ภูมิอากาศ ภูมิอากาศแบบสวิสโดยทั่วไปมีอุณหภูมิปานกลาง แต่อาจแตกต่างกันมากระหว่างท้องที่ ตั้งแต่สภาพน้ำแข็งบนยอดเขาไปจนถึงภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนอบอุ่นทางตอนใต้ ฤดูร้อนมักจะอบอุ่นและชื้นในบางครั้งโดยมีฝนตกเป็นระยะ ๆ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ ฤดูหนาวจะมีอากาศชื้นโดยเฉพาะบนภูเขาอาจมีหิมะตกกินเวลานานเป็นสัปดาห์ ในขณะที่พื้นที่ด้านล่างมักจะประสบกับการผกผัน ของสภาพอากาศในช่วงเวลาเหล่านี้ และอาจมองไม่เห็นดวงอาทิตย์เป็นเวลาหลายสัปดาห์
ที่ตั้ง อยู่ระหว่าง ที่ราบสูงสวิส เทือกเขาเอลป์และเทือกเขาจูรา พรมแดนติดกับหลายประเทศด้วยกัน
อาณาเขต ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 41287 ตารางกิโลเมตร
ภูมิประเทศ พื้นที่มากกว่า 70% เป็นเขตภูเขา คือ เทือกเขาแอลป์ มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำไรน์ แม่น้ำโรน แม่น้ำทิซิโน และแม่น้ำอิน ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมีเพียง หินแกรนิต หินปูน และหินที่ใช้ในการก่อสร้างเท่านั้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีขนาดค่อนข้างเล็กและไม่มีทางออกสู่ทะเล เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางของทวีปยุโรปและมี สวิสเซอร์แลนด์ได้รับสมญานามว่า "หลังคาแห่งทวีปยุโรป" เนื่องด้วยมีเทือกเขาสูงสลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ และยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขา เป็นประเทศที่มีทะเลสาบมาก ลักษณะของภูมิประเทศจึงไม่ค่อยมีพื้นที่ราบ
ประชากร ในปี 2020 มีประชากรประมาณ 8.637 ล้าน คน เป็นชาวสวิตเยอรมันร้อยละ 65 สวิตฝรั่งเศสร้อยละ 18 สวิตอิตาเลียน ร้อยละ 10 รูมันช์ ร้อยละ 1 อื่น ๆ ร้อยละ 9
ศาสนา ประชาชนร้อยละ 48 นับถือนิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 44 นับถือนิกายโปรเตสแตนท์ ร้อยละ 8 นับถือศาสนาอื่น ๆ
ภาษา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีภาษาราชการทั้งสิ้น 4 ภาษาได้แก่ ภาษาเยอรมัน (ร้อยละ 64) เป็นภาษาที่มีการพูดกว้างขวางที่สุดในประเทศ ทางภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 19 รัฐใน 26 รัฐ, ภาษาฝรั่งเศส (ร้อยละ 19)
การปกครอง แต่ละรัฐมีรัฐธรรมนูญและรัฐบาลท้องถิ่นของตนเองโดยมีอิสระจากการบริหารราชการของส่วนกลาง อำนาจนิติบัญญัติของสมาพันธ์ฯ อยู่ที่รัฐสภาแห่งสมาพันธ์ (Federal Assembly)
เศรษฐกิจ ปี 2000 เศรษฐกิจสวิสเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมาเนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และการอ่อนค่าเงินฟรังก์สวิส GDP ในปี 2543 มีอัตราร้อยละ 3.4 การส่งออกเพิ่มเป็นสองเท่าในขณะที่การนำเข้าก็เพิ่มสูงขึ้น การลงทุนเพิ่มเป็นร้อยละ 10.3 (เทียบกับร้อยละ 9 ของปี 1999) ส่วนอัตราการว่างงานลดลงจากร้อยละ 2.7 เป็นร้อยละ 2 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 1.6 กระทรวงการคลังรายงานว่า ในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2001 การส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 คิดเป็นมูลค่า 88,533 ล้านฟรังก์ และนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 คิดเป็นมูลค่า 88,719 ฟรังก์ ขาดดุลการค้า 90.5 ล้านฟรังก์ อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 1.7 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
วัฒนธรรม วัฒนธรรมของชาวสวิสมีความโดดเด่นด้วยความหลากหลายเนื่องจากประเทศนี้ตั้งอยู่บนทางแยกของวัฒนธรรมยุโรปที่โดดเด่นหลายประการ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่พูดได้หลายภาษาเช่นกันเนื่องจากต่างก็เป็นภาษาประจำชาติ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลีและโรมัน นอกจากนี้ยังมีการพูดภาษาถิ่นมากมายในทุกภูมิภาค แต่ละรัฐมีลักษณะทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างกันไปในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเนื่องจากแต่ละเขตและเทศบาลมีเอกราชทางวัฒนธรรม ดังนั้นในปัจจุบันประเทศสวิตเซอร์แลนด์จึงมีประเพณีการดำรงชีวิตที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีตลอดจนประเพณีท้องถิ่น เทือกเขาแอลป์สวิสมีบทบาทสำคัญในการสร้างประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์
สถานที่ท่องเที่ยว หมู่บ้านในรัฐเบิร์นของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ชื่อเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) แปลว่า Many Fountains ซึ่งเป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงทิวทัศน์ของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมีน้ำตกเยอะถึง 72 แห่งในหุบเขา และยังมีน้ำตกที่สูงที่สุดในยุโรปด้วย นั้นคือน้ำตก Staubbach ที่ดิ่งลงมาจากหน้าผาเกือบ 300 เมตร เลยทีเดียวLauterbrunnen เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบตั้งอยู่กลางหุบเขาสูงชัน อยู่ลึกเข้ามาจากเมืองอินเทอร์ลาเคินราว 12 กิโลเมตร ที่นี้ยังเป็นทางผ่านไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในแถบเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์
การคมนาคม เป็นประเทศที่ค่อนข้างเล็กจากเหนือจรดใต้ห่างกันเพียง 220 กิโลเมตร และจากตะวันออกถึงตะวันตก 348 กิโลเมตร เท่านั้น และมีประชากรเพียง 8.723.277 ล้านคน ในปี 2020 เทียบปี 2000 กับ 2020 มีรถยนต์เพิ่มขึ้นประมาณ 31 %
ปัญหาสิ่งแวดล้อม และ วิธีป้องกัน
สวิตเซอร์แลนด์มีปริมาณขยะพลาสติกต่อหัวเกือบ 100 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปถึง 3 เท่า แต่สวิสมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพและได้รับความร่วมมือในการส่งเสริมการรีไซเคิลและลดปริมาณขยะพลาสติกจากทุกภาคส่วน ทำให้สามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างสำเร็จลุล่วง โดยกระบวนการรีไซเคิลขยะพลาสติกของสวิตฯ เริ่มต้นมาจากครัวเรือน ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม รัฐบาลท้องถิ่นส่วนใหญ่ในสวิตฯ มีนโยบายการเก็บภาษีขยะแบบต่อถุง ซึ่งกระตุ้นให้ประชาชนหาวิธีลดปริมาณขยะที่จะทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด โดยคัดแยกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่