ชื่อ-นามสกุล นางสาวสกาพรรณ์ ฟูจันทร์
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ ตำแหน่งเลขที่ 1882
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองโค้ง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
รับเงินเดือนในอันดับ คศ.3
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 10 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เลขที่ A67100201688051
ออกให้เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567
วัน/เดือน/ปี ที่หมดอายุ 28 ตุลาคม พ.ศ.2574
ห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 24 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชาการคิดคำนวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาเศรษฐกิจและการเงิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาศิลปะฯ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาสังคมและความเป็นพลเมืองชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมโครงงานบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมซ่อมเสริม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมแนะแนว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำวิจัย/นวัตกรรม เพื่อพัฒนาผู้เรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่รับผิดชอบในกลุ่มงานต่างๆ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานตรวจการบ้านนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- จิตศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานคุมสอบ
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
- งานอื่นๆ
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น
- งานอื่นๆที่รัฐบาล สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการสั่ง
- ปฏิบัติจริงตามประกาศ/คำสั่งโครงการ/กิจกรรมตอบสนองนโยบาย
จุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 22 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชาศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาเศรษฐกิจและการเงิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาสังคมความเป็นพลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมโครงงานบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมซ่อมเสริม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมแนะแนว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำวิจัย/นวัตกรรม เพื่อพัฒนาผู้เรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่รับผิดชอบในกลุ่มงานต่างๆ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานตรวจการบ้านนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- จิตศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานคุมสอบ
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
- งานอื่นๆ
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น
- งานอื่นๆที่รัฐบาล สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการสั่ง
- ปฏิบัติจริงตามประกาศ/คำสั่งโครงการ/กิจกรรมตอบสนองนโยบาย
จุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการ คือ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมและความเป็นพลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถบอกหลักการทำความดีหรือพฤติกรรมที่ควรปฏิบัติได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ผู้เรียนบางส่วนยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจนว่า พฤติกรรมใดควรทำหรือไม่ควรทำ รวมทั้งยังขาดทักษะในการตัดสินใจเลือกแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์
นอกจากนี้ การเรียนรู้เรื่องหลักธรรมและคุณธรรม หากใช้วิธีการบอกเล่าหรือการจดจำเนื้อหาเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ผู้เรียนเข้าใจหลักธรรมในเชิงความรู้ แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้เรียนบางคนยังขาดความรับผิดชอบ การมีน้ำใจ การรู้จักแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น การควบคุมตนเอง และการปฏิบัติตนตามกติกาของห้องเรียนและสังคม
ด้วยเหตุนี้ ครูผู้สอนจึงพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ TALE-D Model เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หลักธรรมผ่านเรื่องราวที่เหมาะสมกับวัย ได้คิดวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละคร ได้ฝึกแก้ปัญหาผ่านสถานการณ์จำลอง ได้สะท้อนความรู้สึกจากการทำความดี และนำหลักธรรมไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
ครูดำเนินการพัฒนาผู้เรียนโดยใช้ TALE-D Model ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่ 1 T – Tell a Story : เรียนรู้หลักธรรมผ่านเรื่องราว
ครูจัดกิจกรรมโดยใช้นิทานคุณธรรม เรื่องเล่า ภาพสถานการณ์ หรือคลิปการ์ตูนสั้นที่มีเนื้อหาเหมาะสมกับวัยและสอดคล้องกับหลักธรรมที่ต้องการพัฒนา เช่น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความมีน้ำใจ การแบ่งปัน ความกตัญญู และการเคารพกติกา เพื่อกระตุ้นความสนใจและเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้เรียน
ขั้นที่ 2 A – Analyze Behavior : วิเคราะห์พฤติกรรม
ครูใช้คำถามกระตุ้นการคิดให้ผู้เรียนวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละครว่า “ใครทำอะไร” “สิ่งที่ทำเหมาะสมหรือไม่” “เพราะเหตุใด” “ถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างไร” เพื่อฝึกการแยกแยะพฤติกรรมที่ควรทำและไม่ควรทำ รวมถึงฝึกการให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ
ขั้นที่ 3 L – Live & Role-play : ลงมือปฏิบัติผ่านบทบาทสมมติ
ครูสร้างสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจำวันของผู้เรียน ให้ผู้เรียนทำงานเป็นคู่หรือกลุ่มและสวมบทบาทสมมติในการแก้ปัญหา เช่น การแบ่งปันของเล่น การช่วยเหลือเพื่อน การขอโทษ การให้อภัย การรักษากติกา และการรับผิดชอบหน้าที่ของตน เพื่อให้ผู้เรียนฝึกนำหลักธรรมมาใช้ในการตัดสินใจจริง
ขั้นที่ 4 E – Evaluate with Joy : ประเมินและสะท้อนการเรียนรู้ด้วยความสุข
ผู้เรียนสะท้อนความรู้สึกหลังทำกิจกรรม เช่น “วันนี้ฉันได้เรียนรู้อะไร” “การทำความดีทำให้ฉันรู้สึกอย่างไร” “ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้อีก ฉันจะทำอย่างไร” ครูใช้การพูดคุย แบบประเมินตนเอง ภาพสัญลักษณ์ หรือบัตรความรู้สึก เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าของการทำความดีและเกิดแรงจูงใจในการทำดีอย่างต่อเนื่อง
ขั้นที่ 5 D – Dharma in Deeds : นำหลักธรรมสู่การปฏิบัติจริง
ผู้เรียนนำหลักธรรมที่เรียนรู้ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันทั้งที่บ้าน โรงเรียน และชุมชน ผ่านกิจกรรม เช่น “ความดีที่ฉันทำวันนี้” “ภารกิจทำดีประจำสัปดาห์” หรือสมุดบันทึกความดี โดยครูติดตามพฤติกรรมและให้การเสริมแรงทางบวก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดพฤติกรรมที่ดีอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย
แนวคิดสำคัญของกระบวนการ คือ
“เรียนรู้ด้วยความสุข ทำด้วยสติ นำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวัน”
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลการประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมและพฤติกรรมที่เหมาะสมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนมีความเข้าใจหลักธรรมอย่างเป็นรูปธรรม สามารถแยกแยะพฤติกรรมที่ควรทำและไม่ควรทำ วิเคราะห์และตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ มีความกล้าแสดงออกในการเสนอความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และสามารถนำหลักธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ลงชื่อ นางสาวสกาพรรณ์ ฟูจันทร์
(นางสาวสกาพรรณ์ ฟูจันทร์)
ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568