ข้อดีของการรักษาด้วย CO2 Laser
เป็นวิธีที่ปลอดภัย
แผลเล็ก โอกาสเกิดแผลเป็นน้อย
สามารถกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน และติ่งเนื้อได้ถาวร
ใช้เวลารักษาไม่นานประมาณ 30 นาที
ถ้าเทียบกับวิธีอื่นๆ ถือว่าประสิทธิภาพดีกว่ามาก
ดูแลผิวหลังรักษา CO2 Laser
หลังทำเสร็จจะเป็นแผลเล็กๆ หรือมีสะเก็ดเล็กน้อย แพทย์จะทายาป้องกันการติดเชื้อ และติดพลาสเตอร์ใสไว้ เพื่อป้องกันแผลโดนน้ำ
ควรเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณแผลประมาณ 24 ชั่วโมง และต้องทาขี้ผึ้งฆ่าเชื้อ จนครบ 7 วัน สะเก็ดแผลจะหลุดออกเห็นเป็นผิวสีชมพูอยู่ไม่กี่วัน ก็จะหายเป็นปกติ
หลังทำ 1 วัน สามารถแกะพลาสเตอร์ใสออกและสัมผัสน้ำได้ แพทย์จะให้ยาไปทาต่อที่บ้าน ให้ทำแผลวันละ 2 ครั้ง โดยใช้น้ำเกลือเช็ดแผลให้สะอาด และทายาที่แพทย์ให้ไปเพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อประมาณ 7 วัน ช่วงนี้แผลอาจจะตกสะเก็ดหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีสะเก็ดควรปล่อยให้หลุดไปเอง ห้ามแกะเกาให้สะเก็ดหลุดเร็วขึ้นเด็ดขาด
ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เพราะอาจทำให้แผลดำคล้ำขึ้นได้ เมื่อแผลหายเป็นปกติแล้วควรป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดด
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณที่ทำเลเซอร์จนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ
ขี้แมลงวัน เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
แท้จริงแล้วเกิดจากการทำงานผิดปกติของเซลล์ผิวหนังตัวที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสี เป็นภาวะปกติของผิวหนังที่พบได้บ่อย ๆ ในเกือบทุกคน จะมากน้อยแตกต่างก็แล้วแต่เชื้อชาติ กรรมพันธุ์ และตัวบุคคลเอง ขี้แมลงวันสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย มันเกิดตั้งแต่ตอนที่เรายังเป็นเด็ก ๆ จนเราโตเป็นผู้ใหญ่ ขี้แมลงวันสามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องที่ใครหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าขี้แมลงวันเกิดจากแมลงวันบินมาขี้ไว้ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย จะพบมากเป็นพิเศษเมื่อเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เรื่อย ๆ ทั้งนี้เกิดจากร่างกายของเรานั้นผลิตสารที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ หรือถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ นั้นก็คือ ร่างกายของเราผลิตเม็ดสีที่ผิดปกติ
สาเหตุที่เกิดขึ้นมีหลายสาเหตุด้วยกัน ?
ยกตัวอย่างเช่น พันธุ์กรรมของสาว ๆ แต่ละคน หรืออาจจะเกิดจากแสงแดด เป็นต้น ขี้แมลงวันที่เกิดขึ้นนั้น จะไม่เป็นอันตรายต่อเราแต่อย่างไร แต่จะสร้างความน่ารำคาญให้เรา เมื่อเรามองเห็นจุดต่าง ๆ ที่เป็นขี้แมลงวัน ในบริเวณที่เราไม่ต้องการ อย่างเช่น บริเวณบนใบหน้า เป็นต้น แต่เราสามารถ ที่จะกำจัดขี้แมลงวัน ที่เกิดขึ้นบนร่างกายของเราต่างๆ ได้ด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น การจี้ขี้แมลงวันออกจากร่างกาย การยิงเลเซอร์ขี้แมลงวันออกจากร่างกาย หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดขี้แมลงวันออกจากร่างกายของเรา เป็นต้น
ไฝ และขี้แมลงวัน
มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ Melanocyte (ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยมีหน้าที่ใน การสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งปริมาณและขนาดของเมลานิน จะเป็นตัวกำหนดสีผิวของคนเรา ว่าจะมีผิวขาว ผิวคล้ำ มากน้อยเพียงใด ) แล้วเกิดเป็นเนื้องอกจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์เมลาโนไซท์ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน ส่วนขี้แมลงวันจะเป็นตุ่มราบสีดำ และอยู่ตื้นกว่าไฝ โดยทั่ว ๆ ไป ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีการเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างช้า ๆ ซึ่งมักจะสังเกตได้ในช่วงวัยรุ่น หรือตั้งครรภ์ โดยการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในบริเวณทั่วตัวพร้อม ๆ กัน และมีการติดตามแล้วพบว่า ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ที่เรียกว่า Melanoma ซึ่งมีอันตรายร้ายแรง และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ในคนไทยพบได้น้อย ดังนั้นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่แรกเริ่ม จึงมีความจำเป็น และแก้ไขได้ทันท่วงที
ลักษณะของขี้แมลงวัน
1.ผื่นผิวราบ หรือจุดขนาดเล็ก (มักมีเส้นผ่าศูนย์กลาง น้อยกว่า 0.5 ซม.) ขอบเขตชัด
2.มีสีน้ำตาล, สีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ อาจมีสีสม่ำเสมอ หรือไม่สม่ำเสมอในเม็ดเดียวกัน
3.มักพบเป็นเม็ดเดียว หรือหลายเม็ด ในบริเวณที่โดนแดดจัด เช่น หน้า, แขน, และขา แต่อาจพบได้ในบริเวณอื่นที่ไม่โดนแดด เช่น ลำตัว เนื้อเยื่ออ่อน (กระพุ้งแก้ม, ตา) รวมถึงฝ่ามือ ฝ่าเท้าลักษณะของ
ปัจจัยกระตุ้น
ส่วนใหญ่จากแสงแดดโดยตรง ถ้าเป็นขี้แมลงวันผิวราบปกติไม่ขยายขนาดขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้าสีเข้มขึ้นมาก ขอบเขตไม่เรียบอาจต้องตัดออก และส่งชิ้นเนื้อ เพื่อตรวจดูว่าเป็นมะเร็ง (Lentigo Maligna) หรือไม่ถ้ารักษาเพื่อความสวยงาม โดยเฉพาะที่หน้า สามารถหายได้โดยจี้ด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า (Ellman) หรือทำเลเซอร์ (Laser) ทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ถ้ากำจัดออกหมด ก็สามารถหายขาดได้ โดยปกติไม่สามารถป้องกันการเกิดได้ แต่แสงแดดจะทำให้เกิดสีของขี้แมลงวันเข้มขึ้นได้ จึงควรทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันโอกาสในการเป็นมะเร็งได้
ขี้แมลงวันแบบไหน ที่เราควรจะต้องรีบไปพบแพทย์
สำหรับขี้แมลงวันเกิดจากธรรมชาตินั้น จะมีขี้แมลงวันบางประเภทที่เกิดขึ้นแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้เรา จนเราต้องไปพบแพทย์ มิเช่นนั้น จะเกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่น กับร่างกายของเรา ขึ้นมาได้ ลักษณะของขี้แมลงวันแบบนี้ จะมีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1.ขี้แมลงวันที่เกิดขึ้นแล้ว เรารู้สึกว่าคัน และระคายเคืองผิวบริเวณนั้นบ่อย ๆ
2.ขี้แมลงวันที่เกิดขึ้น บริเวณใต้ร่มผ้า และบนศีรษะ เพราะเป็นบริเวณผิวหนัง ที่ขี้แมลงวันเกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะฉะนั้น รีบไปพบแพทย์
3.ขี้แมลงวันที่เกิดขึ้น บนผิวหนังของเรา และมีขนาดใหญ่กว่า 5 มิลลิเมตร เราจะถือว่า เป็นขี้แมลงวันที่เกิดขึ้นมาแล้วมีความใหญ่ที่ผิดปกติอย่างมาก เพื่อน ๆ คนไหน มีขี้แมลงวันที่มีลักษณะแบบนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนที่จะสายเกินแก้
หากเพื่อน ๆ มีขี้แมลงวันบนผิวหนัง ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ก็ต้องทราบรายละเอียดว่าขี้แมลงวันที่เกิดขึ้นบนผิวหนังเป็นลักษณะใด เป็นอันตรายหรือไม่ เมื่อพบว่าผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ ที่มีวิธีการรักษาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับลักษณะของขี้แมลงวันแต่ละแบบ เพื่อทำการรักษาต่อไป