ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
การปฏิบัติงานและผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่งครู
1.ด้านการจัดการเรียนรู้
:: ประกอบด้วย ::
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้
1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนาการเรียนรู้
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
ข้าพเจ้ามีการจัดทำรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้ เต็มตามศักยภาพ โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียน และท้องถิ่น
1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้
ข้าพเจ้าเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจำวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะที่สำคัญ ตามหลักสูตร โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียน และท้องถิ่น
รายวิชาที่สอน (แผนการจัดการเรียนการสอน)
แผนการสอนรายวิชา ส21105 ประวัติศาสตร์ 1
1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และส่งเสริมผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ เรียนรู้และทำงานร่วมกัน โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียน
ภาพกิจกรรมการสอน
การจัดการเรียนรู้แบบ Active lerning
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดและสามารถสร้างนวัตกรรมได
สไลด์การสอนรายวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
คลิปวีดีโอการสอนที่จัดทำขึ้นเอง
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง และนำผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มาใช้แก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้
การวัดประเมินผลผ่านเครื่องมือออนไลน์ ตัวอย่างเช่น Kahoot quizziz liveworkshett
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาการเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและนำผลการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ มาใช้แก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ชื่อเรื่อง : การเรียนรู้ความพอเพียง
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ เกิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 1)
ทั้งนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้วิจัยมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบ
ในการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งตรงกับสาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ สอดคล้องกับมาตรฐาน ส.5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับตัวชี้วัดที่ ม.4-6/3 ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคต่างๆ ของโลก และตัวชี้วัดที่ ม.4-6/4 อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในการสร้างสรรค์วัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ทั้งในประเทศไทยและโลก และตัวชี้วัดที่ ม.4-6/5 มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและการดำเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กำหนดสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้เรียนสาระภูมิศาสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และภูมิอากาศของประเทศไทย และภูมิภาคต่างๆ ของโลก การใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของสิ่งต่างๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น การนำเสนอข้อมูลภูมิสารสนเทศ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 2) อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอนเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในชั้นเรียนที่ผ่านมา ผู้วิจัยสังเกตพบว่า นักเรียนยังมีปัญหาผลการเรียนค่อนข้างต่ำ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหาแนวทางพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
การพัฒนาการเรียนการสอนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพจำเป็นจะต้องพัฒนาผ่านวิธีการสอนที่สอดคล้องและเหมาะสม คือ วิธีการสอนโดยใช้การอภิปราย ซึ่งเป็นวิธีสอนแบบอภิปรายกลุ่ม หมายถึง วิธีสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือพิจารณาข้อมูลที่กลุ่มมีความสนใจร่วมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาคำตอบ หรือแก้ปัญหาร่วมกัน วิธีสอนแบบอภิปราย จึงเป็นวิธีสอนที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน การคิด การปฏิบัติ การแก้ปัญหา และการฝึกทักษะการทำงานกลุ่มร่วมกันแบบประชาธิปไตย (อาภรณ์ ใจเที่ยง, 2540 : 108) โดยมีขั้นตอนการสอน ประกอบด้วย 1) ผู้สอนจัดผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละประมาณ 4-8 คน 2) ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดประเด็นในการอภิปราย 3) ผู้เรียนสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตามประเด็นอภิปราย4) ผู้เรียนสรุปสาระที่สมาชิกกลุ่มได้อภิปรายร่วมกันเป็นข้อสรุปของกลุ่ม 5) ผู้สอนและผู้เรียนนำข้อสรุปของกลุ่มย่อยมาใช้ในการสรุปบทเรียน และ 6) ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน (ทิศนา แขมมณี, 2562, 347-348) ด้วยเหตุผลและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยจึงกำหนดหัวข้อวิจัยในชั้นเรียน เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เน้นการอภิปราย
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
ข้าพเจ้ามีการจัดบรรยากาศที่เหมาะสม สอดคล้องกับความแตกต่างผู้เรียนเป็นรายบุคคล สามารถแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดกระบวนการคิด ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดี
ข้าพเจ้ามีการอบรมบ่มนิสัยให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และค่านิยมความเป็นไทยที่ดีงาม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนเป็นรายบุคคล และสามารถ แก้ไขปัญหาผู้เรียนได้