ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู
สถานศึกษา โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 20 นาที/วัน จำนวน 1 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 20 นาที/วัน จำนวน 1 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
กิจกรรมสร้างสรรค์ 40 นาที/วัน จำนวน 3 ชั่วโมง 20 นาที/สัปดาห์
กิจกรรมเล่นตามมุม 40 นาที/วัน จำนวน 3 ชั่วโมง 20 นาที/สัปดาห์
กิจกรรมกลางแจ้ง 40 นาที/วัน จำนวน 3 ชั่วโมง 20 นาที/สัปดาห์
กิจกรรมเกมการศึกษา 20 นาที/วัน จำนวน 1 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การประเมินพัฒนาการเด็ก 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
####################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเยี่ยมบ้าน ปีการศึกษา 2567
คำสั่งแต่งตั้งครูที่ปรึกษา ภาคเรียนที่ 1/2567
คำสั่งแต่งตั้งครูเวรประจำวัน ภาคเรียนที่ 1/2567
####################################################
งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
งานวิจัยชั้นเรียน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานตรวจการบ้านนักเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานครูที่ปรึกษาประจำชั้น/งานดูแลนักเรียน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ครูเวรประจำวัน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มบริหารงานบุคคล 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
โครงการต่างๆ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
####################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2567
####################################################
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
เนื่องด้วยผู้จัดทำข้อตกลงได้รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ได้เห็นถึงบริบทสถานศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธ์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีแหล่งการเรียนรู้ที่สามารถช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฎิบัติจริง (Active Learning) ประกอบกับการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ควรยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ผู้จัดทำข้อตกลงจึงได้เล็งเห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning: PBL) เป็นการส่งเสริมให้การเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน และการเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งมีขั้นตอนการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาความรู้การใช้กระบวนคิด และทักษะในการแก้ปัญหา ผู้เรียนจะเรียนรู้โดยสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยใช้โครงงานเป็นฐาน ซึ่งการจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้ ผู้เรียนต้องศึกษาค้นคว้า ทดลอง ปฏิบัติและแก้ปัญหา เพื่อสร้างผลงานหรือชิ้นงาน เป็นการฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการกระทำเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถาวรด้วยตัวผู้เรียนเอง ทั้งนี้ผู้เรียนอาจทำเป็นกลุ่มเล็กหรือเป็นกลุ่มใหญ่ก็ได้ ซึ่งจะเป็นการฝึกให้ผู้เรียนเกิดทักษะการทำงาน เป็นทีม ได้ร่วมมือร่วมใจในการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกลุ่มและเกิดผลสำเร็จร่วมกัน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1) ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 เพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณลักษณะและตัวบ่งชี้67พัฒนาหลักสูตร
2) ศึกษาการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 367พัฒนาหลักสูตร
3) ใช้กระบวนการ PLC เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา พัฒนาสื่อและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ67มีส่วนร่วมและเป็นผู้นำPLC
4) ออกแบบการจัดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ออกแบบกิจกรรมวิเคราะห์ตามมาตรฐานคุณลักษณะและตัวบ่งชี้67จัดกิจกรรมการเรียนรู้
5) จัดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานตามที่ได้ออกแบบไว้67จัดบรรยากาศ
6) ประเมินผลการจัดประสบการณ์และนำผลที่ได้มาปรับปรุง ให้มีความน่าสนใจ เข้าใจง่าย และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
7) นำผลสะท้อนในการจัดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานบันทึกข้อมูลในระบบสารสนเทศผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อประเมินการเรียนรู้
นำข้อมูลที่ได้พัฒนาผลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้67จัดทำข้อมูลสารสนเทศ
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/3 โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
ร้อยละ 70 มีผลการพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สูงขึ้น
นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 สามารถพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 1. การสังเกต 2. การจำแนกประเภท 3. การลงความเห็นข้อมูล
4. การสื่อความหมาย มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ ตรงตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และตัวบ่งชี้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560
Project Approach
คณะผู้บริหารโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4