เราจะมาลองดูสมมุติฐานฮา ๆ สักข้อ กลุ่มคนมากหน้าหลายตาในเว็บบอร์ดต่างประเทศอย่าง Quora และ Reddit ที่คล้าย ๆ กับบอร์ดพันทิปของบ้านเรา มักจะมีคอมเมนต์ถึงเรื่องนี้เวลามีคนถามว่า "นักกีฬากัดเหรียญไปทำไม" ว่า "เพราะพวกเขาอยากจะรู้น่ะว่า เหรียญที่พวกเขาได้มาทำมาจากทองคำจริงหรือเปล่า ? "
แม้จะดูกาว ๆ แต่มันกแปลกดีและพอจะมีเหตุผลให้อ้างอิงอยู่บ้าง โดยคนในยุคโบราณจะใช้วิธีกัดเพื่อทดสอบคุณภาพของทองคำ เนื่องจากทองคำนั้นเป็นโลหะอ่อน หากกัดแล้วเป็นรอยฟัน แสดงว่าเป็นทองแท้ 100% มีค่าในทางเงินตราแน่นอน ซึ่งการกัดทองถือเป็นหนึ่งในวิธีสุดฮิตที่บางคนก็ยังทำมาจนถึงทุกวันนี้ อย่าเพิ่งส่ายหัวและแอบขำ ดูบอลสด เพราะแม้แต่เว็บไซต์โอลิมปิก ก็ยังตั้งสมมุติฐานแบบนี้เช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะตบท้ายว่า "มันเป็นแค่มุกตลก" เพราะเหรียญโอลิมปิกไม่ได้ใช้ทองแท้มาตั้งแต่ปี 1912 แล้วใคร ๆ ก็รู้ ด้วยเหตุผลของความสิ้นเปลืองที่มากจนเกินไป หากต้องทำเหรียญทองให้กับทุกชนิดกีฬา อ้างอิงจากโอลิมปิก 2020 ที่มีจำนวนเหรียญ 340 เหรียญแล้ว รับรองว่าไม่ต้องเอาเงินไปสร้างสนามหรือจัดงานจัดการกันพอดี เพราะแค่ค่าเหรียญเจ้าภาพก็อ่วมเเล้ว ดังนั้นความจริงก็คือ ต่อให้พวกเขากัดมันก็กัดไม่เข้าหรอก ... แหงล่ะ เพราะอย่างที่บอกนี่คือแร่เงินเกือบทั้งหมดของเหรียญ และนักกีฬาหลายคนก็คงรู้ดีถึงความจริงข้อนี้ อีกทั้งพวกเขาเองก็คงตีค่าเหรียญทองในฐานะของที่มีความหมายแบบที่เงินหาซื้อไม่ได้ แต่มันคือความพยายามอุตสาหะ ทุ่มเทมาตลอดชีวิตกว่าจะได้มันมา
แท้จริงว่าทำไมนักกีฬาถึงทำมันหรอก แล้วจริง ๆ คืออะไร ? คุณปวดหัวแน่นอนกับคำตอบที่เป็นความจริง เพราะมันสั้นจนเหลือเชื่อ คำตอบก็คือ "เพราะมันเท่" แค่นั้นเลยจริง ๆ ลองมาย้อนประวัติศาสตร์เรื่องการกัดเหรียญกันสักหน่อย ครั้งแรกที่ปรากฏภาพ "กัดเหรียญ" นั้นไม่ทราบแน่ชัด แต่เท่าที่เว็บไซต์อย่าง CNN ได้หาเจอ คือภาพทีมนักวิ่ง 4 คูณ 100 เมตรของสหราชอาณาจักร ที่กัดเหรียญของพวกเขาในรายการชิงแชมป์โลก (World Championships)
เมื่อปี 1991 ที่กรุงโตเกียว เมื่อเราเอาช่วงเวลาของปี 1991 มาค้นให้ลึกและสืบไปถึงเรื่องของวงการกล้องและการถ่ายภาพ เราจะพบว่ามันมีความสัมพันธ์กัน เพราะในช่วงเวลานั้น บริษัท Kodak ได้นำกล้อง Kodak DCS-100 ออกวางจำหน่าย Kodak ได้ให้การนิยามในการเรียกเม็ดสีแต่ละเม็ดของภาพดิจิตอลว่า “พิกเซล” (Pixel) โดยขนาดของไฟล์ภาพของกล้องรุ่นนี้อยู่ที่ 1.3 เมกกะพิกเซล กล้องดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูงและมีเป้าหมายชัดเจนที่จะจำหน่ายให้กับช่างภาพมืออาชีพและนักข่าว ชัดเลยทีนี้ เราสามารถไขรหัสได้ 1 ข้อเเล้ว ว่าที่พวกเขากัดเหรียญเนื่องจากความเท่ในการโพสต์ท่าให้กับตากล้องในยุคที่ภาพถ่ายกำลังเป็นของที่ไม่ได้มีกันทุกคน ดังนั้นครั้งหนึ่งในชีวิตของนักกีฬาที่ชนะรางวัลแล้วได้รับเหรียญ การจะให้พวกเขายืนนิ่ง ยิ้มมุมปาก เหมือนถ่ายรูปทำบัตรประชาชน มันก็คงจะไม่เท่เท่าไรนัก ดังนั้นแอ็กชันด้วยท่ากัดเหรียญจึงถือเป็นการทำท่าให้ช่างภาพได้ภาพที่แตกต่าง และ "อาจจะ" สื่อความได้ว่า "พวกเขากำลังลิ้มรสชาติของชัยชนะ" เดวิด วัลเลชินสกี้ (David Wallechinsky) สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ International Society of Olympic Historians บอกกับ CNN ไว้ในปี 2012 ถึงมุมมองของเขาว่า
การกัดเหรียญไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการทำให้ตากล้องพอใจ และได้ภาพสวย ๆ "มันเป็นความหลงใหลของภาพถ่ายมากกว่า ผมคิดว่าพวกเขาเข้าใจตรงกันว่านี่เป็นช็อตที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของความสำเร็จ มันเป็นภาพที่แปลกใหม่ยิ่งกว่าการยืนตัวตรงหรือเอาเหรียญคล้องคอ ผมคิดว่าเรื่องขององค์ประกอบภาพจากมุมมองของตากล้องมีผลมาก ๆ และคิดว่านักกีฬาคงไม่อยู่ ๆ ก็ทำท่านี้ขึ้นมาเองหรอก" เดวิด กล่าว มันเริ่มจากความเท่