ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ของผู้จัดทำข้อตกลง   ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การบริหารจัดการสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)  

ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม ด้วยนวัตกรรม STR - GREAT MODEL เพื่อการศึกษาไร้รอยต่อ ทักษะการมีงานทำและอาชีพ 


1. สภาพปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 

โรงเรียนสตรีศึกษาเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มีอาคารสถานที่และสาธารณูปโภคจำนวนมาก การจัดสภาพแวดล้อมให้ "สะดวก สะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ" จึงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูและการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน จากการประเมินสภาพแวดล้อมและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา (SAR) พบว่า ระบบการบริหารจัดการงานอาคารสถานที่ การแจ้งซ่อมบำรุง และการรักษาความสะอาดยังประสบปัญหาความล่าช้า ขาดความคล่องตัว เนื่องจากกระบวนการปฏิบัติงานแบบเดิมอาศัยระบบเอกสาร (Paper-based) ที่มีขั้นตอนธุรการซับซ้อน ทำให้การสื่อสารระหว่างผู้แจ้งเหตุและผู้ปฏิบัติงานขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้การแก้ปัญหาจุดเสี่ยงหรือการซ่อมแซมสาธารณูปโภค (เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศ) ไม่ทันท่วงที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและบรรยากาศในการเรียนการสอน

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ในฐานะรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป จึงมีความมุ่งมั่นที่จะริเริ่มพัฒนาและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารจัดการ (Transformation) โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบูรณาการร่วมกับการบริหารงานบุคคล สร้างเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ ภายใต้โมเดล "STR - GREAT MODEL" เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ (Rapid Response) และบูรณาการการทำงานเป็นทีม (Teamwork) อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน



2. วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา โดยใช้นวัตกรรม STR - GREAT MODEL ให้มีระบบ ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ

         2. เพื่อยกระดับคุณภาพอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมให้มีความสะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบ และเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน

         3. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียน ในการบริหารจัดการและดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ

         4. เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ (Learning Environment) ที่เชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาแบบไร้รอยต่อ (Seamless Education)

        5. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน และทักษะอาชีพของผู้เรียน ผ่านการมีส่วนร่วมในการจัดการและใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมจริงในสถานศึกษา

       6. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมให้เกิดความคุ้มค่าและยั่งยืน



3. วิธีการดำเนินการ (ตามวงจรคุณภาพ P–D–C–R–S–A และ STR–GREAT Model)

ขั้นเตรียมการ (Plan)

1.      ขั้นศึกษาวิเคราะห์และวางแผน (Plan):

1.  วิเคราะห์สภาพปัญหาจากรายงานประเมินตนเอง (SAR) และรวบรวมข้อมูลความต้องการของผู้รับบริการ

2.  ประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับคณะทำงานกลุ่มบริหารทั่วไป (งานธุรการ, งานอาคารสถานที่, งานแม่บ้าน, งานซ่อมบำรุง, และงานยานพาหนะ) เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน (G - Goal Setting) ในการสร้างบริการที่ "สะดวก สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ"

3.  ออกแบบและพัฒนาระบบการแจ้งเหตุ/แจ้งซ่อม ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (Line Official / Group Line) เพื่อเป็นช่องทาง Smart Service

ขั้นปฏิบัติ (Do)

1.  S - Smart Service: บริหารจัดการให้มีการรับแจ้งเรื่องและสั่งการผ่านระบบ Digital Platform แบบ Real-time ลดการใช้กระดาษและเอกสาร

2.  T - Teamwork: บูรณาการการทำงาน 5 ฝ่ายหลักให้เป็นหนึ่งเดียว (One Team) โดยมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน และเชื่อมโยงเครือข่ายช่างภายนอก (Outsource) เข้ามาร่วมสนับสนุนการทำงานเฉพาะทาง (เช่น งานเครื่องปรับอากาศ)

3.  R - Rapid Response: กำหนดมาตรฐานระยะเวลาการให้บริการ (SLA) โดยเมื่อได้รับแจ้งเหตุ ทีมงานต้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที และดำเนินการแก้ไขให้รวดเร็วที่สุด

ขั้นตรวจสอบ (Check / Reflect / Share)

  1.   ผู้บริหารนิเทศ ติดตาม และตรวจสอบผลการปฏิบัติงานผ่านหลักฐานเชิงประจักษ์ (ภาพถ่าย Before - After ในระบบ Line)

2.  ประเมินความพึงพอใจของผู้บริหาร ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ที่มีต่อการรับบริการงานด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม

ขั้นการนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุง (Action)

1.  นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาถอดบทเรียน (Lesson Learned) สรุปเป็นสถิติการซ่อมบำรุง

2. วางแผนการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อลดอัตราการชำรุดของอุปกรณ์ล่วงหน้า และจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อขยายผลต่อไป

4. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง 

เชิงปริมาณ

1.      ร้อยละ 80 ของจุดเสี่ยงและข้อร้องเรียนด้านอาคารสถานที่ในโรงเรียนสตรีศึกษา ได้รับการตอบสนองเข้าตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว (ภายใน 1 ชั่วโมง สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้น และภายใน 1 วันทำการสำหรับงานเครื่องปรับอากาศ)

2.      ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 (หรือมีค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4.50 จาก 5.00) มีความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมในระดับ "ดีมาก"

3.      ระยะเวลาและขั้นตอนในกระบวนการแจ้งซ่อมบำรุงผ่านระบบเอกสารลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปีการศึกษาที่ผ่านมา

เชิงคุณภาพ

1.      โรงเรียนสตรีศึกษามีระบบบริหารจัดการงานอาคารสถานที่ (STR Smart Service) ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัย

2.      โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ สะอาด ร่มรื่น ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และมีสาธารณูปโภคที่เสถียรพร้อมใช้งาน เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

3.      บุคลากรกลุ่มบริหารทั่วไปมีขวัญกำลังใจในการทำงาน มีจิตบริการ (Service Mind) ทำงานเป็นทีมอย่างเข้มแข็ง และเกิดวัฒนธรรมการทำงานเชิงรุก (Proactive Working Culture)

4.      ผลงานการบริหารจัดการได้รับการยอมรับ และสามารถเป็นแบบอย่าง (Best Practice) ในการบริหารจัดการงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมให้กับสถานศึกษาอื่นได้

5.      มีการเผยแพร่นวัตกรรมและรูปแบบการบริหารจัดการ "STR - GREAT MODEL" สู่สาธารณชน จนเป็นที่ยอมรับในระดับจังหวัดหรือระดับภาค (เช่น การเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้แก่สถานศึกษาอื่น, การเผยแพร่ผลงานผ่านสื่อ/เว็บไซต์ของหน่วยงานต้นสังกัด, หรือการได้รับรางวัลเกียรติยศระดับเขตพื้นที่/จังหวัด)