รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ฉบับสรุป
โดยสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ฉบับสรุป
โดยสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
สำหรับผู้ที่อยากได้ไอเดียพัฒนาวิจัย พัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การส่งเสริมพหุปัญญาของนักเรียน รวมทั้งการทำวิจัยการพัฒนารูปแบบ
รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ฉบับสรุป โดยสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
ในช่วงเวลานี้คาดว่าคุณครูแนะแนว ครูที่ปรึกษา รวมถึงครูผู้รับผิดชอบงานแนะแนวในสถานศึกษาหลายแห่ง กำลังดำเนินการประเมินแววความสามารถพิเศษของผู้เรียนกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็น “ศักยภาพเฉพาะบุคคล” ของนักเรียนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ฝ่ายวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้พัฒนา “ระบบสำรวจแววความสามารถพิเศษด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์” เพื่อใช้ในการคัดกรอง วิเคราะห์ และวินิจฉัยผู้เรียนรายบุคคล ครอบคลุมแววความสามารถพิเศษ 8 ด้าน โดยมุ่งหวังให้สถานศึกษาสามารถใช้ข้อมูลที่ได้ในการวางแผนพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม เป็นรายบุคคล และตรงตามศักยภาพ
อย่างไรก็ดี แนวคิดเกี่ยวกับความสามารถของมนุษย์นั้นสามารถอธิบายได้อย่างลึกซึ้งจากทฤษฎี “พหุปัญญา” (Multiple Intelligences) ของศาสตราจารย์โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ซึ่งเสนอว่ามนุษย์มีสติปัญญาหลากหลายด้าน เดิมจำแนกไว้ 7 ด้าน และภายหลังได้ขยายเพิ่มเติมเป็น 9 ด้าน ดังนี้
ความฉลาดด้านภาษา (Linguistic Intelligence)
ความฉลาดด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)
ความฉลาดด้านดนตรี (Musical Intelligence)
ความฉลาดด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence)
ความฉลาดด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย (Bodily-Kinesthetic Intelligence)
ความฉลาดด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)
ความฉลาดด้านการเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)
ความฉลาดด้านธรรมชาติวิทยา (Naturalist Intelligence)
ความฉลาดด้านการคิดเชิงลึกหรือการใคร่ครวญ (Existential Intelligence)
ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่า เด็กหนึ่งคนสามารถมีแววความสามารถได้มากกว่าหนึ่งด้าน และความโดดเด่นเหล่านี้สามารถส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผลการวัดแววความสามารถพิเศษจึงเป็นข้อมูลสำคัญในการช่วยให้นักเรียนได้รู้จักตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกันครูผู้สอนก็จะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ในการออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน
การวัดแววความสามารถพิเศษจึงถือเป็นเครื่องมือทางวิชาการที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง หากได้รับการนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ผู้เรียนอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดิฉันเชื่อมั่นว่าการใช้ผลการแปลความหมายอย่างรอบด้านร่วมกับกระบวนการประเมินอื่น ๆ จะช่วยให้การพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง
ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่านที่ทุ่มเทเพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้สามารถค้นพบศักยภาพของตนเองและก้าวสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงค่ะ