ที่ TRP ทุกคนเป็นบุคคลากรที่มีค่า เราต้องการให้โรงเรียนของเราสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เราต้องการให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่จะช่วยพัฒนาโรงเรียนของเรา
จุดประสงค์ของคู่มือบุคลากรนี้คือการทำให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับโรงเรียนและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุขและปลอดภัย
ปรัชญาของเรา
เราเชื่อว่าเด็กแต่ละคนควรมีโอกาสค้นพบตัวเองและประสบความสำเร็จในแบบที่ตนเองต้องการ
ภารกิจของเรา
เรามุ่งมั่นที่จะมอบสภาพแวดล้อมที่ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัย การเรียนรู้แบบเชิงบวก ครูและผู้เรียนให้เกียรติซึ่งกันและกัน ที่อยู่ภายใต้การเรียนการสอนระบบสองภาษา เราตระหนักดีว่าเด็กแต่ละคนมีความต้องการในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เราจะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาเป็นผู้ที่อยากเรียนรู้ตลอดชีวิต
วิสัยทัศน์ของเรา
เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการเป็นพลเมืองโลกแต่ยังคงไว้ซึ่งความเคารพในวัฒนธรรมไทย เราบ่มเพาะผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดี
บุคลากรเข้าทำงานเวลา 7.30 น. และจนถึงเวลา 16.30 น. บุคลากรทุกคนได้รับมอบหมายเวรประตู 1 วัน ซึ่งจะต้องอยู่เวรจนถึงเวลา 17.00 น.
TRP เป็นโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งความรู้ เรามีความคาดหวังให้บุคลากรทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสนับสนุนผู้เรียนและเพื่อนร่วมงาน
ครูเวรประตูมีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของผู้เรียน ครูจะต้องอยู่ที่ประตูตรงเวลา ครูเวรจะต้องมีอัธยาศัยที่ดี การทักทาย การเปิดประตูรถช่วยเหลือและกาเดินส่งผู้เรียนเมื่อจำเป็นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ พร้อมทั้งมีหน้าที่สอนผู้เรียนให้“ ไหว้” และกล่าวสวัสดีอย่างถูกต้อง
ผู้ปกครองจะต้องแสดงบัตรประจำตัวเพื่อรับลูก ครูเวรประตูมีหน้าที่ต้องตรวจสอบบัตรประจำตัวของผู้ปกครอง หากผู้ปกครองไม่สามารถแสดงบัตรประจำตัว ครูเวรจะต้องรายงานไปยังฝ่ายธุรการ ผู้เรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปกับใครนอกจากผู้ปกครองของตนเอง เว้นแต่ฝ่ายธุรการจะได้รับการแจ้งล่วงหน้าทางโทรศัพท์
8:20 น. เพลงชาติ
15:30 น. ปฏิบัติหน้าที่ครูเวรประตู
16:20 น. ส่งมอบนักเรียนให้ครูเวรประตู
TRP ให้ความสำคัญกับการเข้างานอย่างเป็นประจำและมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงบุคลากรภาพชีวิตของบุคลากร แต่เราไม่คาดหวังให้บุคลากรเข้างานหากบุคลากรมีความเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
หากบุคลากรไม่สามารถเข้าทำงานได้เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ จะต้องแจ้งรองผู้อำนวยการโรงเรียนหรือหัวหน้างานให้ทราบก่อนเวลา 7.30 น. ในวันแรกของการขาดงาน ถ้าเป็นไปได้จะระบุวันที่กลับมา หากบุคลากรไม่สามารถติดต่อรองผู้อำนวยการโรงเรียนหรือหัวหน้างาน โปรดติดต่อฝ่ายธุรการ
บุคลากรมีสิทธิ์ลาป่วยได้ 20 วัน อย่างไรก็ตามบุคลากรมีอาการเจ็บป่วยนานถึง 3 วันจะต้องแสดงหลักฐานทางการแพทย์
วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามปฏิทินโรงเรียน
ลากิจ การลากิจจะใช้สำหรับธุระราชการ บุคลากรมีสิทธิ์ลางาน 5 วันซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากรองผู้อำนวยการ
การลาส่วนตัว บุคลากรที่ประสงค์จะลาส่วนตัวจะต้องได้รับการอนุมัติจากรองผู้อำนวยการโรงเรียน 1 วันล่วงหน้
วันหยุดประจำปี บุคลากรมีสิทธิหยุดประจำปี 20 วันเฉพาะช่วงเวลาที่ปิดภาคเรียนเท่านั้น
การลาคลอด บุคลากรมีสิทธิลาคลอด 90 วันรวมถึงวันหยุดใด ๆ ในช่วงเวลานั้น จ่ายเต็ม: 45 วันจากนายจ้างและ 45 จากกองทุนสวัสดิการสังคม
หมายเหตุ: เพื่อให้ได้รับสิทธิได้รับการลาคลอดบุตร จะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการสังคมเป็นเวลาอย่าง 7 เดือนก่อนตั้งครรภ์
การลาแต่ละครั้งจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี บุคลากรจะต้องได้รับอนุญาตและบันทึกแบบฟอร์มลา
เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เราคาดหวังให้บุคลากรเข้างานตรงต่อเวลา การเข้างานจะเป็นหนึ่งปัจจัยในการประเมินบุคลากรสำหรับการขึ้นเงินเดือน การรับตำแหน่ง การรับโบนัสพิเศษ
การเตือนแบบลายลักษณ์อักษรสำหรับการมาสาย
หากบุคคลากรมาสายมากกว่า 2 ครั้งใน 1 เดือนหรือมากกว่า 3 ครั้งใน 90 วัน บุคลากรจะได้รับการแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อำนวยการ โดยจะต้องมีการปรับปรุงภายใน 90 วัน หากไม่มีการปรับปรุงบุคลากรจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการพิจารณาการขึ้นเงินเดือน การรับตำแหน่ง การรับโบนัสพิเศษ
การเตือนแบบลายลักษณ์อักษรสำหรับการขาดงาน
หากบุคลากรมีการขาดงานอย่างต่อเนื่อง บุคลากรจะได้รับการเตือนแบบลายลักษณ์อักษรสำหรับการขาดงาน โดยจะต้องมีการปรับปรุงภายใน 90 วัน หากบุคลากรป่วยเป็นโรคเรื้อรังหรือมีปัญหาทางการแพทย์ระยะสั้น จะต้องนำเอกสารทางการแพทย์ยืนยันและรับการอนุมัติจากผู้อำนวยการ หากไม่มีการปรับปรุงบุคลากรจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการพิจารณาการขึ้นเงินเดือน การรับตำแหน่ง การรับโบนัสพิเศษ
หมายเหตุ: หากบุคลากรขาดงานเกิน 3 โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า จะได้รับการพิจารณาเป็นการเลิกจ้างโดยสมัครใจและไม่ได้รับค่าตอบแทน
TRP ทราบว่าบุคลากรอาจมาสายเนื่องจากสภาพการจราจรไม่ดีหรือสภาพอากาศไม่ดี หากบุคลากรติดต่อรองผู้อำนวยการโรงเรียนก่อนเวลา เจ้าหน้าที่ธุรการจะไม่บันทึกเป็นการมาสาย หากบุคลากรคาดว่าเข้าสอนสาย ขอให้แจ้งรองผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อเปลี่ยนแปลงแผนการสอน การเรียนรู้ที่จะไม่ควรได้รับผลกระทบจากความล่าช้าของครู
บุคลากรจะต้องแต่งตัวอย่างเหมาะสมตลอดเวลาและรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี
TRP ให้บัตรประจำตัวให้กับบุคลากรทุกคนซึ่งจะต้องสวมใส่เวลาทำงาน บัตรประจำตัวเป็นทรัพย์สินของโรงเรียนและจะต้องส่งคืนเมื่อบุคลากรลาออกหรือเลิกจ้าง
แผนการสอนทั้งหมดควรมีอยู่ใน Google Drive ครูต้องพิมพ์แผนการสอนและเก็บไว้ในแฟ้มสีดำในห้องเรียน ครูควรจัดทำแผนการสอนฉุกเฉินในกรณีที่ต้องลางานหรือลาป่วย
ครูประจำชั้นจะต้องส่งบันทึกเข้าเรียนของผู้เรียนกับฝ่ายธุรการทุกสัปดาห์ กรุณาแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบหากมีการขาดเรียนหรือเข้าเรียนสายที่เป็นประจำของผู้เรียน การบันทึกที่เเม่นย้ำเเละถูกต้องมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การบันทึกเข้าเรียนจะถูกตรวจสอบโดยฝ่ายธุรการอย่างสม่ำเสมอ
ห้องเรียนเป็นเหมือนบ้านสำหรับครูและผู้เรียน ครูควรพยายามสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยรักษาอาคารบริเวณและอุปกรณ์ให้สะอาดและอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ไม่อนุญาตให้มีอาหารในห้องเรียน ไม่ควรทิ้งของเหลวในถังขยะ ต้องเช็ดโต๊ะและวางเก้าอี้ไว้บนโต๊ะทุกวันเพื่อให้นักการทำความสะอาดห้องเรียน สิ่งของชิ้นใหญ่เช่นดินสอและกระดาษควรหยิบทิ้ง บุคลากรจะต้องรักษาพื้นที่ส่วนตัวให้สะอาด
ความรับผิดชอบร่วมกันนอกเหนือจากการสอนระหว่างครูชาวไทยและชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่ การเขียนบันทึกประจำวัน การดูแลผู้เรียนระหว่างวัน การดูแลสุขอนามัยของผู้เรียน
เราถือว่าการติดต่อกับผู้ปกครองเป็นส่วนสำคัญของการทำงาน สมุดบันทึกบันทึกประจำวันเป็นวิธีการสื่อสารที่สำคัญ ผู้เรียนจะต้องดูแลสมุดบันทึกและนำไปใส่ไว้ในกระเป๋าทุกวัน นอกจากนั้นครูประจำชั้นควรพบปะพูดคุยกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ
เราส่งเสริมให้รีไซเคิลสำหรับสื่อวัสดุการเรียนการสอน ผู้ประสานของโรงเรียนจะประชุมทุกสัปดาห์เพื่อจัดเตรียมสื่อการเรียนการสอน หากบุคลากรได้จัดซื้อสื่อการเรียนการสอนด้วยตนเอง สามารถนำใบเสร็จเพื่อเบิกค่าใช้จ่ายได้ที่ห้องธุรการ การจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนจะเสร็จภายในวัน 25 ของทุกเดือน
ผู้เรียนและบุคลากรเป็นสมาชิกห้องสมุดโดยอัตโนมัติ บุคลากรสามารถยืมหนังสือได้ไม่จำกัด ระยะเวลาการยืมคือ2 – 6 สัปดาห์และสูงสุดหกสัปดาห์
ใช้โทรทัศน์และจอเพื่อการศึกษาเท่านั้น ครูจะต้องดูแลผู้เรียนในขณะที่ใช้โทรทัศน์ ไม่อนุญาตให้ใช้โทรทัศน์ในช่วงเวลารับและส่ง
การบ้านจะต้องเหมาะสมกับความต้องการ ความสนใจและความสามารถของเด็กแต่ละคน
ไม่ควรทำการบ้านเพื่อใช้แทนการสอน (ควรมีการสอนเนื้อหาก่อนส่งกลับบ้านเพื่อให้ผู้เรียนทำ)
ควรกำหนดเวลาในการทำการบ้านที่เหมาะสม
ไม่แนะนำให้ทำการบ้านในช่วงวันหยุดและวันหยุดสุดสัปดาห์
ในการมอบหมายการบ้านครูควรจำไว้ว่าเด็กอาจมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่มีความหมายนอกห้องเรียน
การบ้านไม่ควรใช้เป็นการลงโทษสำหรับเด็ก
จะต้องตรวจการบ้านทั้งหมดแบบวันต่อวัน
การตรวจและให้ข้อเสนอแนะเป็นเครื่องมือในการประเมินผลการทำงานของนักเรียนทั้งรูปแบบกลุ่มและรายบุคคล การตรวจและการให้ข้อเสนอแนะจะให้กำลังใจและแรงจูงใจสำหรับนักเรียน เมื่อนักเรียนประสบความสำเร็จในงานควรยกย่องความพยายามและการทำงานของพวกเขาและให้รายละเอียดว่าขั้นตอนต่อไปควรเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันหากนักเรียนทำผิดในงานควรให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความพยายามและการทำงาน พร้อมทั้งชี้แนะขั้นตอนการแก้ไข
การตรวจควรสร้างสรรค์และสร้างความแตกต่าง งานของนักเรียนควรเป็นที่จดจำ ครูทำเครื่องหมายและคำแนะนำเพื่อ:
บ่งชี้ความสำเร็จและความพยายามที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ / เกณฑ์ความสำเร็จ
แสดงให้เด็กเห็นว่าพวกเขาสามารถปรับปรุงงานของพวกเขาได้อย่างไร
เพิ่มความมั่นใจในตนเองของเด็ก
เพื่อช่วยในการประเมินครู
นักเรียนสามารถตรวจงานได้เช่นกันเพื่อ:
ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างอิสระผ่านการตรวจสอบตนเอง
ให้ความสำคัญมากขึ้นในแนวทางการทำงานของพวกเขา
ช่วยในการประเมินของครู
สามารถใช้รายการตรวจสอบเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ รู้ว่าพวกเขาจะปรับปรุงงานได้อย่างไร
สามารถจับคู่ตรวจงานได้
แนวทางการตรวจและการให้คำแนะนำ
การตรวจ: ติ๊กถูกสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง วงกลมสำหรับคำตอบที่ไม่ถูกต้อง โดยใช้ปากกาสีน้ำเงิน / เขียว
คะแนน: จะต้องเขียนโดยใช้ปากกาสีน้ำเงิน / เขียว
ตราปั๊ม:
ตราปั๊ม "ตรวจสอบแล้ว": จะอยู่ในหน้าสุดท้ายของงานที่ได้รับมอบหมาย
ตราปั๊ม “ลองดูอีกทีนะ”: จะอยู่ในทุกหน้าที่จำเป็น
ตราปั๊ม “ ขาดเรียน / ทำงานไม่เสร็จ”: จะอยู่ในทุกหน้าที่จำเป็น
หมายเหตุ: ครูเก็บบันทึกคะแนนตามความเหมาะสมที่ทำได้เช่น การทดสอบการสะกดคำ / การส่งการบ้าน วิธีนี้สามารถช่วยตรวจสอบความคืบหน้าและประสิทธิภาพโดยรวมของเด็กได้
ทุกคนภายในโรงเรียนมีความรับผิดชอบในการสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเป็นบวกต่อนักเรียน เรามีความตั้งใจที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในโรงเรียนและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างความเคารพและมีความเมตตา นโยบายและแนวทางนี้ได้ออกแบบมาเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้ทุกคนรู้สึกมีความสุขและปลอดภัย
นักเรียนควรปฏิบัติตนดังนี้
1. ประพฤติตนตามกฎระเบียบของโรงเรียน
2. แสดงความเคารพต่อผู้อื่น
3. ตั้งใจเรียน
4. ช่วยดูแลอาคารเรียนและทรัพย์สินของโรงเรียน
การปฏิบัติตนผิดระเบียบมีดังนี้
1. ก่อกวนภายในห้องเรียน (ส่งเสียงดัง รบกวนผู้อื่น เล่นกับของเล่นหรือของส่วนตัวขณะเรียน ขว้างหรือโยนสิ่งของขณะเรียน)
2. ตะคอกใส่ผู้อื่น
3. เดินออกจากห้องเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
4. ผลัก ตี หรือเตะผู้อื่น
5. ไม่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย
6. มีทัศนคติที่ไม่ดี
7. พูดจาล้อเลียนผู้อื่น
8. พูดจาด้วยถ้อยคำหยาบคาย
กระบวนการปรับพฤติกรรม
โรงเรียนของเราใช้ Class Dojo เป็นเครื่องมือในการบริหารพฤติกรรมของนักเรียน โดยมีประจุดสงค์ดังนี้
- เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี
- เพื่อบันทึกพฤติกรรมที่ดีของนักเรียน
- เพื่อกระตุ้นให้ทั้งห้องเรียนมีพฤติกรรมที่ดี
และไม่ควรใช้เพื่อจุดประสงค์ดังนี้
- ใช้เพื่อแสดงพฤติกรรมแง่ลบ
- ทำให้นักเรียนรู้สึกอับอาย
- เพื่อการแข่งขัน
หมายเหตุ คะแนนของ Class Dojo จะต้องเริ่มต้นใหม่ทุกอาทิตย์
การชื่นชมและการสะท้อนความดี
เราเชื่อว่าการชื่นชมและสะท้อนความดีของนักเรียนจะช่วยให้
1. กระตุ้นให้นักเรียนแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม
2. เพื่อความมั่นใจในตนเอง
3. ลดปัญหาด้านพฤติกรรมของนักเรียนย
4. สร้างสิ่งแวดล้อมภายในห้องเรียนให้เป็นบวกทั้งครูและนักเรียน
5. ช่วยสอนให้นักเรียนรู้จักพฤติกรรมที่เหมาะสมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียน
การให้รางวัล
เราสามารถให้รางวัลและชื่นชมนักเรียนได้ดังนี้
1. ยิ้มและปรบมือหรือแสดงท่าทางที่เป็นบวก
2. พูดชื่นชม
3. ให้คะเเนน Class Dojo
4. ส่งข้อความชื่นชมให้กับผู้ปกครอง
5. มอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนเช่น นักเรียนดีเด่นประจำเดือน หรือ นักเรียนดีมีน้ำใจ
กระบวนการปรับพฤติกรรม
เราตระหนักว่าการปรับพฤติกรรมนักเรียนไม่ควรทำผ่านการทำร้ายร่างกายหรือทำร้ายจิตใจด้วยคำพูด เพราะหน้าที่ของครูคือการอบรมสั่งสอนนักเรียนและแสดงให้เห็นถึงผลของการกระทำ ปัจจัยความสำเร็จในการปรับพฤติกรรมของนักเรียนคือการทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การทำอย่างรุนแรง
การปรับพฤติกรรมจะต้องคำนึงถึง
1. ความเป็นเหตุเป็นผล
2. ความเหมาะสมของวัยนักเรียน
3. สามารถทำได้โดยง่าย
4. ต้องมีอารมณ์ที่สงบนิ่ง
การจะมีการปรับพฤติกรรม ครูจะต้องมีการตักเตือนอย่างน้อย 3 ครั้งเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีการปรับปรุงตนเอง กรณียกเว้นคือนักเรียนทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่นและทำร้ายสิ่งของ ครูสามารถปรับพฤติกรรมได้โดยทันที
ทางโรงเรียนมีนโยบายต่อต้านการกลั่นแกล้งภายในโรงเรียน โดยเน้นการสร้างความรู้และความเข้าใจในแก่บุคคลากรและนักเรียน
โดยแนวทางการปฏิบัติมีดังนี้คือ
1. รับแจ้งเหตุการณ์จากนักเรียน ครู หรือผู้ปกครอง
2. ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง
3. เชิญผู้ปกครองเพื่อหาแนวทางแก้ไข
4. ติดตามผลและรายงานผู้ปกครองอย่างเป็นประจำ
ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเวลาการสอนหรือเมื่อดูแลผู้เรียน
บุคลากรจะต้องไม่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาขอสงวนสิทธิ์ในการลงรูปภาพและข้อมูลบรรยากาศของโรงเรียนบนโซเชียลมีเดียของโรงเรียน อย่างไรก็ตามหากพ่อแม่/ผู้ปกครองไม่สะดวกใจกับรูปภาพและข้อมูลบนโซเชียลมีเดียของโรงเรียน โพสดังกล่าวจะถูกลบออกทันที และโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาระงับไม่ให้มีการลงรูปภาพและข้อมูลดังกล่าวในอนาคต
โซเชียลมีเดียของโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะใช้สำหรับ
- ประกาศจากโรงเรียน
- การเฉลิมฉลองความสำเร็จในกิจกรรมต่าง ๆ
- การสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับพ่อแม่/ผู้ปกครองและครอบครัว
- วัตถุประสงค์ทางการตลาด
- โอกาสการจ้างงาน
โซเชียลมีเดียของโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อ
- แบ่งปันความเชื่อทางการเมืองหรือศาสนา
- ประณามบุคคล/ธุรกิจอื่นต่อสาธารณะ
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะแชร์รูปภาพของนักเรียนไปยังบัญชี LINE กลุ่มของผู้ปกครองที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ปกครองได้มีโอกาสที่จะแบ่งปันการเรียนรู้ของบุตรหลาน ภาพเหล่านี้ถูกแบ่งปันด้วยความคาดหวังว่าผู้ปกครองจะไม่โพสต์ภาพเหล่านี้ต่อสาธารณะไปยังบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวอื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสม
โซเชียลมีเดียส่วนตัวของบุคลากรโรงเรียนตรังร่วมพัฒนา
บุคลากรของโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาไม่ได้รับอนุญาตให้โพสต์ของนักเรียนโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครอง
บุคลากรโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาไม่ควรพัฒนาความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเชื่อมโยงกับพ่อแม่/ผู้ปกครอง/นักเรียนผ่านโซเชียลมีเดีย ความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรแต่มีความเป็นมืออาชีพเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของโรงเรียน
ขอให้บุคลากรโรงเรียนตรังร่วมพัฒนางดเว้นการกล่าวถึงหรือพูดคุยในที่สาธารณะเกี่ยวกับโรงเรียนในโซเชียลมีเดียส่วนตัว
โซเชียลมีเดียสำหรับผู้ปกครอง
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะผู้ปกครองจะติดตามโซเชียลมีเดียของโรงเรียนเพื่อรับทราบเกี่ยวกับประสบการณ์การเรียนรู้ของบุตรหลาน อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรแต่มีความเป็นมืออาชีพเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของโรงเรียน หากพ่อแม่/ผู้ปกครองต้องการปรึกษาหารือกับบุคลากร ขอให้นัดหมายเพื่อพูดคุยด้วยตนเองที่โรงเรียน และขอความร่วมมือผู้ปกครองไม่โพสรูปภาพหรือข้อมูลของนักเรียนโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรหรือได้รับการยืนยันจากผู้ปกครองของนักเรียนดังกล่าว
บุคลากรประจำทั้งหมด (ยกเว้นเจ้าหน้าที่ธุรการ) จะต้องดำเนินกิจกรรมนอกหลักสูตรระหว่างคาบชมรม
หัวหน้าชมรมมีหน้าที่รับผิดชอบดังต่อไปนี้:
1. แจ้งผู้ประสานงานเกี่ยวกับชมรมของตนเอง
2. เข้าร่วมงานกิจกรรมเป็นประจำ
3. บันทึกการเข้าร่วมของผู้เรียน
4. เก็บห้องเรียนให้สะอาดและเรียบร้อย
5. เปิดโทรศัพท์มือถือในกรณีฉุกเฉิน
1. ผู้เรียนไม่ควรอยู่ในสนามเด็กเล่นโดยไม่มีใครดูแล
2. หากต้องเผชิญปัญหากับผู้ปกครองในสถานศึกษาให้ติดต่อผู้อำนวยการโรงเรียนหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียน
3. ผู้เรียนไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ปืนกาว ปืนแม็กซ์และที่ตัดกระดาษ
4. อุปกรณ์ศิลปะจะต้องถูกเก็บอย่างเรียบร้อย
5. สิ่งของที่หนักไม่ควรถูกเคลื่อนย้ายโดยผู้เรียน
6. กรรไกรและมีดที่คมชัดจะต้องถูกเก็บให้ปลอดภัย
7. จะต้องไม่เดินถือของเหลวร้อนในโรงเรียนโดยไม่ฝาปิด
เมื่อใดก็ตามที่เด็กบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจะต้องแจ้งผู้ประสานงานในทันที ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องถูกบันทึกลงในสมุดรายงาน โปรดคำนึงไว้ว่ามาตรการป้องกันอุบัติเหตุเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนประจำวันของครู
โรงเรียนไม่อนุญาตให้เก็บยาไว้ภายในห้องเรียน ครูไม่ได้รับอนุญาตให้ให้ยาด้วยตนเอง ครูมีหน้าที่ในการพาผู้เรียนมารับยาตามกำหนดจากผู้ประสานงานเท่านั้น ผู้ปกครองจะได้รับแจ้งจากผู้ประสานงานหากผู้เรียนมีอาการเจ็บป่วยและต้องพากลับบ้านหรือโรงพยาบาล
บุคลากรควรตรวจสอบเครื่องเล่นก่อนใช้งาน หากพบข้อบกพร่องหรือของชำรุดควรรายงานไปยังผู้ประสานงาน ห้ามผู้เรียนอยู่สนามเด็กเล่นโดยไม่มีผู้ดูแล
บุคลากรที่ดูแลพื้นที่นี้ควรตระหนักถึง
1. ผู้เรียนที่วิ่งไปข้างหลังหรือด้านหน้าของชิงช้า
2. ผู้เรียนตกจากอุปกรณ์เครื่องเล่น
3. ผู้เรียนผลักหรือดันผู้อื่น
4. ผู้เรียนเล่นสไลด์ชนกับผู้อื่น
ผู้เยี่ยมชมที่ไม่มีป้ายชื่อจะต้องถูกพากลับไปที่ห้องธุรการ
การซ้อมหนีไฟฉุกเฉินเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำภาคเรียน การฝึกซ้อมทั้งหมดต้องได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างแท้จริง
บุคลากรทุกคนควรตรวจสอบสภาพของปลั๊ก สายเคเบิลและอุปกรณ์ไฟฟ้า หากมีความชำรุดจะต้องแจ้งผู้ประสานงานทันที หลีกเลี่ยงการใช้หัวต่อหลายตัวภายในห้องเรียน โรงเรียนสนับสนุนให้บุคลากรและผู้เรียนประหยัดพลังงาน ควรปิดและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดก่อนกลับบ้าน
เพื่อให้บุคลากรทุกท่านมีโอกาสในการพัฒนาตนเอง โรงเรียนจึงจัดคอร์สอบรมต่างๆตามความเหมาะสมของวิชาชีพ ซึ่งหลังจากการอบรมเเล้ว ทางโรงเรียนมีความประสงค์ให้บุคลากรนำความรู้นั้นไปใช้ในห้องเรียนของตนเอง
การประเมินบุคลากรจะมีทั้งหมด 4 ครั้งในเเต่ละปีัการศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรได้ทำความเข้าใจถึงศักยภาพของตนเองพร้อมทั้งตั้งเป้าหมายในการทำงานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การประเมินบุคลากรจะส่งไปถึงการพิจารณาขึ้นเงินเดือน การรับตำเเหน่ง การรับโบนัสพิเศษ ซึ่งปัจจัยในการประเมินเเต่ละครั้งมีทั้งคุณภาพการสอน การส่งเอกสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ประวัติการเข้างาน เเละอื่นๆ
บุคลากรจะได้รับเงินในวันสุดท้ายของเดือน หากวันจ่ายเงินเดือนเป็นวันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือวันหยุด บุคลากรจะได้รับเงินในวันทำงานสุดท้ายก่อนวันจ่ายเงินเดือนปกติ
ภาษี ประกันสังคมหรือเงินสมทบจะถูกหักออกจากเงินตามอัตโนมัติ
หากพบความผิดพลาดในการจ่ายเงินเดือนควรแจ้งให้รองผู้อำนวยการทันที
หากบุคลากรมีคำถามหรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น ๆ จะต้องพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น
บุคลากรที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจะต้องกรอกและส่งแบบฟอร์มให้กับเจ้าหน้าที่ธุรการ (ไก่)
คำขอจ่ายเงินล่วงหน้าจะถูกส่งไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งจะตรวจสอบคุณสมบัติของบุคลากร
การจ่ายเงินล่วงหน้าเป็นเงินที่นำมาจากเงินเดือนของบุคลากรและจะถูกหักออกจากการจ่ายเงินครั้งต่อไป
การทำงานล่วงเวลาจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการโรงเรียนก่อน การจ่ายเงินสำหรับการทำงานล่วงเวลาใด ๆ จะจ่ายเป็นรายเดือน
บุคลากรมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนสำหรับบุตรคนแรก และสิทธิ์ค่าเล่าเรียนครึ่งหนึ่งสำหรับบุตรคนที่ 2 และ 3 ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น สื่อการเรียนรู้ อาหารกลางวันและอื่น ๆ หากบุคลากรประสงค์จะสมัครให้ติดต่อฝ่ายธุรการ
บุคลากรควรจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ปกครองเเละนักเรียน
บุคลากรจะต้องเเจ้งความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองเเละนักเรียนที่นอกเหนือจากที่โรงเรียน อาทิเช่น กลุ่มชมรม สอนพิเศษ สมาชิกครอบครัว
ความสัมพันธ์ของบุคลากรระหว่างผู้ปกครองเเละนักเรียนจะต้องเป็นมืออาชีพตลอดเวลา
หากบุคลากรจำเป็นที่จะต้องมีการประชุมส่วนตัวกับนักเรียน ควรจะประชุมในพื้นที่ที่มองเห็นได้หรือเปิดประตูไว้ พร้อมทั้งเเจ้งเพื่อนร่วมงานถึงการประชุม
บุคลากรไม่ควรสัมผัสนักเรียนหากไม่จำเป็น
การลงโทษทางกายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
การจัดการระเบียบวินัยอย่างยุติธรรม เป็นระบบและมีการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น
การประพฤติผิดเล็กน้อยตามปกติสามารถตักเตือนได้อย่างไม่เป็นทางการระหว่างบุคลากรกับผู้อำนวยการโรงเรียน หากไม่ได้รับการแก้ไขจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการตามกระบวนการ
ตัวอย่างของความผิดที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นการประพฤติผิดเล็กน้อย
การทำงานไม่ตรงตามกำหนด
ไม่รับฟังคำสั่งหัวหน้างาน
ภาษาที่ไม่เหมาะสมต่อผู้อื่น / การดูถูกผู้อื่น
การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานของโรงเรียน
สูบบุหรี่ในพื้นที่ที่ห้ามสูบบุหรี่
ไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายของโรงเรียน
แต่งกายไม่เรียบร้อย
การใส่ร้ายผู้ร่วมงาน
การเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้แจ้งฝ่ายธุรการ
การประพฤติผิดอย่างร้ายแรงมีผลต่อการเลิกจ้างโดยไม่มีการตักเตือนหรือแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ตัวอย่างของความผิดที่ถือว่าเป็นการประพฤติผิดอย่างร้ายแรง
การโจรกรรมทรัพย์สินใด ๆ ที่เป็นของโรงเรียน บุคลากร และผู้ปกครอง
การฉ้อโกงรวมถึงการปลอมแปลงเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน
การขายสินค้า / ทรัพย์สินที่ถูกขโมย
การใช้เวลา อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อผลประโยชน์ส่วนบุคคล
การฝ่าฝืนข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของโรงเรียน
การยักยอกเงินหรือทรัพย์สินของโรงเรียนโดยตรงหรือโดยอ้อม
การใช้ชื่อโรงเรียนในทางที่ผิดหรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสีย
ข่มขู่หรือคุกคามผู้อื่นโดยตรงหรือโดยอ้อม
พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือผิดศีลธรรม
การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารยาเสพติด
มีครอบครอง ใช้ หรือซื้อขายยาเสพติดขณะอยู่ที่โรงเรียนหรือในขณะที่เป็นตัวแทนของโรงเรียน
การกระทำที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยเจตนาในเรื่อง เพศ เชื้อชาติ อายุ รสนิยมทางเพศ ศาสนาหรือความเชื่อ หรือความพิการใด ๆ
การประพฤติผิดทางวิชาชีพ
การนินทาหรือสร้างข่าวลือ
การใช้อินเทอร์เน็ตหรือสิ่งอำนวยความสะดวกคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนในทางที่ผิด
การกระทำใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนกระบวนการด้านความปลอดภัยหรือทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออันตราย
การขาดงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
เรามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อบุคลากรทุกคนอย่างยุติธรรม การลงโทษทางวินัยจะดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อหาข้อเท็จจริง
ขั้นที่ 1: ตักเตือนด้วยวาจา - บุคลากรจะได้รับการตักเตือนด้วยวาจาสำหรับการประพฤติผิดเล็กน้อย
ขั้นตอนที่ 2: ตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษรครั้งที่ 1- เอกสารการตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษรครั้งที่ 1 จะถูกบันทึกอยู่ในประวัติของบุคลากรเป็นเวลา 12 เดือน
ขั้นตอนที่ 3: ตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษรครั้งสุดท้าย -โดยปกติแล้วจะมีการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งสุดท้ายเมื่อไม่มีการปรับปรุงพฤติกรรมที่ดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 4: ยกเลิกการว่าจ้าง
การสอบสวน
การสัมภาษณ์เชิงสอบสวนนั้นใช้เพื่อการค้นหาข้อเท็จจริงเท่านั้นและจะไม่มีการตัดสินใจเกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยจนกว่าจะมีการพิจารณาคดีทางวินัย
บุคลากรต้องร่วมมืออย่างเต็มที่และทันทีในการสอบสวนใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งจะรวมถึงหลักฐานต่าง ๆ เช่น พยานหรือเอกสาร
การพักงาน
ในบางกรณีเราอาจจำเป็นต้องพักงานบุคลากรในขณะที่ทำการสอบสวนหรือกระบวนการทางวินัยกำลังดำเนินอยู่ การระงับประเภทนี้ไม่ใช่การลงโทษทางวินัยและไม่ได้หมายความถึงการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับคดีของบุคลากร บุคลากรจะยังคงได้รับเงินเดือนและผลประโยชน์ตามปกติ
การรับโทษทางวินัย
เราจะแจ้งให้บุคลากรทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่ในการพิจารณาคดีทางวินัย วัตถุประสงค์ของการพิจารณาคดีทางวินัยคือเพื่อทบทวนหลักฐานและเพื่อให้บุคลากรสามารถอธิบายข้อกล่าวหาใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคลากร
ภายใน 7 วันทำการหลังจากได้รับการลงโทษทางวินัย เราจะแจ้งให้บุคลากรทราบเป็นลายลักษณ์อักษร บุคลากรสามารถอุทธรณ์ได้ตามขั้นตอน
การอุทธรณ์
หากบุคลากรต้องการที่จะยื่นอุทธรณ์ บุคลากรควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรโดยระบุเหตุผลในการอุทธรณ์ให้กับโรงเรียนภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่บุคลากรได้รับแจ้งถึงโทษทางวินัย เราจะแจ้งให้บุคลากรทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงวัน เวลา และสถานที่ในการพิจารณาอุทธรณ์ โดยปกติจะอยู่ระหว่าง2 – 7 วันหลังจากบุคลากรได้รับหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
หลังจากการพิจารณาอุทธรณ์เราอาจ:
ยืนยันการตัดสินใจเดิม เพิกถอนการตัดสินใจเดิม หรือแทนที่การลงโทษทางวินัยที่ต่ำหรือสูงกว่า
หากบุคลากรมีปัญหาในขั้นตอนใด ๆ เนื่องจากความพิการ บุคลากรควรปรึกษากับผู้อำนวยการโรงเรียนโดยเร็วที่สุด
เราจะไม่ยอมให้มีการเลือกปฏิบัติทั้งทางตรงและทางอ้อมกับบุคคลใด ๆ ในเรื่องของรูปลักษณ์ อายุ ความพิการ เชื้อชาติ ศาสนา การเมืองหรือความทางเพศหรือรสนิยมทางเพศ เราเปิดรับความหลากหลายและเชื่อว่าทุกคนมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีในการทำงานที่เท่าเทียมกัน เราจะปฏิบัติกับทุกคนด้วยความเคารพและให้เกียรติ
TRP เชื่อว่าสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีคือการทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีและความเคารพต่อบุคคลอื่น หากมีการร้องเรียนเรื่องการล่วงละเมิดศักดิ์ศรีของผู้อื่น จะมีดำเนินการสอบสวนทันทีและดำเนินการตามความเหมาะสม
การล่วงละเมิดทางเพศหมายถึง “พฤติกรรมทางเพศที่ไม่พึงประสงค์หรือพฤติกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเพศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีของผู้หญิงและผู้ชายในที่ทำงาน” ซึ่งอาจรวมถึงพฤติกรรมทางกายหรือวาจาที่ไม่พึงประสงค์ อาทิเช่น
การสัมผัสทางกายภาพ
การล่วงละเมิดทางวาจาและลายลักษณ์อักษรผ่านมุขตลก การนินทาและใส่ร้าย
การแสดงภาพท่าทางลามกอนาจาร
การไม่ให้ความร่วมมือในที่ทำงาน การไม่ยอมรับเข้าทำกิจกรรม
กลั่นแกล้ง
บุคลากรควรเก็บบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งมีรายละเอียดเหตุการณ์การล่วงละเมิดรวมถึงวัน เวลา สถานที่และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เเละแจ้งในผู้อำนวยการโดยเร็ว
TRP เป็นสถานที่ทำงานที่มีความหลากหลายในเชื้อชาติต่าง ๆ ดังนั้นบุคลากรทุกคนควรตระหนักถึงความเหมาะสมในการประพฤติตนต่อเพื่อนร่วมงานทุกคน
หากบุคลากรมีปัญหากับผู้ร่วมงาน บุคลากรไม่ควรพูดคุยถึงปัญหากับบุคลากรอื่นที่เหมือนลักษณะของการนินทาว่าร้าย บุคลากรควรนำปัญหานั้นปรึกษากับรองผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการโดยตรง เพื่อให้การแก้ปัญหาจะได้ถูกดำเนินการโดยเร็วและไม่มีการบาดหมางต่อผู้ร่วมงาน
การควบคุมอารมณ์ของตนเองถือเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการร่วมงานกับผู้อื่น บุคลากรไม่ควรใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม แสดงสีหน้าที่ไม่พึงพอใจ การใช้น้ำเสียงที่ดังเกินควร การพูดจาเสียดสีหรือว่าร้ายต่อผู้ร่วมงาน
ข้อจำกัดของภาษาถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการทำงาน เพื่อให้การทำงานเป็นอย่างราบรื่น บุคลากรควรมีความพยายามในการสื่อสารที่ดีและเคารพต่อผู้ร่วมงาน หากบุคลากรมีความกังวลใจในการสื่อสารที่ผิดพลาด สามารถปรึกษาผู้อำนวยการได้ทันที
สำหรับชาวต่างชาติการกล่าวทักทาย Hello ขอบคุณ Thank you ขอโทษ Sorry และได้โปรด Please ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง บุคลากรควรคำนึงถึงมารยาทในการพูดเสมอ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดทางภาษาก็ตาม
การกล่าวทักรูปร่างของผู้อื่นในลักษณะจริงจังหรือไม่ก็ตามแต่ ถือเป็นการล้อเลียนและสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ดีภายในโรงเรียน บุคลากรควรคำนึงถึงความเหมาะสมและหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงรูปร่างเช่น น้ำหนัก ส่วนสูง สีผิว เสื้อผ้า เป็นต้น
การเคารพพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่น บุคลากรไม่ควรก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่นเช่น เอกสาร คอมพิวเตอร์ส่วนตัว โต๊ะทำงานส่วนตัว กระเป๋าทำงานของผู้อื่นเด็ดขาด
การเคารพผู้อื่นขณะปฏิบัติงาน บุคลากรควรเล็งเห็นถึงความตั้งใจในการปฏิบัติงานของผู้อื่นและเคารพสถานที่การทำงานของผู้อื่นโดย ไม่ส่งเสียงดังในบริเวณนั้น ไม่รบกวนขณะผู้อื่นกำลังปฏิบัติหน้าที่ ไม่แสดงอาการที่ไม่เป็นมืออาชีพเช่นการพูดคุยเสียงดัง การถ่ายรูปเล่น อื่นๆ การส่งเสียงดังหรือใช้โทรศัพท์มือถือขณะเข้าร่วมประชุม บุคลากรควรขออนุญาตเข้าในพื้นที่ทำงานของผู้อื่นทุกครั้ง
การรักษาเวลาถือเป็นหนึ่งในมารยาทที่สำคัญ บุคลากรควรเข้าเวลาของผู้อื่นเสมอ หากมีเหตุการณ์ที่ทำให้บุคลากรไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด บุคลากรควรแจ้งเวลาที่ชัดเจนแก่ผู้ร่วมงานล่วงหน้า
พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เป็นแนวทางของปฏิบัติเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจจุดประสงค์การ รวบรวม จัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยนโยบายนี้เป็นข้อตกลงและการยินยอมให้โรงเรียนตรังร่วมพัฒนา รวบรวม จัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ได้
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาขอสงวนสิทธ์ในการปรับเปลี่ยนนโยบายตามความเหมาะสมเพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางกฎมายหรือข้อบังคับที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะมีการแจ้งประกาศที่หน้าเว็บไซต์ของโรงเรียน
1. ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคเป็นข้อมูลที่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลที่เป็นบุคคลธรรมดาคนๆนึงได้ ไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม อาทิเช่น
ชื่อและนามสกุล
เลขบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขใบอนุญาตขับขี่
เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และที่อยู่ปัจจุบัน
ข้อมูลทางการศึกษา การเงิน การแพทย์
รูปถ่ายหรือภาพบันทึกส่วนบุคคล
ข้อมูลอื่น ๆ ที่สามารถระบุตัวตนได้
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้รับมอบมาจากการลงทะเบียนในแบบฟอร์มของโรงเรียน
2. การรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางดังต่อไปนี้:
ผ่านการสมัครเข้าโรงเรียนเพื่อทำงานหรือเข้าเรียน
ผ่านการสมัครเป็นผู้ให้บริการกับโรงเรียน
ผ่านการโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาเพื่อวัตถุประสงค์อย่างเป็นทางการ
เมื่อตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกส่งไปยังโรงเรียนด้วยเหตุผลอื่น ๆ
3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาอาจรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้:
วัตถุประสงค์ในการประเมินพัฒนาการของผู้เรียน
วัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและการดูแลนักเรียน
วัตถุประสงค์ในการบริหาร
วัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร
วัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและอัปเดตข้อมูล
ดำเนินการวิจัยเพื่อจัดทำโปรไฟล์ทางสถิติและวัตถุประสงค์อื่น ๆ เพื่อทบทวน พัฒนา และปรับปรุงบริการของโรงเรียน
จัดทำรายงานทางการเงินและการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงเรียน
การจัดการโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน
การจัดเก็บเอกสารและบันทึก
การจัดการและการยุติความสัมพันธ์ในการจ้างงาน
วัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย
วัตถุประสงค์อื่นใดที่โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาอาจแจ้งให้ทราบในขณะที่ได้รับความยินยอม
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการคุ้มครองและเก็บเป็นความลับ แต่สิ่งนี้อยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่บังคับใช้ โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับการยินยอม
5. การบริหารและจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะพิจารณาตามสมควรเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้องและครบถ้วน อย่างไรก็ตามหากมีการเปลี่ยนผู้ให้ข้อมูลจะต้องรับผิดชอบในการอัปเดตการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะไม่รับผิดชอบหากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ซึ่งเกิดขึ้น
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะจัดให้มีการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการปกป้องและรักษาความปลอดภัย การจัดการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมจะป้องกันไม่ให้มีการเข้าถึง รวบรวม ใช้ เปิดเผย คัดลอก ดัดแปลงข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีข้อมูลรั่วไหล สูญเสีย เกิดความเสียหาย และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาอาจไม่สามารถรับผิดชอบได้หากเกิดขึ้นจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของโรงเรียนตรังร่วมพัฒนา
โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ธุรกิจ และภาระผูกพันในการปฏิบัติงาน เมื่อโรงเรียนตรังร่วมพัฒนายุติการเก็บรักษา ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกกำจัดได้อย่างเหมาะสม
6. การเพิกถอนความยินยอม
การถอนความยินยอมในการรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้ข้อมูลสามารถแจ้งได้ที่ฝ่ายโรงเรียนตรังร่วมพัฒนา ทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล admin@trpschool.com การขอเพิกถอนความยินยอมดังกล่าว โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาจะประมวลผลคำขอและจะไม่รวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในลักษณะที่ระบุไว้ในคำขอของคุณ โปรดทราบว่าด้วยการเพิกถอนความยินยอมให้มีการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ หรือทั้งหมด ทั้งนี้การขอเพิกถอนความยินยอมอาจทำให้ โรงเรียนตรังร่วมพัฒนาไม่สามารถจะให้บริการได้ต่อไป การเพิกถอนดังกล่าวอาจส่งผลให้ข้อตกลงใด ๆ กับโรงเรียนตรังร่วมพัฒนาให้สิ้นสุดลง
7. การเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
สามารถขอเข้าถึงหรือแก้ไขบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลได้ คำขอดังกล่าวผู้ให้ข้อมูลสามารถแจ้งได้ที่ฝ่ายโรงเรียนตรังร่วมพัฒนา ทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล admin@trpschool.com
8. ติดต่อโรงเรียนตรังร่วมพัฒนา
สำหรับคำถามหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการปกป้องข้อมูล โปรดติดต่อได้ที่ฝ่ายโรงเรียนตรังร่วมพัฒนา ทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล admin@trpschool.com