รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ฉบับสรุป
โดยสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ฉบับสรุป
โดยสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
สำหรับผู้ที่อยากได้ไอเดียพัฒนาวิจัย พัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การส่งเสริมพหุปัญญาของนักเรียน รวมทั้งการทำวิจัยการพัฒนารูปแบบ
รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ฉบับสรุป โดยสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
รายงานวิจัยการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียน
พหุปัญญา (Multiple Intelligences) แนวคิดที่เชื่อว่า “ผู้เรียนแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน” และสามารถพัฒนาได้หลากหลายด้าน
พหุปัญญา 9 ด้าน
1. ภาษา (Linguistic) ถนัดการอ่าน เขียน เล่าเรื่อง ใช้ภาษาได้ดี
2. ตรรกะ–คณิตศาสตร์ (Logical–Mathematical) คิดเป็นระบบ วิเคราะห์ และแก้ปัญหาเก่ง
3. มิติสัมพันธ์ (Visual–Spatial) คิดเป็นภาพ จินตนาการ และออกแบบได้ดี
4. ร่างกาย–การเคลื่อนไหว (Bodily–Kinesthetic) เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การเคลื่อนไหว
5. ดนตรี (Musical) รับรู้จังหวะ เสียง และทำนองได้ดี
6. มนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal) สื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
7. เข้าใจตนเอง (Intrapersonal) รู้จักตนเอง มีเป้าหมาย และควบคุมตนเองได้
8. ธรรมชาติวิทยา (Naturalist) เข้าใจธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิต
9. การดำรงชีวิต (Existential) ตั้งคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับชีวิต คุณค่า และความหมาย
แนวคิดสำคัญ
ผู้เรียน “เก่งได้หลายแบบ” ครูควรออกแบบการเรียนรู้ให้หลากหลาย เน้นพัฒนาศักยภาพตามความถนัดของผู้เรียน
Cr. ข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
ในช่วงเวลานี้คาดว่าคุณครูแนะแนว ครูที่ปรึกษา รวมถึงครูผู้รับผิดชอบงานแนะแนวในสถานศึกษาหลายแห่ง กำลังดำเนินการประเมินแววความสามารถพิเศษของผู้เรียนกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็น “ศักยภาพเฉพาะบุคคล” ของนักเรียนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ฝ่ายวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้พัฒนา “ระบบสำรวจแววความสามารถพิเศษด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์” เพื่อใช้ในการคัดกรอง วิเคราะห์ และวินิจฉัยผู้เรียนรายบุคคล ครอบคลุมแววความสามารถพิเศษ 8 ด้าน โดยมุ่งหวังให้สถานศึกษาสามารถใช้ข้อมูลที่ได้ในการวางแผนพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม เป็นรายบุคคล และตรงตามศักยภาพ
อย่างไรก็ดี แนวคิดเกี่ยวกับความสามารถของมนุษย์นั้นสามารถอธิบายได้อย่างลึกซึ้งจากทฤษฎี “พหุปัญญา” (Multiple Intelligences) ของศาสตราจารย์โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ซึ่งเสนอว่ามนุษย์มีสติปัญญาหลากหลายด้าน เดิมจำแนกไว้ 7 ด้าน และภายหลังได้ขยายเพิ่มเติมเป็น 9 ด้าน ดังนี้
ความฉลาดด้านภาษา (Linguistic Intelligence)
ความฉลาดด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)
ความฉลาดด้านดนตรี (Musical Intelligence)
ความฉลาดด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence)
ความฉลาดด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย (Bodily-Kinesthetic Intelligence)
ความฉลาดด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)
ความฉลาดด้านการเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)
ความฉลาดด้านธรรมชาติวิทยา (Naturalist Intelligence)
ความฉลาดด้านการคิดเชิงลึกหรือการใคร่ครวญ (Existential Intelligence)
ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่า เด็กหนึ่งคนสามารถมีแววความสามารถได้มากกว่าหนึ่งด้าน และความโดดเด่นเหล่านี้สามารถส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผลการวัดแววความสามารถพิเศษจึงเป็นข้อมูลสำคัญในการช่วยให้นักเรียนได้รู้จักตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกันครูผู้สอนก็จะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ในการออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน
การวัดแววความสามารถพิเศษจึงถือเป็นเครื่องมือทางวิชาการที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง หากได้รับการนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ผู้เรียนอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดิฉันเชื่อมั่นว่าการใช้ผลการแปลความหมายอย่างรอบด้านร่วมกับกระบวนการประเมินอื่น ๆ จะช่วยให้การพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง
ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่านที่ทุ่มเทเพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้สามารถค้นพบศักยภาพของตนเองและก้าวสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงค่ะ