นางสาวกนกพร คำลือไชย
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนลาดยาววิทยาคม
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์
ข้าพเจ้าขอส่งแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่ง ครู รายละเอียดตามเอกสารดังแนบ
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 23 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา สังคมศึกษา ม.5 จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา ประวัติศาสตร์ ม.6 จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา ลูกเสือ - เนตนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา กิจกรรมเพื่อสังคม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา ลดเวลาเรียน จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำการวิจัยใยนชั้นเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
คณะกรรมการกลุ่มบริหารงานบุคคล จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานกิจกรรมสัมพันธ์ชุมชน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ลดเวลาเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
โรงเรียนสุจริต จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การแก้ปัญหาการขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ วิชาประวัติศาสตร์ ด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้ เรื่อง วิเคราะห์ประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL)
1. สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พบว่าผู้เรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์และไม่สามารถนำความรู้ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ และผู้เรียนยังไม่มีการเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนั้น ครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน ประเด็นท้าท้าย เรื่อง การแก้ปัญหาการขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ วิชาประวัติศาสตร์ ด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้ เรื่อง วิเคราะห์ประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL)
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนลาดยาววิทยาคมฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2565 ในเรื่องของมาตรฐานการเรียนและตัวชี้วัด ของเนื้อหารายวิชาประวัติศาสตร์
2.2 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยกระบวนการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL)
2.3 เปิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และเข้าไปสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบฝึกหัด พร้อมทั้งเสนอแนะ และสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไขให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ ให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ผู้เรียน และโรงเรียน
2.4 ครูผู้สอนนำกิจกรรมมาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนลาดยาววิทยาคม
2.5 ครูผู้สอนสร้างชุดกิจกรรม และแบบบันทึกการแก้ไขสถานการณ์ปัญหา
2.6 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ เรื่อง วิเคราะห์ประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยกับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ในการแก้ปัญหาสถานการณ์ปัญหาของกลุ่มที่ได้รับผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL) ดังนี้
(1) เชื่อมโยงปัญหาและระบุปัญหา
(2) ทำความเข้าใจปัญหา
(3) ดำเนินการศึกษาค้นคว้า
(4) สังเคราะห์ความรู้
(5) สรุปและประเมินค่าของคำตอบ
(6) นำเสนอและประเมินผลงาน
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
การจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ ถือว่าเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่จะส่งผลให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิดด้านอื่นๆ ที่สูงขึ้น การคิดวิเคราะห์จะช่วยให้ผู้เรียนรู้ข้อเท็จจริง รู้เหตุผลเบื้องต้นของสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจความเป็นมาเป็นไปของเหตุการณ์ รู้ว่าเรื่องนั้นมีองค์ประกอบอะไรบ้าง รู้รายละเอียดของสิ่งต่างๆ ทำให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นพื้นฐานความรู้ เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งแนวทางการจัดการเรียนรู้โดยอาศัยกระบวนการคิดวิเคราะห์ แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่
1) การกำหนดประเด็นปัญหา
2) การวิเคราะห์หาคำตอบหรือทางออกของปัญหา
3) การสรุปคำตอบและกำหนดกรอบแนวคิด
4) การขยายผลสู่การปฏิบัติหรือสร้างสรรค์ผลงาน
ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ผ่านการคิดวิเคราะห์ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ สู่การปฏิบัติ ก่อเกิดผลงานที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ทำให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจจากผลงานของตนเอง กระบวนการคิดวิเคราะห์ ที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL) สามารถประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากผลงานนั้นๆ และทักษะที่เกิดขึ้นกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีทั้งข้อมูลเนื้อหาวิชาซึ่งเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทักษะชีวิต อันจะก่อให้เกิดความรู้และทักษะที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ตามความมุ่งหมายทางการศึกษาอย่างแท้จริง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวน 40 คน ได้รับการแก้ปัญหาการด้านทักษะ การคิดวิเคราะห์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL) ในรายวิชาประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส33101 ดังนี้
1) ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาประวัติศาสตร์ อยู่ในระดับ 2.5 ขึ้นไป
2) ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับการซ่อมเสริม และปรับปรุงผลการเรียนให้ดีขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวน 40 คน มีทักษะการคิดวิเคราะห์ และสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ และผู้เรียนยังมีการเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ตามกระบวนการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL)