ส่วนที่ 2
ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ส่วนที่ 2
ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
สภาพปัญหาที่มา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ เกิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 1-2)
ทั้งนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้วิจัยมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบ ในการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องความพอเพียงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตรงกับ สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน ส. 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ ตัวชี้วัดข้อที่ ม.1/3 คือ อธิบายความเป็นมา หลักการ และความสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 52)
วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กำหนดสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้เรียนเกี่ยวกับสาระเศรษฐศาสตร์ คือ การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการ การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ การดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 2) โดยเฉพาะการเรียนรู้เกี่ยวกับความพอเพียง อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับความพอพียงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในชั้นเรียนที่ผ่านมา ผู้วิจัยสังเกตพบว่า นักเรียนยังมีปัญหาผลการเรียนเรื่องที่เกี่ยวข้องค่อนข้างต่ำ ดังนั้น จำเป็นต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบันการเรียนการสอน จำเป็นจะต้องนำวิธีสอนที่สอดคล้อง และเหมาะสมเข้ามาใช้ร่วม วิธีนั้นคือ วิธีการสอนแบบร่วมมือ ซึ่งหมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมให้นักเรียน มีปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คน สมาชิกในกลุ่มมีระดับความสามารถแตกต่างกัน สามารถสื่อสาร และร่วมกันปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย โดยที่สมาชิกแต่ละคนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนและของกลุ่ม โดยมีเป้าหมายร่วมกันและได้รับรางวัลร่วมกันเมื่อกลุ่มประสบความสำเร็จ (อรนุช ลิมตศิริ, 2554 : 115) โดยมีขั้นตอนการสอน ได้แก่ ขั้นเตรียมการสอน ขั้นทำกิจกรรมกลุ่ม ขั้นตรวจสอบผลงาน และทดสอบ ขั้นสรุปบทเรียน และประเมินผลการทำงานกลุ่ม (อาภรณ์ ใจเที่ยงม, 2550 : 122-123)
ด้วยเหตุผลและความสำคัญของความพอเพียง ผู้วิจัยจึงกำหนดหัวข้อวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการเรียนรู้ความพอเพียงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผ่านการเรียนที่เน้นการร่วมมือกันเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนให้สูงเพิ่มยิ่งขึ้น
วิธีดำเนินการ
1. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) โดยใช้แบบวัดการเรียนรู้ความพอเพียงของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ฉบับ
2. ดำเนินการเรียนที่เน้นการร่วมมือกันเรียนรู้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 7 แผนๆ ละ 1 ชั่วโมง
3. ทดสอบหลังเรียน (Post-test) โดยใช้แบบวัดการเรียนรู้ความพอเพียงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ฉบับเดิม
ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวังม่วงวิทยาคม ที่เรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ใช้การจัดการเรียนรู้แบบใช้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ คือ 1) การเข้าใจสภาพเหตุการณ์ 2) การคิดเป็น 3) การแก้ปัญหาเป็น 4) การนำไปปฏิบัติใช้กับชีวิตประจำวัน
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวังม่วงวิทยาคม ที่่เรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ใช้การการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการออกแบบการแก้ปัญหาตามแนวคิด