การเขียนย่อความ
การย่อความ
คือ การเก็บเนื้อความหรือใจความสำคัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างถูกต้องครบบริบูรณ์ตามตัวเรื่อง แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นข้อความสั้น กะทัดรัด โดยไม่ให้ความหมายเปลี่ยนแปลง
ใจความ คือ ข้อความสำคัญในบทพูดและบทเขียน พลความ ทำหน้าที่ขยายใจความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าตัดออกผู้ฟังหรือผู้อ่านก็ยังเข้าใจเรื่องนั้นได้
วิธีหาใจความ คือพิจารณาบทพูดหรือบทเขียน ว่าถ้าตัดข้อความใดออกแล้ว ความตอนต้นเรื่องจะเสียหมด ข้อความนั้นคือใจความ
หลักการย่อความ
๑. เขียนคำนำตามประเภทของเรื่อง
๒. อ่านเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด อ่านถึง๒-๓ เที่ยว เพื่อให้เข้าใจเรื่องให้ตลอด
๓. ทำความเข้าใจศัพท์สำนวน โวหารในเรื่อง
๔. ถ้าเรื่องที่จะย่อเป็นร้อยกรองต้องถอดคำประพันธ์เป็นร้อยแก้วก่อนจึงย่อ
๕. สังเกตใจความสำคัญแล้วแยกออกเป็นตอนๆ
๖. สรรพนามบุรุษที่๑,๒ ต้องเปลี่ยนเป็นบุรุษที่ ๓ หรือเอ่ยชื่อ
๗. ถ้าคำเดิมเป็นคำราชาศัพท์ให้คงไว้
๘. ข้อความที่เป็นคำพูดในเครื่องหมายอัญประกาศ ต้องเขียนใหม่ ซึ่งเรียกว่าเปลี่ยนเลขในเป็นเลขนอก
๙. เรื่องที่จะย่อถ้าไม่มีชื่อเรื่องผู้ย่อต้องตั้งชื่อเรื่องเอง ประโยชน์ของการย่อความ
ประโยชน์ของการย่อความ
๑. ช่วยให้การอ่านการฟังได้ผลดียิ่งขึ้น ช่วยให้เข้าใจและจดจำข้อความที่สำคัญที่ได้อ่าน หรือฟังได้สะดวกรวดเร็ว
๒. ช่วยในการจดบันทึก เมื่อได้ฟังหรือศึกษาวิชาใด รู้จักจดข้อความที่สำคัญลงในสมุดได้ทันเวลาและ ได้เรื่องราว
๓. ช่วยในการเขียนตอบแบบฝึกหัดหรือข้อสอบ
๔. ช่วยเตือนความจำนักเรียนอ่านหนังสือ แล้วทำบทย่อเป็นตอนๆ จะช่วยให้ไม่ต้องอ่านหนังสือซ้ำ
๕. ช่วยประหยัดเงินในการเขียนข้อความในโทรเลข ถ้ารู้จักย่อความ
แบบขึ้นย่อความ
๑. ย่อความเรียงร้อยแก้วธรรมดา ขึ้นต้นดังนี้
ย่อเรื่อง.............................ของ (ชื่อผู้แต่ง)......................จากหนังสือ .....................................หน้า............ความว่า
๒ . ย่อจดหมาย ขึ้นต้นดังนี้
จดหมายของ.............................ถึง...........................ลงวันที่............เดือน .....................พ.ศ. ......ความว่า
๓. ย่อคำประกาศ แถลงการณ์ คำสั่ง ระเบียบ ขึ้นต้นดังนี้
คำประกาศของ............................แก่..........................ลงวันที่ ..........................................ความว่า
๔. ย่อคำปราศรัย สุนทรพจน์ พระราชดำรัส ขึ้นต้นดังนี้
คำปราศรัยของ............................แก่.........................เนื่องใน ......................................... ทาง(สถานที่สื่อที่กล่าว).......................................... ณ วันที่....................................ความว่า
๕. ย่อปาฐกถา คำบรรยาย คำสอน ขึ้นต้นดังนี้
คำบรรยายของ...........................เรื่อง.......................แก่...................ที่ .................................ณ
วันที่.....................เวลา..............................................ความว่า
๖. ย่อคำประพันธ์ ขึ้นต้นดังนี้
คำประพันธ์ประเภท.......................เรื่อง.....................ของ ........................................ ตอน.....................................ความว่า
ที่มา : https://www.trueplookpanya.com
ตัวอย่างการย่อความ
ระวังอันตรายจากแอลกอฮอล์เช็ดแผล
(๑) ตามท้องตลาดในขณะนี้ มีการขายแอลกอฮอล์กันโดยเสรี ทั้งเมทิลแอลกอฮอล์และเอทิลแอลกอฮอล์ เมื่อมีผู้บริโภคไปซึ้อแอลกอฮอล์เช็ดแผลจากร้านขายยา ผู้ขายมักจะหยิบแอลกอฮอล์มาให้เลือกทั้ง ๒ ชนิด ราคาเอทิลแอลกอฮอล์จะสูงกว่าเมทิลแอลกอฮอล์เล็กน้อย เพราะฉะนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่และ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่รู้คุณสมบัติที่แท้จริง ของแอลกอฮอล์ทั้ง ๒ ชนิด มักจะเลือกชนิดที่ราคาถูกกว่า เพราะประหยัดเงิน และเข้าใจว่ามีคุณสมบัติเช็ดแผลได้เหมือนกัน แต่อันที่จริงแล้วคุณสมบัติของเอทิลแอลกอฮอล์ต่างกันมาก คือ
(๒) เอทิลแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ได้ เช่น ผสมในยารับประทาน ผสมในสุราหรือเครื่องดื่มประเภทของมึนเมา หรือใช้ทาภายนอกร่างกาย เช่น ล้างแผล ผ้าเย็น กระดาษเช็ดหน้า สเปรย์ เป็นต้น
(๓) เมทิลแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ชนิดมีพิษ ใช้สำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดให้แสงสว่าง หรือปนกับทินเนอร์ สำหรับผสมแลคเกอร์ แต่ห้ามใช้กับร่างกาย
(๔) จากคุณสมบัติของเมทิลแอลกอฮอล์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าผู้ผลิตหรือผู้ขายไม่ควรนำเอาแอลกอฮอล์ทั้ง ๒ ชนิด มาใช้แทนกัน เพราะจะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายได้ เนื่องจากเมทิลแอลกอฮอล์หากนำมาใช้ล้างแผล แอลกอฮอล์จะซึมเข้าไปมากๆ อาจทำให้ผู้ดื่มตาบอดหรือถึงตายได้
(๕) ถึงแม้ว่าทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะควบคุม และตักเตือนผู้ผลิต และผู้ขายให้ระมัดระวังการนำเมทิลแอลกอฮอล์มาใช้ไม่ให้ ผิดจากคุณลักษณะประจำของตัวมันแล้ว แต่ยังมีการใช้ หรือขายผิดประเภทอยู่บ้าง
(๖) ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จึงใคร่ขอเตือนผู้ผลิตและผู้ขาย ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการขายเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นพิษต่อผู้บริโภคได้ และขอให้แนะนำผู้บริโภคว่า ก่อนซื้อแอลกอฮอล์เช็ดแผลทุกครั้งควรตรวจดูฉลาก ให้ละเอียดและเลือกชนิดที่เป็นเอทิลแอลกอฮอล์เท่านั้น และทางที่ดีถ้าท่านไม่ แน่ใจก็ควรซื้อแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง หรือซื้อ จากร้านค้าที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของท่านและครอบครัว
(ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๔๖ หน้า ๖)
ย่อเรื่อง ระวังอันตรายจากแอลกอฮอล์เช็ดแผล จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันจันทร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๔๖ หน้า ๖ ความว่า
ตามท้องตลาดในขณะนี้มีการขายแอลกอฮอล์กัน โดยเสรี ทั้งเมทิลแอลกอฮอล์และเอทิลแอลกอฮอล์ เอทิลแอลกอฮอล์นั้นเป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ได้ ส่วนเมทิลแอลกอฮอล์เป็นแอลกอฮอล์ชนิดมีพิษ ใช้สำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งผู้ผลิตและผู้ขายไม่ควรนำแอลกอฮอล์ทั้ง 2 ชนิด มาใช้แทนกัน เพราะจะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายได้ ถึงแม้ว่าทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะควบคุม แต่ก็ยังมีการใช้หรือ ขายผิดประเภทอยู่บ้าง ฉะนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการผู้บริโภค จึงใคร่ขอเตือนผู้ผลิตและผู้ขาย ขอให้ใช้ ความระมัดระวังในการขายเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นพิษต่อผู้บริโภคได้
ที่มา:http://119.46.166.126/self_all/selfaccess7/m1/181/lesson1/item3.php
ให้นักเรียนดูวีดิทัศน์ เพิ่อความเข้าใจในการเขียนย่อความมากยิ่งขึ้น
ที่มา
https://www.youtube.com/watch?v=LDVuzjIwW18ที่