Silly Fools ถือเป็นวงที่มีพัฒนาการทางดนตรีสูงมาก ตั้งแต่แนวกรันจ์/อัลเทอร์เนทีฟ ไปจนถึงร็อกที่มีซาวด์ทันสมัยและซับซ้อนครับ
เส้นทางของ Silly Fools ถือเป็นหนึ่งในตำนานที่น่าสนใจที่สุดของวงการเพลงไทยครับ จากวงดนตรีร็อกนอกกระแส (Underground) ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของประเทศ และผ่านวิกฤตการเปลี่ยนตัวนักร้องนำที่ช็อกแฟนเพลงทั้งประเทศมาแล้ว
ผมสรุปประวัติแบ่งเป็น 4 ช่วงหลักๆ ดังนี้ครับ:
เริ่มจากการรวมตัวของ ต้น และ เต้ย โดยใช้ชื่อวงว่า Silly Foolish ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Silly Fools
EP. Sampler: เริ่มต้นกับค่ายอินดี้อย่าง Bakery Music มีเพลงเด่นคือ "รอยยิ้ม" ซึ่งตอนนั้นซาวด์จะเป็นแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกยุค 90s ที่ชัดเจนมาก
อัลบั้ม I.Q. 180: ย้ายมาอยู่ค่าย More Music (GMM Grammy) ยุคนี้มีเพลงอย่าง "สู้ไม่ได้" และ "เมื่อรักฉันเกิด" เริ่มทำให้ชื่อวงเป็นที่รู้จักกว้างขึ้น
นี่คือยุคที่ "โต" และสมาชิกชุดคลาสสิก (ต้น, หรั่ง, ต่อ) พาลงตัวสุดๆ จนกลายเป็นวงเบอร์ 1 ของไทย
Candy Man & Mint: อัลบั้มที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขา เพลงอย่าง "ไหนว่าจะไม่หลอกกัน", "จิ๊จ๊ะ", "วัดใจ" กลายเป็นเพลงชาติเด็กแนวและยังร้องตามกันได้จนถึงทุกวันนี้
Juicy & King Size: วงยกระดับความเนี้ยบของดนตรีขึ้นไปอีกขั้น มีการใช้ซาวด์สังเคราะห์มาผสม เพลง "บ้าบอ", "ผิดที่ไว้ใจ", "น้ำลาย" คือเครื่องพิสูจน์ฝีมือระดับเทพของวง
ในปี 2549 เกิดข่าวใหญ่เมื่อ โต ประกาศลาออกจากวง เนื่องจากอุดมการณ์และแนวทางชีวิตที่เปลี่ยนไป
วงตัดสินใจเดินหน้าต่อโดยได้ เบนจามิน จุง ทัฟเนล มาเป็นนักร้องนำ
ออกอัลบั้ม The One ซึ่งทำเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษด้วย ดนตรีมีความเป็นสากลและหนักแน่นขึ้นมาก แม้แฟนเพลงยุคเก่าจะยังยึดติดกับเสียงของโต แต่เบนก็พิสูจน์ตัวเองได้ดีในเพลง "โง่" และ "เราเป็นคนเลือกเอง"
หลังจากพักวงไปช่วงหนึ่ง และมีการเปลี่ยนมือกลองมาเป็น รัตน์ โกบายาชิ
วงกลับมาอีกครั้งภายใต้สังกัด Me Records และได้นักร้องนำคนใหม่คือ ริม (หรือ คัพ) ซึ่งมีพลังเสียงที่สูงและมีเอกลักษณ์ในการแสดงสดที่ดุดัน
มีเพลงฮิตใหม่ๆ อย่าง "แป๊ะอย่าร้อง", "20 ตุลาคม" และ "จงเรียกเธอว่านางพญา" ซึ่งแสดงให้เห็นว่า "ลายเซ็น" ทางดนตรีของต้น (มือกีตาร์) ยังคงแข็งแรงไม่เสื่อมคลาย