ภาคเกษตร ถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ทางการเกษตรมีจำนวน 149.75 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 46.7 ของพื้นที่ทั้งประเทศ มีจำนวนครัวเรือนภาคเกษตร จำนวน 7.8 ล้านครัวเรือน และกำลังแรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรประมาณ 12 ล้านคน หรือร้อยละ 51 ของจำนวนแรงงานทั้งประเทศ อย่างไรก็ดี ในวิกฤติเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ผ่านมา ภาคเกษตรยังช่วยรองรับและโอบอุ้มเศรษฐกิจไทย โดยหลายประเทศมีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารจากการเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศ รวมทั้ง ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานของโลก ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญได้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรภายในประเทศ และมีศักยภาพในการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.50 ล้านล้านบาทต่อปี จึงถือว่าภาคเกษตรเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศ

           ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับ 5 เสาหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจ (Core Value Chain) ได้แก่ 

                1) การค้าและการลงทุน – สนับสนุนให้ธุรกิจไทยขยายตลาดและการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

                2) เกษตรและอาหาร – ผลักดัน เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming), Future Food, Halal และการใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรม อาหาร และพร้อมที่จะเป็น Foods hub ของโลก

                3) ท่องเที่ยวและบริการ – ยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวด้วย การท่องเที่ยวคุณภาพสูง เน้นคุณภาพ
ไม่เน้นปริมาณ

                4) AI, Robot, Digital Technology และ Innovation – ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุน Startup & Deep Tech เป็นต้น

                5) Sustainability – ผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยก้าวสู่ Net Zero Economy ด้วยการนำหลัก ESG มาใช้เป็นมาตรฐาน

            ซึ่งที่ผ่านมา หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรผ่านแนวคิดการทำเกษตรมูลค่าสูง และทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาและแก้ไขปัญหาในหลายด้าน โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Economy) พร้อมทั้ง ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคเกษตรสู่การมีรายได้ที่มั่นคง โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจน สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในด้านรายได้ ผลผลิต และคุณภาพ ด้วยปัจจัยภายในและภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ อาทิ ความผันผวนของสภาพอากาศ ปัญหาภัยแล้ง โรคระบาดในสัตว์บก สัตว์น้ำ รวมไปถึงโรคระบาดในพืช ส่งผลให้สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ และสินค้าเกษตร  ล้นตลาด ตลอดจน การแข่งขันในตลาดส่งออกของโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงสูงขึ้น และกฎระเบียบ มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศที่เป็นอุปสรรคซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นต้น

         จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คนที่ 26 ได้มีดำริจัดตั้งศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้องกับเกษตรและอาหาร และห้างค้าปลีก-ค้าส่งสมัยใหม่ (Modern Trade) เพื่อทำหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหารทั่วประเทศ และแก้ไขวิกฤตของภาคเกษตรและอาหารในภาวะที่ราคาตกต่ำ สินค้าเกษตรล้นตลาด ฯลฯ ให้เป็นรูปธรรมต่อไป