ชื่อ-นามสกุล นางสาวขนิษฐา กาตั้ง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ
ตำแหน่งเลขที่ 4881
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองโค้ง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ
ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 16 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา คอมพิวเตอร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา การสื่อสารและการนำเสนอ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา แนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 30 ชั่วโมง/สัปดาห์
ครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 45/2568 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริหารงานวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 46/2568 เรื่อง คณะกรรมการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 48/2568 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริหารงานทั่วไป ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 60/2568 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
- โครงการโรงเรียน CONEXT ED
- โครงการพัฒนาคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีตามมาตรฐาน สสวท. (SMT)
- โครงการนักเรียนก้าวทันยุติการรังแก
- การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสถานศึกษา (ITA Online)
- การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา (Internal Quality Assurance: IQA)
- งานจุดเน้น สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และเขตพื้นที่การศึกษา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 22 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา คอมพิวเตอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา คอมพิวเตอร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา การค้นคว้าอิสระ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา แนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา Home Room ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 30 ชั่วโมง/สัปดาห์
ครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 45/2568 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริหารงานวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 46/2568 เรื่อง คณะกรรมการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 48/2568 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริหารงานทั่วไป ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
- หัวหน้างานและคณะกรรมการ ตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง ที่ 60/2568 เรื่อง มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
- โครงการโรงเรียน CONEXT ED
- โครงการพัฒนาคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีตามมาตรฐาน สสวท. (SMT)
- โครงการนักเรียนก้าวทันยุติการรังแก
- การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา (Internal Quality Assurance: IQA)
- งานจุดเน้น สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และเขตพื้นที่การศึกษา
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการ คือ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 และการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต โดยเฉพาะสมรรถนะด้านการคิดขั้นสูง การแก้ปัญหา การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) การออกแบบเทคโนโลยี การเขียนโปรแกรม (Coding) การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการสร้างนวัตกรรม ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 กำหนดให้การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้เรียนรู้ ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และพลเมืองที่เข้มแข็ง ขณะที่มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 เน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้แนวคิดเชิงคำนวณ ออกแบบอัลกอริทึม เขียนโปรแกรม และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ที่ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม
โรงเรียนบ้านหนองโค้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ได้ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ผู้เรียนจำนวนมากยังประสบปัญหาในการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเป็นระบบ การแยกองค์ประกอบของปัญหา การออกแบบขั้นตอนวิธี (Algorithm) การเขียนโปรแกรม และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อสร้างชิ้นงานเทคโนโลยี โดยผู้เรียนส่วนหนึ่งยังคงเรียนรู้แบบท่องจำ ขาดการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับสถานการณ์จริง ส่งผลให้สมรรถนะด้านการคิดเชิงคำนวณและการออกแบบเทคโนโลยีต่ำกว่าระดับที่สถานศึกษาคาดหวัง ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาที่ระบุไว้ในคู่มือการใช้ C-CAKE Model
จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการประเมินสมรรถนะผู้เรียน การสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน การสะท้อนผลจากกิจกรรม PLC ของครูผู้สอน ตลอดจนข้อเสนอแนะจากผู้เรียน พบประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่
1. ผู้เรียนขาดกระบวนการคิดเชิงคำนวณในการวิเคราะห์และแก้ปัญหา
2. ผู้เรียนออกแบบอัลกอริทึมและเขียนโปรแกรมได้ไม่เป็นระบบ
3. การจัดกิจกรรมในอดีตเน้นการอธิบายเนื้อหา มากกว่าการลงมือปฏิบัติจริง
4. ผู้เรียนมีโอกาสใช้บอร์ด KidBright และสร้างชิ้นงานเทคโนโลยีจริงค่อนข้างน้อย
5. การวัดและประเมินผลยังเน้นผลสัมฤทธิ์ปลายทาง มากกว่าการประเมินเพื่อพัฒนา
ผลจากการวิเคราะห์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้เดิมยังไม่สามารถพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการทั้งการคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม การเรียนรู้เชิงรุก การใช้เทคโนโลยี และการประเมินเพื่อพัฒนาเข้าไว้ในกระบวนการเดียวกัน
จากการศึกษาทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แนวคิดการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การเขียนโปรแกรม (Coding) การจัดการเรียนรู้โดยใช้บอร์ด KidBright กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Process) และการประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Learning) พบว่า แม้แต่ละแนวคิดจะได้รับการศึกษาและนำไปใช้ในสถานศึกษาอย่างแพร่หลาย แต่ยังมีช่องว่างสำคัญ คือ การขาดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ และเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม การใช้ KidBright และการประเมินเพื่อพัฒนาให้เกิดผลต่อสมรรถนะของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ ผู้พัฒนาจึงได้สังเคราะห์องค์ความรู้จากแนวคิดและงานวิจัยดังกล่าว พัฒนาเป็น รูปแบบการจัดการเรียนรู้ C-CAKE Model ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ประการ ได้แก่ Computational Thinking (C), Coding (C), Active Learning (A), KidBright (K) และ Evaluation (E) เพื่อใช้เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การคิดวิเคราะห์ การสร้างชิ้นงานเทคโนโลยี และการประเมินเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อันนำไปสู่การยกระดับสมรรถนะด้านการคิดเชิงคำนวณ การออกแบบเทคโนโลยี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น
2.2 การศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2.3 การออกแบบโครงสร้างของ C-CAKE Model
2.4 การสร้างเอกสารและองค์ประกอบของนวัตกรรม
2.5 การตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ
2.6 การทดลองใช้เบื้องต้น
2.7 การปรับปรุงนวัตกรรมหลังการทดลองใช้
2.8 การนำ C-CAKE Model ไปใช้จริง
2.9 การเก็บรวบรวมข้อมูล
2.10 การวิเคราะห์ข้อมูล
2.11 การสะท้อนผลและพัฒนาต่อยอด
3.2 เชิงคุณภาพ
3.2.1 ด้านผู้เรียน ผู้เรียนมีสมรรถนะด้านการคิดเชิงคำนวณสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สามารถวิเคราะห์ปัญหา แยกองค์ประกอบ ค้นหารูปแบบ คิดเชิงนามธรรม และออกแบบขั้นตอนวิธีเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสามารถนำกระบวนการคิดไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในชีวิตจริงได้ ผู้เรียนสามารถ ออกแบบเทคโนโลยี เขียนโปรแกรม และสร้างชิ้นงานด้วย KidBright ได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ โดยผ่านกระบวนการตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบอัลกอริทึม เขียนโปรแกรม ทดลอง ทดสอบ ปรับปรุง และนำเสนอผลงาน
3.2.2 ด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ ผู้เรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้เชิงรุกมากขึ้น ได้แก่ กล้าแสดงความคิดเห็น มีความรับผิดชอบ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทดลอง แก้ปัญหา และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการ Active Learning ใน C-CAKE Model
3.2.3 ด้านครู ครูสามารถนำรูปแบบการสอน C-CAKE Model ไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะของผู้เรียน และใช้ข้อมูลจากการประเมินเพื่อปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยนวัตกรรมมีคู่มือ แผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ และเครื่องมือวัดประเมินผลประกอบอย่างเป็นระบบ
3.2.4 ด้านสถานศึกษา โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สามารถใช้เป็นต้นแบบในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC เผยแพร่ และขยายผลไปยังครูหรือสถานศึกษาอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้
นางสาวขนิษฐา กาตั้ง
ตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
30 กันยายน พ.ศ. 2569