กศน.ตำบลคู (โคก หนอง นา โมเดล) ในรูปแบบของกศน.อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ประวัติตำบลคู หรือคูค่าย ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ได้รับการ ขนามนามว่า "บ้านศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งเป็นหมู่บ้านทางผ่านของทัพเจ้าเมืองจะนะ(วังโต้)เพื่อเดินทางไปยังมณฑลสงขลา ครั้งหนึ่งเมืองจะนะถูกกองโจรมาลายูบุกโจมตี ทัพเมืองจะนะสู้ไม่ได้จึงถอยทัพมายังบ้านศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งห่างจากเมืองจะนะประมาณ 10 กิโลเมตร โดยเจ้าเมืองจะนะเห็นว่าบ้านศักดิ์สิทธิ์ มีทำเลเหมาะสมในการก่อตั้งค่าย จึงได้ก่อตั้งค่ายพร้อมระดมพล เพื่อขุดคูป้องกันการโจมตีจากข้าศึก และ เรียกว่า”บ้านค่าย” ( บ้านค่ายในปัจจุบันอยู่ในหมู่ที่ 1 ซึ่งเป็นสวนยางพารา อยู่หลังที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคู )
ครั้งเมื่อทางมณฑลสงขลา ทราบว่าเมืองจะนะถูกโจมตีจากกองโจรมาลายูจึงได้ยกทัพ มาช่วยในการสู้รบกันครั้งนั้นทำให้กองโจรมาลายูพ่ายแพ้และล้มตายเป็นจำนวนมาก บ้านค่ายจึงกลายเป็นสุสานขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่เหลือร่องรอยของสุสานแล้ว
บ้านค่ายหรือคูค่าย เมื่อสงครามสิ้นสุดลงได้ทิ้งร่องรอยของคู ซึ่งมีขนาดใหญ่คล้ายลำคลองเอาไว้ โดยใกล้ลำคลองมีต้นพิกุล (ปัจจุบันอยู่ใน หมู่ที่1บ้านคูประดู่ บริเวณหลังที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคู ทางทิศตะวันตก ประมาณ 200 เมตร) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน นั่นคือ “โต๊ะหยัง” ผู้ดูแลรักษา”ไหทองคำ” สมบัติของโจรมาลายูที่ตายในสงขลาและได้ฝากโต๊ะหยังเอาไว้ คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า เมื่อถึงฤดูน้ำหลากผู้มีบุญจะได้เห็น ”ไหทองคำ”จำนวน 1 คู่ ลอยอยู่ในคลอง (คูค่าย) แต่ไม่มีใครสามารถหยิบจับ”ไหทองคำ”คู่นั้นมาเป็นเจ้าของได้
“โต๊ะหยัง”สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ที่ต้นพิกุลจะสำแดงฤทธิ์แปลงกายเป็นงูใหญ่สีขาว เมื่อมีบุคคลภายนอกเดินทางไปยังบริเวณต้นพิกุลทั้งนี้เชื่อว่าเป็นการตักเตือนของโต๊ะหยังว่าบริเวณดังกล่าวมีเจ้าของห้ามเข้ากล้ำกราย ในสมัยก่อนเป็นที่เล่าต่อๆกันว่าหากคณะหนังตะลุงหรือมโนราห์จะเดินทางผ่านบ้านศักดิ์สิทธิ์ไปทำการแสดงยังที่อื่นๆ หากไม่หยุดทำการแสดงเพื่อขอผ่านทางคนในคณะ จะเจ็บป่วยกะทันหัน ดังนั้น จึงเป็นที่ทราบโดยทั่วกันของคณะหนังตะลุงหรือมโนราห์หากมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านบ้านศักดิ์สิทธิ์จะต้องหยุดทำการแสดงเพื่อขอผ่านทางก่อน จำนวน 1 คืน จึงเป็นที่มาของชื่อ”บ้านคูศักดิ์สิทธิ์”ซึ่งในปัจจุบันเป็นชื่อหมู่บ้านที่ 4 ตำบลคู ส่วนบริเวณหมู่ที่ 1 มีต้นประดู่ใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า บ้านคูประดู่
ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ใคร่ให้ความยอมรับนับถือ”โต๊ะหยัง”จะมีแต่คนเฒ่าคนแก่ที่ยังให้การยอมรับนับถือ ในปัจจุบันยังมีปาฎิหาริย์เกิดขึ้นอยู่ที่ต้นพิกุล ในคืนแรม 15 ค่ำ จะปรากฏลูกไฟขนาดใหญ่ลอยขึ้นไปทางทิศตะวันออกแล้วค่อย ๆ จางหายไป ทุกวันนี้มีนักพนันวัวชน ไก่ชน นิยมไปบนบานกับโต๊ะหยัง เพื่อให้ได้รับชัยชนะและจะกลับมาแก้บนในภายหลัง
ตำบลคู เป็นตำบลที่มีบริเวณกว้างมาก ในสมัยก่อนการเดินทางไปมาหาสู่ เพื่อเยี่ยมเมืองต่าง ๆ และเยี่ยมราษฎร เจ้าพระยา หรือเจ้าเมือง หรือเจ้าขุนมูลนายนั้น ต้องอาศัยเส้นทางเดินด้วยเท้า และจากการเส้นทางดังกล่าว มักจะเกิดการรบกันอยู่เสมอ ๆ ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดคูคลองบริเวณหมู่บ้าน เพื่อกีดกันไม่ให้คนต่างถิ่นเข้ามาในบริเวณหมู่บ้านได้โดยง่าย ต่อมาราษฎรอพยพเข้ามาอยู่บริเวณดังกล่าวเรื่อย ๆ จึงพากันขนานนามพื้นที่แห่งนี้ว่า ตำบล " คู "
ความเป็นมา กว่าจะได้เป็น กศน.ตำบลคู ในวันนี้
เมื่อปีพ.ศ.2549 กศน.ตำบลคู ตั้งอยู่ที่มัสยิดต้นมะขาม หมู่ที่ 5 บ้านคู ตำบลคู อ.จะนะ จ.สงขลา โดยได้ขอใช้สถานที่อาคารมัสยิดเป็นที่ทำการกศน.ตำบลคู ใช้จัดการเรียนการสอน ทั้งนักศึกษาสายสามัญ และนักศึกษาในสถานศึกษาปอเนาะ และรอบๆปอเนาะ จนกระทั่งถึงปีพ.ศ.2551 ได้รับงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าอำเภอจะนะ ขออนุญาตปรับปรุงพัฒนาซ่อมแซมอาคารชั่วคราวบ้านพักครูเก่า ในโรงเรียนบ้านคูศักดิ์สิทธิ์ หมู่ที่ 4 ตำบลคู จำนวน 2ห้อง ในขณะนั้นมี นายประจวบ แก้วสุวรรณ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษากศน.ตำบลคู ช่วยเหลือให้ได้ซ่อมแซมอาคารดังกล่าว และสามารถจัดกิจกรรมของกศน.แบบบูรณาการร่วมกันกับโรงเรียนบ้านคูศักดิ์สิทธิ์ในการสนับสนุนการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย บริการห้องสมุด หนังสือรายวัน Internetตำบล การจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องให้กับประชาชนในตำบลคู เป็นจุดถ่ายทอดเกษตรเคลื่อนที่ ต้นกล้าอาชีพ ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fit it Center) หรือช่างชนบท ตลอดมา และสามารถขับเคลื่อนเป็น ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.) ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชน มีจำนวนนักศึกษาทั้ง9หมู่บ้าน เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในปีงบประมาณพ.ศ.2563 ภายใต้การบริหารงาน ของนางรุ่งเรือง จอมศรี ผู้อำนวยการกศน.อำเภอจะนะ โดยมีนางสาวจารุวรรณ พาหุรัตน์ ตำแหน่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน นายนรินทร์ ราชชำรอง ตำแหน่ง ครูผู้สอนคนพิการ และนายกามาลุดดีน ราชชำรอง ตำแหน่งครูอาสาสมัครฯในสถาบันศึกษาปอเนาะ เป็นผู้ได้ประสานงานขอความร่วมมือจากส่วนราชการในตำบล ภาคเอกชน ศิษย์เก่ากศน.ตำบลคู ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ประธานกรรมการกศน.ตำบล(นายอารีย์ หมุดเกษม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านนายัม) ของบประมาณจากโรงไฟฟ้าจะนะกรีน บริษัทกัลฟ์ จะนะกรีนจำกัด เป็นเงินสามแสนบาทถ้วนและได้ประสานงานกับสำนักงานที่ดิน สาขาจะนะ โอนโฉนดที่ดิน ในวันที่ 2 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2563 เลขที่ 91955 เล่มที่ 920 หน้า 55 ตำแหน่งที่ดิน ระวาง 5122IV8856-1 เลขที่ดิน 214 หน้าสำรวจ4952 ตำบลคู อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ให้กับสำนักงาน กศน.จังหวัดสงขลา ที่ดิน มีพิื้นที่ 1 ไร่ เพื่อจัดหาชื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคารกศน.ตำบลคูให้มีห้องเรียนห้องสมุดลานจัดกิจกรรมเพื่อบริการแก่ชุมชนในปีงบประมาณพ.ศ.2564 ได้ขออนุญาต ก่อสร้าง และประสานงานกับที่ว่าการอำเภอจะนะ ขอบ้านเลขที่ 64/2 หมู่ที่ 2 บ้านพ้อแดง ตำบลคู อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา