่งเขี้ยว
ทรชนทั่วสรรพางค์ พิษอยู่
เพราะประพฤติมันเกี้ยว เกี่ยงร้ายแกมดี ฯ
มดแดง แมลงป่อง มีพิษอยู่ที่ปลายหาง งู จะเข็บ (สัตว์จำพวกตะขาบ) มีพิษอยู่ที่เขี้ยว
ส่วนคนพาลย่อมคิดชั่ว กระทำความชั่ว (ได้ทั้งตัว - ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า).
• นกน้อยขนน้อยแต่ พอตัว
รังแต่งจุเมียผัว อยู่ได้
มักใหญ่ย่อมคนหัว ไพเพิด
ทำแต่พอตัวไซร้ อย่าให้คนหยัน ฯ
สอนให้ดูตัวอย่าง : นกตัวเล็กๆ เรี่ยวแรงย่อมมีน้อย จึงเสาะแสวงหากิ่งไม้ใบหญ้าทำรังพอได้อยู่อาศัยสองตัวเมียผัว
เกิดมาเป็นคน จะทำสิ่งใดก็ให้พอเหมาะพอควรกับกำลังทรัพย์กำลังความสามารถ อย่าได้คิดทำการใหญ่เกินตัวให้ใครๆ ดูถูกดูหมิ่นได้ว่าไม่รู้จักประมาณตน.
ภาพจาก : www.guitarthai.com
• กละออมเพ็ญเพียบน้ำ ฤาติง
โอ่งอ่างพร่องชลชิง เฟื่องหม้อ
ผู้ปราชญ์ห่อนสุงสิง เยียใหญ่
คนโฉดรู้น้อยก็ พลอดพ้นประมาณฯ
หม้อที่มีน้ำเต็มเปี่ยม แรงกระเพื่อมของน้ำจะไม่เกิดเสียงดัง...โอ่ง อ่างน้ำที่มีน้ำขังไม่เต็ม แรงน้ำกระเพื่อมจักเกิดเสียง
..บุคคลผู้เป็นปราชญ์จักไม่โอ้อวดภูมิปัญญาความรู้ความฉลาดของตน แต่คนโง่เขลาเบาปัญญามักอวดภูมิรู้ของตนแม้จักมีเพียงน้อยนิด
ภาพจาก : www.osk103.co
• มัจฉามีทั่วท้อง ชโลธร
หาเงือกงูมังกร ยากได้
ทั่วด้าวพระนคร คนมาก มีนา
จักเสาะสัปปุรุษไซร้ ยากแท้จักมีฯ
ปลามีอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำ ทะเล ห้วย หนอง คลอง บึง แต่จะหาเงือกหรือมังกรสักตัวนั้น หาได้ยาก
ผู้คนก็มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง แต่จะหาผู้เป็นนักปราชญ์สักคนนั้น หากได้ยากแท้
• ดารามีมากน้อย ถึงพัน
บ่เปรียบกับดวงจันทร์ หนึ่งได้
คนพาลมากอนันต์ ในโลก
จะเทียบเท่าปราชญ์ไซร้ ยากแท้ฤาถึงฯ
งมเข็มในมหาสมุทร"
แสงสว่างอันเกิดจากดวงดาวนับร้อยนับพันดวง นำมารวมกันแล้ว แสงนั้นก็สว่างไม่เท่ากับแสงจันทร์ที่มีเพียงหนึ่งดวง
เช่นเดียวกับปัญญาความรอบรู้ในความเห็นถูกตามสัจธรรมของเหล่าคนพาลที่มีอยู่กลาดเกลื่อนในโลกนี้ นำมารวมกันแล้วก็ยังน้อยกว่าปัญญาของนักปราชญ์เพียงคนเดียว
• คนใดยืนเหยียบร้อย ขวบปี
ความอุตส่าห์ฤามี เท่าก้อย
เด็กเกิดขวบหนึ่งดี เพียรพาก
พระตรัสว่าเด็กน้อย นี่เนื้อเวไนย ฯ
คนเราถึงจะมีอายุยืนยาวเกือบร้อยปี แต่เป็นคนขาดความอุตสาหะ มีความเกียจคร้านเป็นนิตย์
ส่วนเด็กที่เกิดมา แม้มีอายุเพียงหนึ่งปี แต่มีความพากเพียร พระพุทธองค์ตรัสสรรเสริญว่า เด็กนี้คือหน่อเนื้อเวไนย (ผู้ซึ่งสมควรที่จะแนะนำสั่งสอนให้บรรลุอมตธรรมได้)
• นกแรงบินได้เพื่อ เวหา
หมู่จระเข้เต่าปลา พึ่งน้ำ
เข็ญใจพึ่งราชา จอมราช
ลูกอ่อนอ้อนกลืนกล้ำ เพื่อน้ำนมแรงฯ
หมู่วิหคนกกา อาศัยท้องฟ้าโบยบินหาอาหาร หมู่จระเข้ เต่า ปลา อาศัยแหล่งน้ำเป็นที่อาศัย
คนยากไร้เข็ญใจ ย่อมอาศัยพระบารมีองค์กษัตริย์ ลูกอ่อนรอดชีวิตมาได้ เพราะร้องไห้ออดอ้อนขอน้ำนมแม่
สพฺเพสํ สุขเมตพฺพํ ขตฺติเยน ปชานตา
ผู้ปกครองแผ่นดินมีปัญญา พึงแสวงสุขเพื่อปวงประชา
(๑๒.๐๖) (๒๗/๑๐๕๖)
ภาพจาก : www.dhammajak.net
• คบกากาโหดให้ เสียพงศ์
พาตระกูลเหมหงส์ แหลกด้วย
คบคนชั่วจักปลง ความชอบ เสียนา
ตราบลูกหลานเหลนม้วย ไม่ม้วยนินทา ฯ
การคบคนชั่ว นอกจากจักนำความเสื่อมเสียมาสู่พวกเดียวกันแล้ว ยังชักนำให้ผู้มีศักดิ์สกุลสูงส่งที่หลงมาคบค้า ไปสู่อบาย
และเสื่อมเสียชื่อเสียงไปจนถึงชั่วลูกหลานเหลน แม้ละโลกนี้ไปแล้วก็หาได้สิ้นคำนินทาไปไม่.
กากา กากสฺส โทเสน หํโส ภวติ สํสก
เอวํ ทุชฺชนสงฺคญฺจ กุลปุตฺโตฺร วิวสฺสติ ฯ ..... พุทธศาสนสุภาษิต
• หิ่งห้อยส่องก้นสู้ แสงจันทร์
ปัดเทียบเทียมรัตน์อัน เอี่ยมข้า
ทองเหลืองหลู่สุวรรณ ธรรมชาติ
พาลว่าตนเองอ้า อาจล้ำเลยกวี ฯ
คนโง่เขลาเบาปัญญา หลงตัวเองว่าฉลาดกว่า เก่งกว่าบรรดานักปราชญ์จอมกวี
อุปมาอุปไมย...หิ่งห้อยชูก้นกระพริบริบหรี่ส่องแข่งแสงจันทรา ลูกปัดด้อยราคานำมาตีค่าเสมอรัตนมณี
ทองเหลืองราคาต่ำนำมาเทียบทองคำที่ล้ำค่าหายาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 สิงหาคม 2560 16:24:33 โดย Kimleng »
บันทึกการเข้า
กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์
เพศ:
Thailand
กระทู้: 4027
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น
ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 9.0
Re: โคลงโลกนิติ : คาถาสุภาษิตจากคัมภีร์โบราณ
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 มิถุนายน 2556 19:08:32 »
• เสือผอมกวางวิ่งเข้า โจมขวิด
ไป่ว่าเสือมีฤทธิ์ เลิศล้ำ
เล็บเสือดั่งคมกฤช เสือซ่อน ไว้นา
ครั้นปะปามล้มคว่ำ จึ่งรู้จักเสือ ฯ
กวางเห็นเสือผอมโซ คิดว่าเสือคงไร้เรี่ยวแรง จึงกระโจนเข้าขวิดทำร้าย
หารู้ไม่ว่าแม้เสือจะผอมแต่ก็ยังมีกรงเล็บอันแหลมคมและแข็งแรง จึงถูกเสือตะปบล้มคว่ำลง กวางจึงรู้ฤทธิ์เดชของเสือ
ปริภูโต มุทุ โหติ อติติกฺโข จ เวรวา
อ่อนไปก็ถูกเขาดูหมิ่น แข็งไปก็มีภัยเวร .....พุทธศาสนสุภาษิต
• ภูเขาอเนกล้ำ มากมี
บมิหนักแผ่นธรณี หน่อยไซร้
หนักนักแต่กระลี ลวงโลก
อันจักทรงธารได้ แต่พื้นนรกานต์ฯ
ภูเขาเลากาน้อยใหญ่มีมากมายนับไม่ถ้วนในแผ่นดิน แต่หาทำให้หนักแผ่นดินแต่อย่างใดไม่
สิ่งที่ทำให้โลกหนักอยู่นี้คือ บรรดาพวกคนพาล คนชั่ว คนลวงโลก อันควรมีที่อาศัยที่อยู่ได้คือ นรกอเวจี
• ป่าพึ่งพาลพยัคฆ์ร้าย ราวี
เสือพึ่งไพรพงพี เถื่อนถ้ำ
ความชั่วพึ่งความดี เท็จพึ่ง จริงนา
เรือพึ่งแรงน้ำน้ำ หากรู้คุณเรือฯ
ป่าอยู่ได้เพราะมีเสืออาศัย คนไม่กล้าเข้าไปตัดไม้....เสือยังชีพอยู่ได้เถื่อนถ้ำในป่าเป็นที่อาศัยและกินสัตว์ที่อยู่ในป่าเป็นอาหาร
"ความชั่วพึ่งความดี ความเท็จพึ่งความจริง" ... เมื่อปรากฎความดีจะทำให้เรารู้จักความชั่ว...ความจริงปรากฏเมื่อใดจะทำให้รู้ว่าที่แล้วมาคือความเท็จ
"เรือพึ่งน้ำน้ำพึ่งเรือ" เรือจะลอยตัวและแล่นได้ต้องมีน้ำ น้ำจะไม่เน่าเหม็น น้ำต้องมีแรงกระเพื่อม (อาศัยเรือวิ่งไปมาให้เกิดออกซิเจนในน้ำ)
• พ่อตายคือฉัตรกั้ง หายหัก
แม่ดับดุจรถจักร จากด้วย
ลูกตายบ่วายรัก แรงร่ำ
เมียมิ่งตายวายม้วย มืดคลุ้มแตนไตร ฯ
พ่อตายเปรียบเหมือนยอดฉัตรหักลงมา แม่ตายเปรียบเหมือนล้อราชรถหลุดหาย
ลูกตายก็ไม่วายความอาลัยเศร้าโศรก ยิ่งเมียมาตายจากไปอีกคน ดูประหนึ่งว่าช่างมืดมิดไปเสียทั้งสามโลก
(แดนไตร หมายถึง โลกทั้ง ๓ ได้แก่ กามภพ คือภพของเทวดาลงมา, รูปภพ คือ ภพของพรหมที่มีรูป, อรูปภพ คือภพของพรหมที่ไม่มีรูป; หรือ สวรรค์ มนุษยโลกและบาดาล.
• วิชาเป็นเพื่อนเลี้ยง ชีวิต
ยามอยู่เรือนเมียสนิท เพื่อนร้อน
ร่างกายสหายติด ตามทุกข์ ยากนา
ธรรมหากเป็นมิตรข้อน เมื่อม้วยอาสัญ ฯ
วิชาความรู้ เป็นเพื่อนช่วยทำมาหากินเลี้ยงชีวิต ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก เป็นเพื่อนสนิทในยามเดือดร้อนวุ่นวายใจ
ร่างกาย เป็นเพื่อนตามติดเราไปทุกแห่งหนแม้ในยามสุขยามทุกข์ยากลำบาก แต่ ธรรมะ-บุญ บาป ที่สั่งสมไว้ จะเป็นเพื่อนตามติดเราไปจนถึงภพหน้า.
• เมื่อน้อยเรียนเร่งรู้ วิชา
ครั้นใหญ่หาสินมา สู่เหย้า
เมื่อกลางแก่ศรัทธา ทำแต่ บุญนา
ครั้นแก่แรงวอกเว้า ห่อนได้เป็นการ ฯ
• ปางน้อยสำเหนียกรู้ เรียนคุณ
ครั้นใหญ่ย่อมหาทุน ทรัพย์ไว้
เมื่อกลางแก่แสวงบุญ ธรรมชอบ
ยามหง่อมทำใดได้ แต่ล้วนอนิจจัง ฯ
น้ำขึ้นให้รีบตัก....สุภาษิต
เมื่อยังเด็กให้หมั่นศึกษาเล่าเรียนหาแสวงหาความรู้ใส่ตน เมื่อเติบใหญ่ให้รีบขวนขวายทำมาหากิน เก็บหอมรอบริบให้มีฐานะมั่นคง
เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนให้หมั่นสร้างสมบุญกุศล เพราะเมื่อถึงคราวแก่ชราคิดจะทำอะไรก็ทำไม่ได้เสียแล้ว เพราะไม่มีเรี่ยวแรง รอแต่วันตายแตกดับตามกฎอนิจจัง
• ตมแก่แต่น้ำแล่น เป็นกระสาย
น้ำก็ล้างเลนหาย ซากไซร้
บาปเกิดใช่แต่กาย เพราะจิต ก่อนนา
อันจักล้างบาปได้ เพราะน้ำใจเอง ฯ
โคลนเลน เกิดจากกระแสน้ำพัดพามารวมสะสมไว้ และน้ำนี่เองที่จะช่วยชะล้างโคลนเลนให้หมดสิ้นไปได้
บาปของพวกเราทั้งหลายก็เช่นกัน เกิดขึ้นจากจิตที่เป็นอกุศล ดังนั้น หากจะชำระล้างบาป ก็ต้องชำระจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใสนั่นเอง
จิตฺเตน นียติ โลโก ...กุศลจิต ย่อมนำสัตว์โลกไปสู่สุคติภูมิ
ภาพจาก : เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่าวสด
• อย่าโทษไทท้าวท่วย เทวา
อย่าโทษสถานภูผา ย่านกว้าง
อย่าโทษหมู่วงศา มิตรญาติ
โทษแต่กรรมเองสร้าง ส่งให้เป็นเองฯ
เมื่อมีทุกข์มีโศก มีโรคมีภัย จงอย่าได้โทษเทวดา ฟ้า ดิน ญาติสนิทมิตรสหาย หรือวงศาคณาญาติ
ให้รู้ว่าทุกข์นั้นเกิดจากกรรม คือการกระทำของตัวนั่นเอง ...ทำดีย่อมได้รับผลดี ทำกรรมชั่วย่อมได้รับความทุกข์เดือดร้อน
ภาพจาก : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
• ช้างสารหกศอกไซร้ เสียงา
งูเห่ากลายเป็นปลา อย่าต้อง
ข้าเก่าเกิดแต่ตา ตนปู่ ก็ดี
เมียรักอยู่ร่วมห้อง อย่าไว้ วางใจ ฯ
ท่านว่า สิ่ง ๔ อย่าง อย่าได้ไว้วางใจ คือ
๑. ช้างสารสูง หกศอก ถึงแม้งาจะหักไปข้างสองข้าง
๒. งูเห่า (ชาวนากับงูเห่า...เลี้ยงไม่เชื่อง)
๓. ข้าเก่าที่อยู่มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย และ
๔. เมียรักร่วมเรียงเคียงหมอน
• ตีนงูงูไซร้หาก เห็นกัน
นมไก่ไก่สำคัญ ไก่รู้
หมู่โจรต่อโจรหัน เห็นเล่ห์ กันนา
เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้ ปราชญ์รู้เชิงกัน ฯ
"ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่" ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ตื้นลึกหนาบาง หรือเล่ห์เหลี่ยมของกันและกันเป็นอย่างดี โดยที่คนอื่นไม่รู้ไม่เห็นด้วย
ทำนองเดียวกัน ในหมู่โจรย่อมรู้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของโจรด้วยกัน นักปราชญ์ก็รอบรู้ทันกันในเชิงปราชญ์
• เมียท่านพิศพ่างเพี้ยง มารดา
ทรัพย์ท่านคืออิฐผา กระเบื้อง
รักสัตว์อื่นอาตมา เที่ยมเท่า กันแฮ
ตรองดังนี้จักเปลื้อง ปลดพ้นสงสาร ฯ
อย่าคิดยุ่งเกี่ยวเชิงชู้สาวกับภรรยาของผู้อื่น ให้มองหญิงนั้นดังเช่นมองดูมารดาของตนเอง
ทรัพย์สินของคนอื่นก็ดี ให้มองดังเช่นอิฐ เช่นกระเบื้อง หาราคาไม่ได้ และให้มีความรักความเมตตา สงสารสัตว์ทั้งหลาย
เท่ากับเรารักชีวิตตนเอง หากใครทำได้ดั่งนี้จักหลุดพ้นจากวัฏสงสาร
น ปรํ นาปิ อตฺตานํ วิหึสติ สมาหิโต
จงเป็นผู้มีจิตตั้งมั่น ไม่เป็นผู้เบียดเบียนคนอื่น และแม้ที่สุดคือตนเอง
ภาพตัดต่อจาก : http://adventure.tourismthailand.org/thai & https://www story.kidszaa.com
• รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ
กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย
ไป่เห็นชเลไกล กลางสมุทร
ชมว่าน้ำบ่น้อย มากล้ำลึกเหลือ ฯ
เขาเรียกว่า...กบในกะลาครอบ
คนมีความรู้งูๆ ปลาๆ แต่สำคัญตนผิดคิดไปว่าตนเองเป็นผู้ฉลาดเฉลียว มีความรู้ สติปัญญามาก
อุปมากับ กบที่อาศัยอยู่ในสระหรือบ่อน้ำเล็กๆ ไม่เคยได้ไปเห็นทะเลหรือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล
จึงหลงผิดคิดไปว่าสระน้ำที่ตนอาศัยช่างกว้างขวางใหญ่โตเสียจริงๆ
ภาพวาด อาจารย์เหม เวชกร
• ฝูงหงส์หลงเข้าสู่ ฝูงกา
สีหราชเคียงโคนา คลาดเคล้า
ม้าต้นระคนลา เลวชาติ
นักปราชญ์พาลพาเต้า สี่นี้ไฉนงาม ฯ
* กบสีทองสดใส เกาะอยู่บนก้านบัวสีเขียวหม่น...ปริศนาธรรม
ฝูงหงส์หลงเข้าไปอยู่กับฝูงกา พญาราชสีห์เดินเคียงคู่กับโคไถนา ม้าต้นของกษัตริย์เข้าไปปะปนกับฝูงลา
คนดีมีศีลมีธรรม หลงเข้าไปปะปนคบค้าสมาคมกับหมู่คนชั่ว สี่สิ่งนี้ ท่านว่าหาความสง่างามมิได้เลย
* บัวพ้นน้ำ.....ปริศนาธรรม
• ทองเหลืองเปลื้องร้ายห่อน เห็นมี
ขัดเท่าขัดราคี เล่าไซร้
นพคุณหมดใสสี เสร็จโทษ
ถึงบ่แต่งตั้งไว้ แจ่มแจ้งไพบูลย์ ฯ
ทองเหลืองแม้จะนำมาขัดถูอย่างไร ก็ไม่มีวันแวววาวระยิบระยับสดใสเท่าทองคำแท้
ทองคำแท้เมื่อได้ทำความสะอาดขัดสิ่งสกปรกออกแล้ว แม้มิได้นำมาประดับกาย ก็ยังคงความงดงามบริสุทธิ์ล้ำค่าไม่เสื่อมคลาย
จิตรกรรมฝาผนัง วัดสุวรรณาราม เขตบางกองน้อย กรุงเทพมหานคร
ภาพจาก : http://kanchanapisek.or.t
• เนื้อปองน้ำหญ้าบ่ ปองทอง
ลิงบ่ปองรัตน์ปอง ลูกไม้
หมูปองอสุจิของ หอมห่อน ปองนา
คนเคลิบเคลิ้มบ้าใบ ห่อนรู้ปองธรรม ฯ
สัตว์ป่าจำพวกเก้ง กวาง เนื้อทราย ต้องการแต่น้ำและหญ้า ไม่ปรารถนาอยากได้ทองคำ
ลิงก็ต้องการแต่ลูกไม้ ไม่ปรารถนาอยากได้แก้วแหวนอัญมณี หมูก็ต้องการแต่ของบูดของเน่าเหม็น ไม่ต้องการของหอม
คนพาลสันดานบาป คนหลงมัวเมา ก็ชอบหนทางไปสู่ความทุกข์ความเดือดร้อน ไม่ต้องการเป็นผู้ประพฤติธรรม
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม
• พริกเผ็ดใครให้เผ็ด ฉันใด
หนามย่อมแหลมเองใคร เสี้ยมให้
จันทน์กฤษณาไฉน ใครอบ หอมฤา
วงศ์แห่งนักปราชญ์ได้ เพราะด้วยฉลาดเอง ฯ
พริกย่อมมีรสเผ็ดโดยคุณสมบัติของพริก หนามแหลมก็แหลมเองโดยธรรมชาติ ไม่มีใครไปเสี้ยมให้แหลม
ไม้จันทร์ ไม้กฤษณา ก็หอมเองโดยไม่มีใครนำไปอบให้มีกลิ่นหอม วงศ์วานของนักปราชญ์ ปัญญาเกิดขึ้นได้เองโดยไม่ต้องมีใครไปสั่งสอน
กษัตริย์อชาตศัตรู ได้มิตรชั่ว คือพระเทวทัตชักจูง จับพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระราชบิดาขังคุก
ให้อดพระกระยาหารจนสิ้นพระชนม์ พระราชาผู้เฒ่า “เสด็จเดินจงกรม” ไปมา
ยังชีพอยู่ได้ด้วย “พุทธานุสสติ” คือ มองลอดช่องหน้าต่าง ทอดพระเนตรดูพระพุทธองค์
เสด็จขึ้น-ลงเขาคิชฌกูฏ พร้อมภิกษุสงฆ์ทุกวัน เรียกว่าอยู่ได้ด้วยปีติโสมนัสโดยแท้
• จันทน์แห้งห่อนกลิ่นได้ ดรธาน
อ้อยหีบชานยังหวาน โอชอ้อย
ช้างเข้าศึกเสียมสาร ยกย่าง งามนา
บัณฑิตแม้นทุกข์ร้อย เท่ารื้อลืมธรรม ฯ
ไม้จันทน์แม้แห้งสนิทแล้ว ก็ยังคงกลิ่นหอมด้วยคุณสมบัติที่มีอยู่ อ้อยที่หีบน้ำหวานออกไปแล้วก็ตามรสหวานก็ยังติดอยู่ชานอ้อย
ช้างศึก เมื่อเข้าสู่สนามรบ กิริยาเยื้องย่างมีความสง่างาม ดุจดังผู้มีปัญญาแม้ตกอยู่ในห้วงมหันตทุกข์ ก็สามารถใช้ธรรมะเข้ามาปลดเปลื้องทุกข์ได้ ฉะนั้น
...อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา
บัณฑิต ย่อมฝึกตน (ขุ.ธ.๒๕/๒๕)
แม้ตกอยู่ในห้วงแห่งมหันตทุกข์ ผู้ฝึกฝนตนดีแล้วย่อมรู้หน้าที่และไม่ละทิ้งธรรม...
• แมลงวันแสวงเสพด้วย ลามก ๑
พาลชาติเสาะสิ่งรก เรื่องร้าย ๑
ภุมราเห็จเหิรหก หาบุษ บานา ๒
นักปราชญ์ฤาห่อนหม้าย หมั่นสู้แสวงธรรมฯ ๓
แมลงวันชอบกินของสกปรกเน่าเหม็น คนชั่วชอบสร้างแต่เรื่องเดือดร้อนรำคาญ
แมลงผึ้งมุ่งแต่แสวงหาเสพเกสรพรรณไม้ ส่วนบุคคลผู้เป็นนักปราชญ์ชอบมุ่งแสวงหาแต่โมกขธรรม.
...บัวขาว ซึ่งเกิดในน้ำ เจริญในน้ำ
บางเหล่ายังไม่พ้นน้ำ จมอยู่ในน้ำ น้ำหล่อเลี้ยงไว้... (๑)
บางเหล่า ตั้งอยู่เสมอน้ำ... (๒)
บางเหล่า ตั้งขึ้นพ้นน้ำ น้ำไม่ติด... (๓)
...ดูกรราชกุมาร เมื่อตถาคตตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ก็ฉันนั้น...
พระพุทธองค์ทรงเปรียบบุคคลด้วยดอกบัว ๓ เหล่า 'มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์'
• รูปชั่วมักแต่งแกล้ง เกลาทรง
ใจขลาดมักอาจอง อวดสู้
น้ำพร่องกละออมคง กระฉอก ฉานนา
เฉาโฉดโอษฐ์อวดรู้ ว่ารู้ใครเทียม ฯ
คนใดรูปร่างหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ มักแต่งตัวแต่งผมแต่งหน้าให้ดูดี คนขี้ขลาดมักชอบอวดตัวว่ากล้าหาญ
หม้อน้ำพร่อง(น้ำไม่เต็ม) น้ำมักกระฉอก(กระเด็น) ส่วน คนโง่เขลาเบาปัญญา มักอวดคุยโวว่าตนเองเป็นผู้ฉลาด กล้าหาญ รอบรู้
น เว อนตฺถกุสเลน อตฺถจริยา สุขาวหา
หาเปติ อตฺถํ ทุมฺเมโธ กปิ อารามิโก ยถา.
การทำสิ่งใดอย่างไม่ฉลาดในประโยชน์ ก็นำความสุขมาให้ไม่ได้
ผู้มีปัญญาทรามย่อมพร่าประโยชน์ ดุจลิงเฝ้าสวนฉะนั้น.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๕.
ภาพวาดครูเหม เวชกร
• เว้นวิจารณ์ว่างเว้น สดับฟัง
เว้นที่ถามอันยัง ไป่รู้
เว้นเล่าลิขิตสัง เกตว่าง เว้นนา
เว้นดั่งกล่าวว่าผู้ ปราชญ์ได้ฤามี ฯ
ไม่ควรพูดจนเกินพอดี ไม่ควรนิ่งเสมอไป
เมื่อถึงเวลาก็ควรพูดพอประมาณ ไม่ฟั่นเฝือ
นา ติเวลํ ปภาเสยฺย นตุณหี สพฺพทา สิยา
อวิกิณฺ มิตํ วาจํ ปตฺเตกาเล อุทีริเย
ขุ.ชา.มหา.๒๘/๓๓๘
พระเทวทัต พระสงฆ์ที่ก่ออนันตริยกรรมคือพยายามลอบปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า
และก่อการสังฆเภท ทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน
• รู้ธรรมเทียมเท่าผู้ ทรงไตร
เจนจัดอรรถภายใน ลึกล้น
กล่าวแก้สิ่งสงสัย เลอะเลื่อน
รสพระธรรมอั้นอ้น ว่ารู้ใครชม ฯ
เป็นผู้รู้หลักธรรมพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง แต่เมื่อมีใครถามปัญหาธรรม
กลับไม่สามารถตอบให้เข้าหลักเหตุผลตามพระบรมพุทโธวาทได้ บุคคลเช่นนี้ ใครเล่าจักสรรเสริญ.
ยาวเทว อนตฺถาย ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ
หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ
ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย, มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย
พุทธศาสนสุภาษิต
อย่าเกลือกกลั้วด้วยหมู่คนพาล
• คบคนผู้โฉดเคลิ้ม อับผล
หญิงเคียดอย่าระคน ร่วมห้อง
อย่าคบหมู่ทรชน สอนยาก
บัณฑิตแม้ตกต้อง โทษสู้สมาคม ฯ
คบกับคนโง่เขลาเบาปัญญา ย่อมไม่ได้รับประโยชน์....ผู้หญิงเจ้าโทสะ อย่านำมาเป็นภรรยา
อย่าคบกับคนพาล เพราะเป็นผู้ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี....แต่เหล่าบัณฑิตเป็นผู้มีปัญญา แม้ต้องโทษได้รับความลำบาก ก็ยังเป็นผู้ควรคบหาอยู่นั่นเอง.
นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี
ผู้คบคนเลว ย่อมพลอยเลวไปด้วย
พุทธศาสนสุภาษิต
• ขุนเขาสูงร้อยโยชน์ คณนา
ขุนปราบด้วยโยธา ราบได้
จักล้างพยศสา หัสยาก
ยศศักดิ์ให้เท่าให้ พยศนั้นฤๅหาย ฯ
ขุนเขานับความสูงได้เป็นร้อยๆ โยชน์ (๔๐๐ เส้นเป็นหนึ่งโยชน์) ก็ไม่พ้นความสามารถของคนที่จะทลายให้ราบคาบลงมาได้
แต่คนพาลสันดานหยาบ จักแก้นิสัยให้รู้ผิดชอบชั่วดีทำได้ยากแสนยาก แม้จะให้ยศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตสักเพียงไร ก็ไม่อาจแก้ไขสันดานชั่วได้.
ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา
น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก.
บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น
เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม
พุทธศาสนสุภาษิต
* การเสียกรุงครั้งที่ ๑
พระมหาธรรมราชาทรงเกลี้ยกล่อมพระยาจักรีให้เป็นไส้ศึก
เมื่อได้เวลาอันควร พระยาจักรีจึงให้สัญญาณแก่พม่าและเปิดประตูเมือง
ทำให้ทัพพม่าเข้ายึดพระนครสำเร็จ กรุงศรีอยุธยาจึงตกเป็นเมืองขึ้น
ของอาณาจักรพม่า เมื่อปีพุทธศักราช ๒๑๑๒
ชูชกไปทวงทอง สองผัวเมียที่รับฝากไม่มีจะให้
จำใจต้องยกอมิตตดา ธิดาสาวให้เป็นภริยา
ภาพเขียนของ ครูเหม เวชกร
• อายุถึงร้อยขวบ เจียรกาล
ธัมโมชอันโอฬาร บ่รู้
เด็กน้อยเกิดประมาณ วันหนึ่ง
เห็นถ่องธรรมยิ่งผู้ แก่ร้อยพรรษา ฯ
บุคคลเกิดมา มีอายุยืนถึง ๑๐๐ ปี แต่ไม่เคยแสวงหาธรรมเพื่อความหลุดพ้น
...เด็กทารกที่เกิดมาเพียงวันเดียวแต่เป็นผู้เข้าถึงธรรม...ดังนี้แล้ว ท่านว่า เด็กทารกนั้นเป็นผู้ประเสริฐกว่าผู้มีอายุยืน ๑๐๐ ปี
โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต
เอกาหฺ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน
ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวประเสริฐกว่า
พุทธศาสนสุภาษิต
• รักทรัพย์อย่ายิ่งด้วย วิชา
สว่างอื่นเท่าสุริยา ห่อนได้
ไฟใดยิ่งราคา เพลิงราค ฤๅพ่อ
รักอื่นหมื่นแสนไซร้ อย่าสู้รักธรรม ฯ
ท่านว่า...ให้เป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม อย่าประเมินค่าทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ ให้มากยิ่งกว่าทรัพย์ภายใน คือ "วิชา"
และให้คลายความกำหนัดยินดีในกามตัณหา เพราะความร้อนแห่งดวงอาทิตย์ ก็ไม่เท่ากับความร้อนแรงแห่งเพลิงราคะ ตัณหา
สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม
ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน
พุทธศาสนสุภาษิต
• มณฑกทำเทียบท้าว ราชสีห์
แมวว่ากูพยัคฆี แกว่นกล้า
นกจอกว่าฤทธี กูยิ่ง ครุฑนา
คนประดาขุกมีข้า ยิ่งนั้นแสนทวีฯ
มณฑก(กบ) วางท่าดั่งตัวเป็นราชสีห์ ฝ่ายแมวทำทีว่าตัวเป็นเสือร้าย
นกกระจอกก็ว่าข้ามีฤทธิ์เดชยิ่งกว่าพญาครุฑ....คนยากจนเผอิญร่ำรวยไม่มาก ก็คุยว่ามีทรัพย์สมบัติล้นเหลือ
"ตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงา"
หมายความว่า อย่าลืมตน จงเป็นผู้เจียมตน
สุภาษิต-คำพังเพย
ภาพเขียน : ครูเหม เวชกร
• แม้นบุญยังอย่าได้ ขวนขวาย
อย่าตื่นตีตนตาย ก่อนไข้
ลูกพร้าวอยู่ถึงปลาย สูงสุด ยอดนา
ใครพร่ำน้ำตักให้ หากรู้เต็มเอง ฯ
ท่านว่า อย่ากังวลทุกข์ร้อนในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
.เมื่อยังไม่ถึงเวลาบุญวาสนายังมาไม่ถึง ก็ไม่ต้องไปดิ้นรนไขว่คว้า หรืออย่าตีตนไปก่อนไข้ ให้ทุกข์ใจไปเปล่าๆ หากบุญพาวาสนาส่ง เราจักสมปรารถนาเอง
เปรียบดังเช่นลูกมะพร้าวอยู่ถึงปลายยอดสูงลิบลิ่ว ถึงเวลาอันควรน้ำในผลก็เต็มของมันเอง ไม่มีตักน้ำไปใส่ในผล
สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
การสร้างสมความดี (บุญ) นำสุขมาให้
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต)
• สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน
กินกัดเนื้อเหล็กจน กร่อนขร้ำ
บาปเกิดแต่ตนคน เป็นบาป
บาปย่อมทำโทษซ้ำ ใส่ผู้บาปเอง ฯ
สนิมเหล็กเกิดจากเนื้อเหล็กที่ไม่มีคุณภาพ ผลกรรมที่ทำให้ใจเศร้าหมอง มีทุกข์เดือดร้อน ก็มาจากผลแห่งกรรมชั่วของผู้ตัวนั้นนั่นเอง
ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว
พุทธศาสนสุภาษิต
ภาพวาด ครูเหม เวชกร
• เหมหงส์เลี้ยงชีพด้วย สาคร
ช้างพึ่งพนาดร ป่าไม้
ภุมราบุษบากร ครองร่าง ตนนา
นักปราชญ์เลี้ยงตัวได้ เพื่อด้วยปัญญา ฯ
หงส์ยังชีวิตอยู่ได้ด้วยแหล่งน้ำ ช้างมีป่าดงพงไพรเป็นที่เลี้ยงชีพ
แมลงผึ้ง แมลงภู่อยู่ได้ด้วยบุษบากร (ดอกไม้) บัณฑิตเอาตัวรอดได้เพราะมีปัญญา
ภาพวาด ครูเหม เวชกร
• หญิงชั่วชู้ชายรัก ฤๅคลาด
เห็นบุรุษนักปราชญ์ เกลียดใกล้
แมลงวันย่อมเอาชาติ อสุภ เน่านา
บ่เสาะกลิ่นดอกไม้ ดุจผึ้งภุมรา ฯ
ท่านว่า ผู้หญิงไม่ดี ย่อมชอบเอาผู้ชายไม่ดีมาเป็นคู่ครอง ไม่อยากเข้าใกล้หรือเหลียวแลบุรุษนักปราชญ์ผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด
เปรียบดังแมลงวันชอบคลุกคลีกับของเน่าของเหม็น ตรงข้ามกับหมู่แมลงผึ้งที่ชอบลิ้มรสเกสรอันหอมหวานของหมู่มวลดอกไม้ ฉะนั้นแล......คนประเภทเดียวกันถึงจะอยู่ร่วมกันได้!
ภาพวาด ครูเหม เวชกร
• มิตรพาลอย่าคบให้ สนิทนัก
พาลใช่มิตรอย่ามัก กล่าวใกล้
ครั้นคราวเคียดคุมชัก เอาโทษ ใส่นา
รู้เหตุสิ่งใดไซร้ ส่อสิ้นกลางสนาม ฯ
ท่านว่า ให้ระวังการคบคน คนพาลไม่ใช่มิตรแท้ อย่าไปใกล้ชิดสนิทสนม
และเล่าความลับให้ฟัง ถึงคราวเราเคราะห์ร้าย เขาขุ่นเคืองเรา ก็จะนำเราไปนินทาว่าร้าย
ความลับทั้งหลายที่เขาล่วงรู้จะถูกแฉจนหมดสิ้น ..
• หมาใดตัวร้ายขบ บาทา
อย่าขบตอบต่อหมา อย่าขึ้ง
ทรชนชาติช่วงทา - รุณโทษ
อย่าโกรธอย่าหน้าบึ้ง ตอบถ้อยถือความ ฯ
ท่านว่า หมากัดอย่ากัดตอบ - อย่าลดตัวลงไปต่อสู้หรือต่อปากต่อคำกับคนพาลหรือคนที่มีศักดิ์ต่ำกว่า.
ผู้ใดถูกสุนัขที่มีนิสัยดุร้าย ฝึกฝนยาก ขบกัด จงให้อภัยหมานั้นอย่าไปเคียดแค้นทำร้ายทุบตี
เฉกเช่นเดียวกัน ควรให้อภัย อย่าได้โกรธขึ้ง ถือสาหาความกับอสัตบุรุษผู้ไม่มีศีล ที่รังแกเรา..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 สิงหาคม 2560 16:29:01 โดย Kimleng »
บันทึกการเข้า
ที่มา:http://www.sookjai.com/index.php?topic=64593.0
นักเรียนดูวีดิทัศน์เรื่องประเมินค่าและสรุปความรู้ของโคลงโลกนิติ
ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=IwZG4WnyAY0
ให้นักเรียนท่องจำตามบทอาขยานบทหลักตามวีดิทัศน์นี้
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=1-zQQM4ppkY