เราเริ่มเปิดการสนทนา กันแบบพื้นๆ แต่คำตอบที่ได้มามันก็หักมุมเรานิดหน่อย ..ธงบอกว่า เค้ารักการอ่านหนังสือเอามากๆ โดยเฉพาะเพาะ “วรรณกรรมเด็ก” ชอบอ่านมากจนอยากเรียนบรรรณารักษณ์ เพราะอยากเฝ้าห้องสมุด อยากอ่านหนังสือทั้งวัน ด้วยบุคลิค ของนายธง ในปัจจุบัน ความเป็นศิลปินงานปั้นของเค้า(เสื้อ ที่มีรอยเลอะของดินมือยังมีดินติดอยู่) ทำให้เรานึกไม่ออก ว่าคนกระฉับกระเฉงแบบเค้า จะจมอยู่กะกองหนังสือได้ยังไงทั้งวัน ..
..แต่เมื่อมอง ลักษณะเด่นงานของ นายธง..เราจะพบว่าบนความหยาบของดิน เรากลับสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยน การตัดทอนรายละเอียดให้น้อยที่สุด บนชิ้นงาน แต่ทำไมเราสัมผัสได้ถึงความเป็นเด็ก ความยิ้มอุ่นๆ ความน่าเอ็นดู ทั้งที่Concept งานดูเป็นเรื่องเป็นราวมีสาระ โดยเฉพาะ งานสร้างชื่อ ของนายธง ..พระพิฆเนศ.. แรงบัลดาลใจน่าจะมาจาก "วรรณกรรมเด็ก” ที่เค้าชอบอ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนนั่นเอง
ธง.. เล่าว่าชื่อเสียงของ “นายธง” ในฐานะแบรนด์เซรามิก เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ปี 2560ด้วยรูปแบบที่ต่างไปจากงานเดิมๆ จากที่อ.ด่านเกวียน แหล่งต้นกำเนิดงานเครื่องปั้นดินเผาที่โด่งดังจากจังหวัดนครราชสีมา โดยเค้าใช้เวลากว่า 2 ปี ในการไปเรียนรู้วิธีการปั้น เผา เลือกดิน การเคลือบต่างๆ สารพัดวิชา ที่เค้าจะเรียนรู้จากด่านเกวียนได้ แต่พอเอามาสร้างงานของตัวเองเค้ากลับออกแบบงานของตัวเองด้วยรูปแบบ ที่แตกต่างไปจากเดิมโดนสิ้นเชิง ทำให้งานของเค้าไปเตะตาแกลลอรี่เข้า และมองออกว่างานของเค้าเป็นงานที่มีความเด่นเฉพาะตัว ถูกใจนักสะสมงานศิลปะประเภทเครื่องปั้นดินเผา เซรามิกอย่างมาก และผสมกับความ กล้า..ของนายธง ที่จะตั้งราคา ให้สูงขึ้นตามความเหมาะสมของงานดีไซด์ของศิลปิน ซึ่งไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร ไม่เพียงแค่นั้น เค้ายังพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆด้วยการนำดินปลวก มาปั้นงาน เพราะดินปลวกมีความละเอียดมากเป็นพิเศษ เนื้องานของเค้าจึงละเอียดในผิวสัมผัส และทดลองเรื่องสีเคลือบ เตาเผา(ซึ่งเดิมก็มีแล้วหลายเตา) ซึ่งเค้าตั้งใจ จะสร้างเตาที่เผาจากฝืนจริงขึ้นมาอีกเตา เพราะเชื่อว่าจะได้งานที่สวยงามและ แตกต่างไปอีก...
...โอ๊ะ!! เดี๋ยวพี่เดินออกมาไกลๆ งานปั้นของธง ดีกว่าเดี๋ยวพี่ทำตกแตก ละแย่เลย ชิ้นนี้หลายหมื่นนี่นา.. ระหว่างสัมภาษณ์เราเองต้องระวังตัว กลัวทำงานของนายธงเสียหาย เพราะ ที่สตูดิโอของนายธง เต็มไปด้วยงานที่สร้างเสร็จแล้ว และกำลังสร้าง อยู่หลายงานวางเต็มไปหมด .. ...
...อ้อ ! ก็ดีสิครับพี่ ให้แตกๆไปเรย ผมจะได้เบาเลย ที่นี้.. ไม่ต้องกังวลว่ามัน จะตกแตก เพราะมันแตกไปแล้ว จะได้เลิกห่วงกลัวว่ามันจะตกแตก 555555 ผมพูดจริงนะ !! (ยิ้ม เห็นฟันขาว..อารมณ์ดี)
..ระหว่าง พูดคุย เราสังเกตความคิด ของนายธง..มักจะมีอะไรบางอย่างสะกิดใจ แถมยังมีธรรมะในเชิงปล่อยวาง เค้าเล่าว่า ไอ้แนวคิดปล่อยวางแบบนี้ เค้าได้มาจากการฟังธรรมะ เค้านับถือพระหลายๆรูป ที่ให้แง่คิดดีๆ “แต่ผมไม่ใช่ชาวพุธนะ 5555 ผมเป็นคนใต้ ครอบครัวผมเคร่งมากด้วย ผมเป็นเขยโคราชผมไม่ใช่คนที่นี่นะ แฟนผมต่างหาก ที่เป็นคนโคราช
เอาอีกแล้ว..ระหว่างคุยกันไป เค้าก็มีอะไร มาเซอร์ไพรส์ เราได้ตลอด แต่ก็เป็นมุมประหลาดใจ ที่เราอดชื่นชมไม่ได้ ธงเป็นคน ไม่ตีกรอบความคิดตัวเอง ทั้งในงานและการใช้ชีวิต เค้ากล้าที่จะทะลุกรอบเดิมๆ งานปั้นของเค้า จึงเป็นที่ต้องการ แม้แต่ตัวศิลปินเอง ยังต้องมาขอซื้องานของเค้าไปสะสม
นายธง ..จึงยังมีความตั้งใจ ที่จะหาตลาดรองรับงานเซรามิก เพื่อตัวเค้าเอง และเพื่อเด็กๆรุ่นใหม่ ได้มีทิศทางไป
บางทีเค้าอาจเป็นตัวกลางเสียเอง เพื่อให้ตลาดงานเซรามิกในเมืองไทยคึกคักกว่านี้
นี่เป็นอีกมุมมอง ของนายธง ที่ไม่ได้คิดถึงเพียงตัวเอง เค้ายังคิดถึงคนรอบข้าง ไม่น่าแปลกใจ เพราะแบบอย่างที่
นายธงยึดมั่น และนับถือท่านเป็นแบบอย่าง คือในหลวงรัชกาลที่9
“พี่รู้รึเปล่า ว่าภูมิพล แปลว่า ดิน ...”นายธง บอกกับเราอย่างภาคภูมิใจ พรางเล่าเรื่องของท่านในแง่มุมต่างๆ ให้เราฟังเพิ่มเติม ทำให้เราสัมผัสเข้าไปได้อีกว่า ภายใต้บุคลิค ที่ดูเฮฮา ขี้เล่นตลอดเวลา ลึกๆแล้วนายธง ยึดหลักแนวคิดหลายๆอย่างที่พ่อหลวงสอนเราไว้ มาเป็นแนวทางในการทำงาน การใช้ชีวิต วิธีคิดที่พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่หยุดไฝ่หาความรู้
เค้ากับภรรยา ตั้งใจจะอยู่สร้างครอบครัว กับพ่อแม่ ดูแลพ่อแม่ไปด้วยกัน ส่วนพี่สาวภรรยาที่ทำงานอยู่ต่างถิ่น ก็จะได้สบายใจ “ลูกๆควรจะดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด.. ชีวิตแบบนี้ ลงตัวที่สุดแล้ว..ไม่ต้องเข้าไปหางานที่กรุงเทพ” นายธง .. สรุปให้เราฟัง ในตอนท้าย พรางยิ้ม สบายใจ...
จบการสนทนา นายธง.. ให้งานเรามา ชิ้นนึง ซึ่งเป็นชิ้นที่ดูเป็นเอกลักษณ์งานของเค้ามากๆ ดูเค้าจะไม่หวง อะไรเลยจริงๆ เรียกว่าถูกใจก็ให้กันเฉยๆ ไม่มีอะไรที่ดูประดิดประดอย ทุกอย่างรอบข้างเค้าดูเป็นธรรมชาติ ไปหมด อยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวที่สตูดิโอของเค้า ซึ่งเค้าเองก็บอกเราว่าอีก ไม่นานเกินรอ เค้ากำลังจะเปิดบ้านให้ทุกคนเข้ามา ฝึกทำงานดินอาจมีที่พักเล็กๆ เอาไว้ให้มาเรียนรู้มาทำ workshop กัน แล้วพบกัน.. เตรียมพร้อมมือเปื้อนดิน พร้อมเละ พร้อมลุย ไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ แล้วจร่า..