เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร มอบหมาย คุณกมลสันต์ ศรีวิราช ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา และคุณบรรจง วิพรหมชัย ประธานอาวุโส หอการค้าจังหวัดลำพูน เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมเชื่อมโยงซื้อขาย “ลิ้นจี่และผลไม้” ผ่านตลาดข้อตกลง โดยมีกลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งชั้นนำ อาทิ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (Makro/Lotus) , บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด , บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ฯลฯ เข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ จากจังหวัดพะเยาและลำพูน ณ โ รงแรมเอ็มทู โฮเทล วอเตอร์ไซต์ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรและสหกรณจังหวัดพะเยา พบว่า จังหวัดพะเยามีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ยืนต้นจำนวน 10,755 ไร่ คิดเป็น 13% ของพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ทั่วประเทศ โดยมีอำเภอแม่ใจเป็นแหล่งผลิตหลักถึง 86% ของพื้นที่ทั้งจังหวัด สำหรับฤดูกาลผลิตปี 2567/68 คาดการณ์ผลผลิตรวม 4,160 ตัน เฉลี่ย 383 กิโลกรัมต่อไร่ โดยปัจจุบันเก็บเกี่ยวแล้วกว่า 2,259 ตัน หรือคิดเป็น 54% ของผลผลิตทั้งหมด
จุดเด่นของลิ้นจี่พะเยา คือ พันธุ์ฮงฮวยจากอำเภอแม่ใจที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ด้วยรสชาติกลมกล่อม เนื้อแน่น แห้ง หอมหวาน และรูปลักษณ์สวยงาม โดยได้รับการส่งเสริมคุณภาพการผลิตตามมาตรฐาน GAP และ GMP พร้อมผลักดันการใช้ตราสัญลักษณ์ GI อย่างต่อเนื่อง
สำหรับราคาจำหน่ายลิ้นจี่คุณภาพสูงแบ่งตามเกรด เริ่มตั้งแต่เกรดพรีเมียมที่ 170 บาท/กก. ไปจนถึงลิ้นจี่คละที่ราคาเฉลี่ย 35 บาท/กก. ซึ่งผลผลิตจะจำหน่ายผ่านหลากหลายช่องทาง ได้แก่ แปลงเกษตรกร ตลาดเกษตรกร ช่องทางออนไลน์ และผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด โดยลิ้นจี่จะออกสู่ตลาดเพียงปีละครั้งในช่วงสั้น ๆ และคาดว่าจะหมดภายในเดือนพฤษภาคมนี้