ชื่อ-นามสกุล นางสาวรุ่งทิวา จันธิจร
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ ตำแหน่งเลขที่ 5154
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองโค้ง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
รับเงินเดือนในอันดับ คศ.2
อัตราเงินเดือน 29,550 บาท
ได้รับการเข้าบรรจุ
เมื่อวันที่ 28 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2560
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 6 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2565
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ออกให้เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566
วัน/เดือน/ปี ที่หมดอายุ 3 เมษายน พ.ศ.2571
ห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่งครู วิทยฐานะ ชำนาญการ
ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา แนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 37/2567 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2568 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- โรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ
- โครงการพัฒนาคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีตามมาตรฐาน สสวท. (SMT)
- งานจุดเน้น สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และเขตพื้นที่การศึกษา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา แนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 56/2569 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริหารงานวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- โรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ
- โครงการพัฒนาคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีตามมาตรฐาน สสวท. (SMT)
- งานจุดเน้น สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และเขตพื้นที่การศึกษา
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการ คือ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และยังขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ การตีความข้อมูล และการเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์กับสถานการณ์ในชีวิตจริง
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการจดจำสูตร ขั้นตอน และการทำแบบฝึกหัด มากกว่าการให้นักเรียนได้สำรวจปัญหา ลงมือปฏิบัติ วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ส่งผลให้นักเรียนบางส่วนมองเนื้อหาเรื่องสถิติว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและไม่เห็นความสัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียน เรียนรู้จากปัญหาและบริบทจริง มีปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างองค์ความรู้ และขยายความรู้ไปสู่การประยุกต์ใช้ โดยนำบริบทท้องถิ่นเรื่อง กระดาษสา มาเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายและสามารถนำความรู้ทางสถิติไปใช้ในสถานการณ์จริงได้
คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผนตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์จึงมีความสำคัญเพราะเป็นรากฐานของการศึกษาต่อ
จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2568 ของโรงเรียนบ้านหนองโค้ง พบว่า แม้คะแนนเฉลี่ยรวมวิชาคณิตศาสตร์ของโรงเรียนจะอยู่ที่ร้อยละ 30.85 ซึ่งสูงกว่าระดับประเทศที่ร้อยละ 26.81 แต่เมื่อพิจารณาแยกตามสาระการเรียนรู้พบว่า สาระที่ 3 สถิติและความน่าจะเป็น เป็นสาระเดียวที่คะแนนเฉลี่ยของโรงเรียน (ร้อยละ 13.30) ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ (ร้อยละ 21.18) อย่างชัดเจน ซึ่งทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ระบุอย่างชัดเจนในรายงานว่า สาระที่โรงเรียนควรเร่งพัฒนาที่สุดคือ "สถิติและความน่าจะเป็น"
เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาตามธรรมชาติของวิชาคณิตศาสตร์ พบว่าการเรียนเรื่องความน่าจะเป็น นักเรียนมักมีปัญหาในการตีความหมายของสถานการณ์หรือโจทย์ปัญหา ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์หาคำตอบได้ ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการสอนโดยนำ การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning: GBL) มาประยุกต์ใช้ เนื่องจากการใช้เกมที่เกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็น (เช่น บอร์ดเกม, การทอยลูกเต๋า, สถานการณ์จำลอง) จะช่วยเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรม ทำให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เกิดความสนุกสนาน ลดความเครียด และช่วยให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจสถานการณ์ของโจทย์ผ่านกติกาของเกมได้ง่ายขึ้น นำไปสู่การแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้ดียิ่งขึ้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้เป็นเครื่องมือที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ประกอบด้วย
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 8 แผน รวมเวลาที่ใช้สอน 8 ชั่วโมง โดยใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ P-CIE Model ร่วมกับบริบทท้องถิ่นกระดาษสา เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ
แบบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งแบบวัดฉบับนี้มี 2 ตอน รวม 24 ข้อ 40 คะแนน ใช้เวลาทำ 60 นาที
แบบสอบถาม ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ P-CIE ร่วมกับบริบทท้องถิ่นกระดาษสา
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความน่าจะเป็น สูงขึ้น เมื่อได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning)
3.2 เชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหา เรื่อง ความน่าจะเป็น มีทักษะในการคิดวิเคราะห์โจทย์ปัญหาผ่านสถานการณ์จำลองในเกมได้ดีขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจและคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีเหตุผล
ผู้สอนได้ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
ลงชื่อ ..............นางสาวรุ่งทิวา จันธิจร..............
(นางสาวรุ่งทิวา จันธิจร)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
30 กันยายน พ.ศ. 2568