ชื่อ นายเพชรสุพร นามสกุล ขันทะผล
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนท่าบ่อ
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
รับเงินเดือนในอันดับ คศ. ๓
อัตราเงินเดือน ๓๖,๐๖๐ บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน
๑. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
๑.๑ ชั่วโมงตามตาราง รวมจำนวน ๒๔ ชั่วโมง/สักดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา พลศึกษา (กรีฑา) จำนวน ๑๔ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา พลศึกษาเพิ่มเติม ม.4/10 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ชุมนุมวิชาการ (ชุมนุมความเป็นเลิศทางกีฬากรีฑา) จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา กิจกรรมลูกเสือ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา โรงเรียนสุจริต จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา IS ม.2/11 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒ งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมจำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๑ การพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรม จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๒ การเตรียมการออกแบบการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๓ การมีส่วนร่วมในชุมนุมการเรียนรู้ทางวิชาการ (PLC) จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓ งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมจำนวน ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
๑.๓.๑ งานบริหารงานวิชาการ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๒ งานบริหารงานงบประมาณ จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๓ งานบริหารงานบุคคล จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๔ งานบริหารงานทั่วไป จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๔ งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
หมายถึง งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการต้นสังกัด(สพฐ)
๒. งานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ส่วนที่ ๒ ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ ริเริ่มพัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะจังหวะการก้าวเท้าให้เหมาะสม โดยแบบฝึกการเคลื่อนไหวเบื้องต้น ในการวิ่งระยะกลาง รายวิชากรีฑา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เพื่อให้ผู้เรียน มีทักษะจังหวะการก้าวเท้าให้เหมาะสม เพื่อให้มีสถิติที่ดีขึ้นในการวิ่งระยะกลาง และให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
๑. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในการเรียนวิชาพลศึกษาที่ผ่านมา ผู้เรียนส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องความอดทนของกล้ามเนื้อและระบบหายใจทำให้การเคลื่อนที่ในการเล่นกีฬาหรือการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นไปอย่างช้าและไม่สม่ำเสมอ และผลการทดสอบทักษะการวิ่งระยะกลางที่ผ่านมาของผู้เรียน ยังไม่เกิดการพัฒนาของผู้เรียนที่เพิ่มขึ้น ครูผู้สอนจึงต้องใช้แบบฝึกทักษะจังหวะการก้าวเท้าให้เหมาะสม เพื่อให้มีสถิติที่ดีขึ้นในการวิ่งระยะกลาง และเพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีสมรรถภาพทางกายด้านความอดทนของกล้ามเนื้อและระบบหายใจเพิ่มขึ้น เพราะสมรรถภาพทางด้านอดทนเป็นสิ่งสำคัญ ในการเสริมสร้างบุคคลให้สามารถประกอบภารกิจและดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดพัฒนาการด้านอารมณ์ และจิตใจที่ดี ความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ มีความสัมพันธ์กัน เมื่อสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แล้วสุขภาพจิตใจย่อมดีตามไปด้วย สมรรถภาพทางกายที่ดีทำให้ประสิทธิภาพของระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น มีความต้านทานโรค รูปร่างและสัดส่วนของร่างกายดีขึ้นการทำงานมีประสิทธิภาพมีบุคลิกภาพที่ดี สามารถเคลื่อนไหวได้ ด้วยความสง่างาม ดังนั้นครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานประเด็นท้าท้าย เรื่อง การพัฒนาทักษะจังหวะการก้าวเท้าให้เหมาะสม โดยแบบฝึกการเคลื่อนไหวเบื้องต้น ในการวิ่งระยะกลาง รายวิชากรีฑา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เพื่อให้ผู้เรียน มีสมรรถภาพทางกายด้านความอดทนของกล้ามเนื้อที่ดีและมีผลการเรียนที่ดีขึ้น
๒. วิธีการดำเนินการให้บรรลุ
๒.๑ วิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และตามหลักสูตรสถานศึกษา ในเรื่องของ มาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัด
ของเนื้อหาเรื่องทักษะการวิ่งระยะกลาง
๒.๒ ศึกษาวิธีการแผนจัดการเรียนรู้และการสร้างแบบฝึกการพัฒนาทักษะการวิ่งระยะกลาง ศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางพลศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและมาปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒.๓ นำแผนจัดการเรียนรู้และแบบฝึกการพัฒนาทักษะการวิ่งระยะกลาง ให้คุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม เพื่อนำข้อบกพร่องมาปรับปรุงแก้ไข
๒.๔ ทดสอบทักษะการวิ่งระยะกลาง โดยการวิ่ง ๘๐๐ เมตร ผู้เรียนก่อนการจัดกิจกกรมการเรียนรู้ เนื้อหาเรื่องทักษะการวิ่งระยะกลาง
๒.๕ นำแผนจัดการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะจังหวะการก้าวเท้าให้เหมาะสม โดยแบบฝึกการเคลื่อนไหวเบื้องต้น ในการวิ่งระยะกลาง ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒.๖ เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอนตามกำหนด จึงทำการทดสอบทักษะการวิ่งระยะกลาง โดยการวิ่ง ๘๐๐ เมตร ผู้เรียนหลังการจากฝึก
๒.๗ นำผลการฝึก ก่อน-หลัง มาวิเคราะห์โดยวิธีทางสถิติด้วยโปรแกรม ดูการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนและแจ้งผลการทดสอบให้ผู้เรียนทราบเป็นรายบุคคล
๒.๘ สำหรับผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในการวัดและประเมินผล จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสริมในคาบว่างหรือหลังเลิกเรียน
๓. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
๓.๑ เชิงปริมาณ ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ เรื่องทักษะการวิ่งระยะกลาง โดยมีผลการทดสอบวิ่ง ๘๐๐ เมตร ด้านความอดทนของกล้ามเนื้อ หลังการฝึกสูงกว่าก่อนการฝึกร้อยละ ๘๐ ขึ้นไปของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
๓.๒ เชิงคุณภาพ ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีสมรรถภาพทางกาย ด้านความอดทน เพิ่มขึ้นหลังจากการฝึก และเพิ่มขีดความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้
ลงชื่อ........................................................................
(นายเพชรสุพร ขันทะผล)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
....................../.................../...................