ชื่อ นายเพชรสุพร นามสกุล ขันทะผล
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนท่าบ่อ
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
รับเงินเดือนในอันดับ คศ. ๒
อัตราเงินเดือน ๓๐,๒๑๐ บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน
๑. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
๑.๑ ชั่วโมงตามตาราง รวมจำนวน ๒๓ ชั่วโมง/สักดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา พลศึกษา (กรีฑา) จำนวน ๑๓ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๗ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ชุมนุมวิชาการ (ชุมนุมความเป็นเลิศทางกีฬากรีฑา) จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา กิจกรรมลูกเสือ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา โรงเรียนสุจริต จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒ งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมจำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๑ การพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรม จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๒ การเตรียมการออกแบบการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๓ การมีส่วนร่วมในชุมนุมการเรียนรู้ทางวิชาการ (PLC) จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓ งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมจำนวน ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
๑.๓.๑ งานบริหารงานวิชาการ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๒ งานบริหารงานงบประมาณ จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๓ งานบริหารงานบุคคล จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๔ งานบริหารงานทั่วไป จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๔ งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
หมายถึง งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการต้นสังกัด(สพฐ)
๒. งานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ส่วนที่ ๒ ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การแก้ไขปัญหาการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility)รายวิชาพลศึกษา (กรีฑา) รหัสวิชา พ ๒๓๑๐๓ เพื่อให้ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) สูงขึ้น
๑. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในการเรียนวิชาพลศึกษาที่ผ่านมา ผู้เรียนส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) ทำให้การเคลื่อนที่ในการเล่นกีฬาหรือการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นไปอย่างช้า และผลการทดสอบสมรรถภาพด้านความคล่องแคล่วว่องไวที่ผ่านมาของผู้เรียน ยังไม่เกิดการพัฒนาของผู้เรียนที่เพิ่มขึ้น ครูผู้สอนจึงต้องใช้แบบฝึกเกี่ยวกับด้านความคล่องแคล่วว่องไว เช่น ตาราง ๙ ช่อง การเคลื่อนที่ในรูปแบบต่างๆ การฝึกแบบสถานีการฝึก Co-ordination เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องแคล่วว่องไวเพิ่มขึ้น เพราะสมรรถภาพทางด้านความคล่องแคล่วว่องไวเป็นสิ่งสำคัญ ในการเสริมสร้างบุคคลให้สามารถประกอบภารกิจและดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดพัฒนาการด้านอารมณ์ และจิตใจที่ดี ความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ มีความสัมพันธ์กัน เมื่อสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แล้วสุขภาพจิตใจย่อมดีตามไปด้วย สมรรถภาพทางกายที่ดีทำให้ประสิทธิภาพของระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น มีความต้านทานโรค รูปร่างและสัดส่วนของร่างกายดีขึ้นการทำงานมีประสิทธิภาพมีบุคลิกภาพที่ดี สามารถเคลื่อนไหวได้ ด้วยความสง่างาม ดังนั้นครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานประเด็นท้าท้าย เรื่องการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) รายวิชาพลศึกษา (กรีฑา) รหัสวิชา พ๒๓๑๐๓เพื่อให้ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีสมรรถภาพทางกายด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) สูงขึ้น
๒. วิธีการดำเนินการให้บรรลุ
๒.๑ วิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และตามหลักสูตรสถานศึกษา ในเรื่องของ มาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัด การทดสอบสมรรถภาพ ของเนื้อหาเรื่องการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility)
๒.๒ ศึกษาวิธีการแผนจัดการเรียนรู้และการสร้างแบบฝึกการพัฒนาสมรรถภาพด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) โดยศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางพลศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและมาปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒.๓ นำแผนจัดการเรียนรู้และแบบฝึกการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไว(Agility) ให้คุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรม เพื่อนำข้อบกพร่องมาปรับปรุงแก้ไข
๒.๔ ทดสอบสมรรถภาพผู้เรียนก่อนการจัดกิจกกรมการเรียนรู้ เนื้อหาเรื่องการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility)
๒.๕ นำแผนจัดการเรียนรู้และแบบฝึกตาราง ๙ ช่อง การเคลื่อนที่ในรูปแบบต่างๆ การฝึกแบบสถานี, การฝึก Co-ordination ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒.๖ เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอนตามกำหนด จึงทำการทดสอบสมรรถภาพผู้เรียนหลังการจากฝึก
๒.๗ นำผลการฝึก ก่อน-หลัง มาวิเคราะห์โดยวิธีทางสถิติด้วยโปรแกรม ดูการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนและแจ้งผลการทดสอบให้ผู้เรียนทราบเป็นรายบุคคล
๒.๘ สำหรับผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในการวัดและประเมินผล จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสริมในคาบว่างหรือหลังเลิกเรียน
๓. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
๓.๑ เชิงปริมาณ ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ เรื่องการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) โดยมีผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไวหลังการฝึกสูงกว่าก่อนการฝึกร้อยละ ๘๐ ขึ้นไปของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
๓.๒ เชิงคุณภาพ ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีสมรรถภาพทางกาย ด้านความคล่องแคล่วว่องไว(Agility) เพิ่มขึ้นหลังจากการฝึก และเพิ่มขีดความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้
ลงชื่อ........................................................................
(นายเพชรสุพร ขันทะผล)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
....................../.................../...................