วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เป็นเลิศ
เรื่อง แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดยประยุกต์ใช้ วงจรคุณภาพเดมมิ่ง (PDCA)
SEP-PDCA Model for Learning Success
(Sufficiency Economy Philosophy)
วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เป็นเลิศ
เรื่อง แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดยประยุกต์ใช้ วงจรคุณภาพเดมมิ่ง (PDCA)
SEP-PDCA Model for Learning Success
(Sufficiency Economy Philosophy)
เหตุผลและความจำเป็นที่สำคัญ ( ผู้เรียน–ครู–สถานศึกษา–ชุมชน)
การนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา ไม่ใช่เพียงการเพิ่มหัวข้อหนึ่งในแผนการสอน หากคือการวาง “กรอบคิด” ที่เป็นแนวทางหรือกรอบ ทั้งการเรียนรู้และการบริหารให้เดินอย่างพอดี มีเหตุผล และมียุทธศาสตร์รับมือความเสี่ยง หลักคิดนี้สถานศึกษาไม่ได้มุ่งผลิตผู้เรียนที่มีความจำเก่ง หากแต่ต้องการผู้เรียนที่ “คิดเป็น–ทำเป็น–อยู่เป็น–รับผิดชอบเป็น สามารถปรับตัวให้อยู่รอดภายใต้สถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลง” เพราะช่วยให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ทักษะชีวิต และคุณธรรมไปพร้อมกัน ผู้เรียนจะรู้จักพอประมาณ ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงรอบตัว อีกทั้งยังทำให้การเรียนรู้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและชุมชน เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สำหรับครู หลักคิดนี้ช่วยยกระดับบทบาทเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นการแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรม ส่วนสถานศึกษาได้ระบบคุณภาพที่ยั่งยืน โปร่งใส และมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาทั้งวิชาการและคุณธรรม
ดังนั้น การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสอดรับทั้งนโยบายการศึกษาของสถานศึกษาและแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สถานศึกษาจะกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชนที่เชื่อมโยงบ้าน–สถานศึกษา–ชุมชน สร้างทุนทางสังคมและจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม เมื่อมองในภาพรวม เหตุผลที่ “จำเป็น” จึงชัดเจน: ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำให้การศึกษามีทิศทางที่มั่นคง ยืดหยุ่น คุ้มค่ากับการใช้ทรัพยากร และยกระดับขให้องผู้เรียน ให้มีความพร้อมในการใช้ชีวิตและร่วมสร้างสังคมอย่างมีคุณภาพและความยั่งยืน
ถ้า “ไม่” นำมาใช้ จะเกิดอะไร
๑ การเรียนเน้นท่องจำ ไม่สอดคล้องกับบริบทชีวิตจริงของผู้เรียน
๒ ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง คุณภาพไม่ยั่งยืน (ทำเป็นครั้งคราวตามโครงการ)
๓ สถานศึกษายึดติดคะแนนผ่านเกณฑ์ ไม่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
๔ ครูเหนื่อยจากงานเอกสาร แต่ไม่เกิดการปรับปรุงจริง
การเชื่อมโยงกับองค์ประกอบของ “พอเพียง”
พอประมาณ → วางขอบเขตเป้าหมาย/ทรัพยากร/เวลาให้พอดี ลดสูญเปล่า
มีเหตุผล → ตัดสินใจบนข้อมูล หลักฐาน และบริบทจริง
มีภูมิคุ้มกัน → คาดการณ์ความเสี่ยง วางแผนทางเลือก สำรองทรัพยากร
เงื่อนไขความรู้ → รู้เท่าทันดิจิทัล คิดเชิงข้อมูล เรียนรู้ตลอดชีวิต
เงื่อนไขคุณธรรม → ซื่อสัตย์ วินัย เมตตา รับผิดชอบต่อส่วนรวม
ขั้นตอนกระบวนการ SEP- PDCA
ในการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
(PDCA + เศรษฐกิจพอเพียง)
[ P ] PLAN กำหนดเป้าหมาย → ออกแบบการเรียนรู้ ใช้หลักพอประมาณ มีเหตุผล
มีภูมิคุ้มกัน
↓
[ D ] DO → ลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นการเรียนรู้จากชีวิตจริง/โครงการ
↓
[ C ] CHECK → ประเมินผลการเรียนรู้ → สะท้อนผล (ผู้เรียน/ครู) ยึดหลักความรู้ +
คุณธรรม ประเมินตนเอง
↓
[ A ] ACT → ปรับปรุง พัฒนา → ต่อยอด สร้างนวัตกรรม
นำผลลัพธ์ไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน
วนกลับไปสู่ PLAN เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน
P – Plan (วางแผน)
วิเคราะห์ผู้เรียน รายวิชา บริบท และทรัพยากร(แผนการสอนแบบบูรณาการ)
บูรณาการหลัก 3 หลักการ 2 เงื่อนไข (พอประมาณ, มีเหตุผล, มีภูมิคุ้มกัน + ความรู้, คุณธรรม)
กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่เน้นความพอเพียง มีความยั่งยืน (มีความรู้ /มีคุณธรรม มีความประหยัด ความรับผิดชอบ รู้จักการบริหารจัดการทรัพยากร )
ออกแบบกิจกรรมที่เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ (Active Learning)
สร้างเครื่องมือประเมินที่วัดทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์(แบบทดสอบ/แบบสังเกต /แบบประเมินคุณธรรม )
D – Do (ลงมือปฏิบัติ)
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น โครงงานการบริการจัดกการขยะ, การทำบัญชีครัวเรือน
ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา
ครูเป็นโค้ชหรือที่ปรึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เช่น ความรับผิดชอบ ความมีวินัย
C – Check (ตรวจสอบประเมินผล)
ประเมินผลทั้งระหว่างเรียนและหลังเรียน
ใช้การประเมินแบบหลากหลาย เช่น แบบทดสอบ, การทำงานกลุ่ม, การประเมินพฤติกรรม
สะท้อนความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่เกิดขึ้นจากการเรียน
A – Act (ปรับปรุงพัฒนา)
นำผลการประเมินมาวิเคราะห์ข้อดี ข้อบกพร่อง
ปรับเปลี่ยนแผนการสอน กิจกรรม วิธีการประเมินให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
แบ่งปันแนวทางที่ดีแก่ครูคนอื่น ๆ และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC)
ส่งเสริมการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่น ของ SEP – PDCA
1. เป็นระบบการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง → พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
2. ผสานแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับการจัดการเรียนรู้ → สอดคล้องกับบริบทผู้เรียน
และวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา
3. ช่วยให้ผู้เรียน เรียนรู้ทั้งความรู้ทางวิชาการ + ทักษะชีวิต
4. มีขั้นตอนชัดเจน ครูสามารถนำไปใช้วางแผนการสอนได้ง่าย
5. สร้างวัฒนธรรมการประเมินและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ
ข้อจำกัด ของ SEP – PDCA
1. หากครูไม่เข้าใจวงจร PDCA จริง อาจทำเพียง “เอกสาร” ไม่เกิดผลจริง
2. ผู้เรียนมีความแตกต่าง อาจไม่คุ้นชินกับการสะท้อนผล/ประเมินตนเอง
3. ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากครู ผู้บริหาร และผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
4. หากขาดความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อาจจะทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จ
ผลที่เกิดจากกระบวนการ ของ SEP – PDCA
ด้านผู้เรียน
1 มีทักษะคิดวิเคราะห์ คิดเป็นระบบ
2 รู้จักพอประมาณ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
3 สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด มีความรับผิดชอบต่อการเรียนและชีวิตจริง
4 เกิดทักษะการแก้ปัญหาและการปรับตัว
5 ภูมิใจในผลงานและการเรียนรู้ของตนเอง (โครงงานสิ่งแวดล้อม ด้านการบริหารจัดการขยะ) ได้รับรางวัลชมเชยระดับประเทศ และรางวัลชนะเลิศ ระดับกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์(ได้รับรางวัลชมเชยระดับประเทศ ประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์แยกขยะ)
ด้านครู
๑ มีแนวทางจัดการเรียนรู้ที่ชัดเจน เป็นระบบ
๒ ได้ฝึกการออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงวิชาการกับชีวิตจริง (โครงงานสิ่งแวดล้อม ด้านการบริหารจัดการขยะ) ได้รับรางวัลชมเชยระดับประเทศ และรางวัลชนะเลิศ ระดับกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์
๓. พัฒนาศักยภาพด้านการประเมินผลและสะท้อนผล
๔ มีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้ (ได้รับรางวัลชมเชยระดับประเทศ ประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์แยกขยะ)
ด้านสถานศึกษา
๑ ได้ระบบการพัฒนาคุณภาพที่สอดคล้องกับการเป็นศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. บรรยากาศการเรียนรู้เอื้อต่อการพัฒนาทั้งวิชาการและคุณธรรม
๓. เป็นแบบอย่างการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับสถานศึกษา
๔ ช่วยสร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นจากผู้ปกครองและชุมชน