ผมจะ สรุปแนวทางที่ผม ใช้เองตอนลดน้ำหนัก ดังนี้นะครับ
1. มีทัศนคติที่ถูกต้อง >> ปรับทัศนคติก่อน เพราะ ถ้าทัศนคติไม่ถูก มันก็จะไปไม่ถูกทาง เริ่มจาก...
" เราจะทำสิ่งนี้เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่มีโรคเรื้อรัง ส่วนน้ำหนักที่ลด เป็นผลพลอยได้ "
" เรามีพลังงานสะสมอยู่ในตัวมากมาย (อ้วน) เราจะใช้พลังงานที่สะสมในตัวให้ได้" >> เพราะ ฉะนั้น การกินลดลงแล้วบอกว่า ไม่มีพลังงาน
หรือ พลังงานไม่พอ จึงไม่จริง เพราะถ้าเราใช้ไขมันได้ พลังงานจะมีพอเสมอ
" ต้องอดทน สังเกตอาการของร่างกาย " อย่ารีบ บางคนเผาน้ำตาลมาตลอดเป็น 10ปี อยากเผาไขมันได้ดีใน 7 วัน... มันเป็นไปไม่ได้
" ความหวานที่เกินพอดี คือ ต้นเหตุแห่งหายนะ"
" วินัย และความตั้งใจจริง เป็นหนทางสู่ความสำเร็จ"
2. เลือกเครื่องมือที่จะใช้ เพื่อ ปรับเปลี่ยน ระบบการใช้พลังงานของร่างกาย จากเดิม เผาแต่คาร์บ ให้สามารถ เผาไขมันได้
และสุดท้าย สลับไปมา ได้ทั้ง เผาคาร์บ และ เผาไขมัน ส่วนเครื่องมือที่ใช้ ได้แก่
2.1 ปรับการรับคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ) เข้าร่างกาย >> ตัดของหวานน้ำตาลให้ได้มากที่สุด >> ค่อยๆลดปริมาณคาร์บ >>
Low carb Diet (LC) >> Ketogenic diet (KD) ( KD อาจไม่จำเป็นสำหรับทุกคน อย่างของผมจบที่ LC ก็พอแล้วครับ)
( Low carb diet และ Ketogenic diet คืออะไร คลิ๊ก )
แต่ละขั้นตอน อาจจะใช้เวลา 1-2 week ขึ้นกับแต่ละคนจะปรับตัวได้ และต้องเพิ่มโปรตีนให้ได้อย่างน้อย 50 กรัมต่อวัน ไขมันดี ที่มีโอเมก้า 3
ก็ต้องไม่ขาด (เลิกกลัวไขมันได้แล้วครับ เพราะไขมันดีไม่ได้เป็นตัวเหตุของความอ้วน)
2.2 ปรับวิธีรับประทาน เริ่มจาก ตัดมื้อจุกจิก >> ทานเป็นมื้อๆ 3มื้อ >> ทาน 3 มื้อ+ท้องว่าง 14 ชม. >>> ทาน 3 มื้อ+ท้องว่าง 16 ชม. >>
ทาน 2 มื้อ+ท้องว่าง 16 ชม. >>> ทานวันละมื้อ (OD meal) อันหลังสุด OD meal นี่แล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละท่านเลย
แต่แนะนำให้จบที่ ทาน 2 มื้อ+ท้องว่าง 16 ชม.
ในแต่ะละขั้นตอนที่จะขยับไป อาจใช้เวลาเร็วช้า แต่ละคนไม่เท่ากัน ให้ดูการตอบสนองของร่างกาย อาการหิว ความง่วง อ่อนเพลีย
การเลือกเครื่องมือ 2.1 หรือ 2.2 มาใช้ อาจใช้พร้อมกันได้ และ Step ไปพร้อมๆกัน แต่ อย่างน้อย 2.1 ที่ต้องมีคือตัดของหวานน้ำตาลให้ได้มาก
ที่สุด ร่วมกับ 2.2คือทาน 3 มื้อ+ท้องว่าง 14 ชม. ส่วนตัวผมทำแค่ 2.1+2.2 ตามที่บอก นี่ก็ลงไป 4-5 กก.ใน 2 week แล้วครับ
(ที่ผ่านมา ชีวิตแย่จริงครับ ทานไม่เป็นเวลา แถมคาร์บ+ของหวานหนักมาก)
อย่าผลีผลาม เลือกใช้วิธีขั้นสุดในตอนเริ่มต้น เพราะท่านจะน็อก (แบบตอนที่ผมทำครั้งแรก) เพราะร่างกายยังไม่ได้ปรับระบบการเผาผลาญ
อะไรเลย... เรียกว่า หมดกำลังใจ และเลิกไปในที่สุด...
ส่วนรายละเอียด และ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับร่างกาย / เข้า Ketosis หรือยัง แล้ว ถ้าอ่อนเพลียมากมันเกิดจากอะไรแก้ไขอย่างไร
จะแนะนำกันตอนต่อๆไปนะครับ
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นเบาหวานทานยาหลายตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำนะครับ เพราะ บางครั้งอาจต้องมีการปรับลดยาเพื่อลดผลข้างเคียง
#หมอจิรรุจน์
ลองดูในความเห็นของโพสต์นี้ครับ กด See more
จะมีความรู้เพิ่มเติมที่ ที่ผมอาจไปตอบไว้ในความเห็นต่างๆ
หากมีประโยชน์ สามารถกด Like กด Share ใน facebook ได้เลยครับ