ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนหนองแดงวิทโยดม
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
โดยภาระงานด้านการบริหารวิชาการและความเป็นผู้นำทางวิชาการ จะมีการปฏิบัติการสอนไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง/สัปดาห์ (ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง/สัปดาห์ และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง/สัปดาห์) โดยมีการปฏิบัติการสอน/การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในสถานศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้
✅ ปฏิบัติการสอนร่วมกับครูประจำชั้น/ประจำวิชา
จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
✅ สังเกตการสอนและสะท้อนผลการสอนร่วมกับครูในกิจกรรมเปิดชั้นเรียน
จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
✅ เป็นผู้นำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ( PLC)ของโรงเรียน จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
✅ นิเทศการสอนเพื่อเป็นพี่เลี้ยงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับครู
จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
✅ จัดกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และอบรมบ่มนิสัยผู้เรียน
จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ด้านการบริหารวิชาการและความเป็นผู้นำทางวิชาการ
ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา
ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม
ด้านการบริหารงานชุมชนและเครือข่าย
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดระบบการศึกษาของไทยที่สนองตอบความต้องการของบุคคล สังคม และประเทศชาติมากน้อยเพียงไร เป็นผลมาจากกระบวนการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น บุคคลสำคัญที่สุดในกระบวนการพัฒนาการศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้ ก็คือ “ครู” ครูยังคงเป็นผู้ที่มีความหมายและปัจจัยสำคัญมากที่สุดในห้องเรียน และเป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้เพราะคุณภาพของผู้เรียนขึ้นอยู่กับคุณภาพของครู ครูเป็นปัจจัยสำคัญในระดับโรงเรียนที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนมากที่สุด (วรากรณ์ สามโกเศศ และคณะ, 2553: 3) ดังนั้นครูจึงควรมีความพร้อมในทุกด้านในการพัฒนา การจะเป็นผู้มีความพร้อมดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงด้วยระบบและวิธีการที่มีประสิทธิภาพ การปฏิรูปคุณภาพการศึกษาจะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากการยกระดับครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในระบบการศึกษา ความสำคัญของครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนไม่ได้เป็นเพียงหลักการที่สมเหตุสมผลเท่านั้น แต่ยังได้รับการยืนยันจากงานวิจัยเชิงประจักษ์ด้วย งานศึกษาเชิงนโยบายก็สรุปเช่นกันว่า นโยบายการยกระดับครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ คือ ปัจจัยความสำเร็จของระบบการศึกษาที่มีผลการสอบ PISA สูง เช่น ฟินแลนด์และสิงคโปร์ (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2556: 15) จึงจะเห็นได้ว่า การพัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้าทันสมัยนั้น จำเป็นจะต้องพัฒนากระบวนการจัด การเรียนการสอนให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทสังคม จัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นั่นหมายถึง การพัฒนาครู ซึ่งเป็นผู้จัดการเรียนการสอน ให้มีองค์ความรู้ ทักษะและเทคนิควิธีการในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
จากสถานการณ์ในปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงบริบททางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองและการปกครอง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสื่อสารปัจจุบันบนโลกไร้พรมแดนที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว รุนแรง การศึกษายังคงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์และการพัฒนาประเทศที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ให้สามารถดำรงชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างยั่งยืน (สำนักส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน, 2557: 125) กระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานและสภาการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ มีสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ชีวิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี โดยผ่านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ แสวงหาความรู้และลงมือปฏิบัติแก้ปัญหาด้วยตนเอง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551: 33-38)
การบริหารการจัดการเรียนรูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้เป็นอย่างมาก เนื่องจากการจัด การเรียนรู้แบบนี้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจและถนัดและความสามารถของตนเอง ซึ่งอาศัยกระบวนการทางเทคโนโลยีหรือกระบวนการอื่น ๆ ที่เป็นระบบ ไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้น ๆ ภายใต้คำแนะนำ ปรึกษา และความช่วยเหลือจากผู้สอนหรือผู้ที่เชี่ยวชาญ เริ่มตั้งแต่การเลือกเรื่องหรือหัวข้อที่จะศึกษา การวางแผน การดำเนินงานตามขั้นตอนที่กำหนด ตลอดจนการนำเสนอ ซึ่งในการจัดทำโครงงานนั้นสามารถทำได้ทุกระดับชั้น อาจเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม จะกระทำในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนก็ได้ (สุวิทย์ มูลคำ และ อรทัย มูลคำ, 2545: 3) ในการบริหารการจัดการเรียนรู้ที่มีครูเป็นผู้กระตุ้นเพื่อนำความสนใจที่เกิดจากตัวนักเรียนมาใช้ในการทำกิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวนักเรียนเอง นำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ การฟังและการสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ โดยนักเรียนมีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม ที่จะนำมาสู่การสรุปความรู้ใหม่ ที่เป็นแบบรูปธรรม (ดุษฎี โยเหลาและคณะ, 2557: 12)
ด้วยความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ผู้วิจัยตระหนักถึงสภาพปัญหาของการบริหารการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ สู่ห้องเรียนวิธีใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นแนวคิดการบริหารการจัดการเรียนรู้ที่สามารถปฏิบัติได้ง่าย สามารถฝึกให้ผู้เรียนเกิดการคิด วิเคราะห์ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองและเกิดทักษะ ในการแก้ปัญหา และยังเป็นการบริหารการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับชั้นมัธยมศึกษาสามารถบูรณาการหลายวิชา ลดภาระของครูและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพของครูและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่ดีขึ้น รวมไปถึงการตอบสนองแนวทางการพัฒนาการศึกษาของชาติได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 ขั้นตอนการวางแผน (Plan)
วิเคราะห์สภาพปัญหา จุดเด่น จุดด้อย ของโรงเรียนหนองแดงวิทโยดม เพื่อวางแผนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาครูและนักเรียน ศึกษาการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ และนำแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมในการจัดการเรียนรู้ ( พฤศจิกายน 2567 )
2.2 ขั้นดำเนินงาน (Do)
1. จัดประชุมวางแผนร่วมกัน ครูทั้งโรงเรียน เรื่อง การบูรณาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ และนำแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมในการจัดการเรียนรู้ ( พฤศจิกายน 2567)
2. แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงาน และสร้างนวัตกรรมแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล ( พฤศจิกายน 2567 - ธันวาคม 2567 )
3. จัดอบรม การจัดทำแพล็ตฟอร์มการจัดการเรียนรู้ผ่าน แพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล google classroom การบริหารจัดการตามข้อตกลง วPA ผ่านระบบออนไลน์ (25 – 26 มีนาคม 2567)
4. ครูทุกคนจัดทำแพล็ตฟอร์มการเรียนการสอนบูรณาการการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ (เมษายน - พฤษภาคม 2567)
5. จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning บูรณาการการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ (ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567)
2.3 ขั้นตรวจสอบและประเมินผล (Check)
ผู้บริหารกำกับติดตาม นิเทศการจัดการเรียนการสอน คณะครูทุกคนประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนและพฤติกรรมของนักเรียน และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนการสอนผ่านกระบวนการ PLC (ตลอดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 )
2.4 ขั้นปรับปรุงและพัฒนา (Act)
ตรวจสอบและนำผลมาวิเคราะห์ วางแผน ปรับปรุง แก้ไขและพัฒนา เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะครูและ พัฒนาผู้เรียนด้านประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล (รายงานผลและวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน กันยายน 2567)
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
1. ครูร้อยละ 100 ได้พัฒนาการการจัดการเรียนรู้รายวิชา บูรณาการประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล
2. นักเรียนร้อยละ 100 เข้าถึงรูปแบบการจัดการเรียนการสอน และได้รับการพัฒนา โดยใช้แพลตฟอร์ม การบูรณาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์
3. ครูร้อยละ 90 มีวิจัยในชั้นเรียนที่เกิดจการการบูรณาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรมประชาธิปไตยและส่งเสริมความรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล
1. ครูมีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนได้อย่างหลากหลายตามรูปแบบที่ทาง สพฐ.และโรงเรียนกำหนดขึ้น
2. นักเรียนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล
ทีมงานพัฒนาเว็บไซต์ PA Online ของผู้บริหารสถานศึกษา