ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค33101 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ค33201 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
-รายวิชากิจกรรมอิสระ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- อบรมจริยธรรม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมหน้าเสาธง โฮมรูม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เวรประจำวัน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC) จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
####################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเยี่ยมบ้าน ปีการศึกษา 2568
คำสั่งแต่งตั้งครูที่ปรึกษา ภาคเรียนที่ 1/2568
คำสั่งแต่งตั้งครูเวรประจำวัน ภาคเรียนที่ 1/2568
####################################################
กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
- งานกิจกรรมนักเรียนและวันสำคัญ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานชุมชนสัมพันธ์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
####################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2568
####################################################
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากผลการจัดการเรียนการสอนเรื่องเรื่องลำดับและอนุกรม ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดคือร้อยละ 60 มีจำนวนร้อยละ 74.53 ดังนั้นยังมีนักเรียนที่ยังมีผลการเรียนยังไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ร้อยละ 25.47 ครูผู้สอนจึงเห็นว่าต้องการพัฒนาผลการเรียนของนักเรียนให้ผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอีกทั้งพัฒนาผลการเรียนของนักเรียนที่ผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดแล้ว ให้มีผลการเรียนเพิ่มมากขึ้นยิ่งๆขึ้นไป ดังนั้นครูผู้สอนจึงได้มีการวิเคราะห์และทบทวนเพื่อหาสาเหตุ ที่ทำให้นักเรียนมีผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ โดยการสอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้นักเรียนทำแบบทดสอบไม่ได้ โดยเน้นคำถามอยู่ 4 ประเด็นคือ 1. เรื่องที่ออกแบบทดสอบได้เรียนหรือไม่ 2. ขณะเรียนเข้าใจหรือไม่ 3. ได้ทำแบบฝึกหัดหรือมีตัวอย่างลักษณะเดียวกับแบบทดสอบหรือไม่ 4. นักเรียนทำแบบทดสอบได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ซี่งคำตอบที่ได้จากนักเรียนคือ นักเรียนได้เรียนรู้แล้ว
มีความเข้าใจในขณะเรียน ได้มีการทำแบบฝึกหัดและศึกษาตัวอย่างลักษณะเดียวกับแบบทดสอบแล้ว แต่ทำแบบทดสอบไม่ได้ สาเหตุเพราะนักเรียนลืม จำไม่ได้ ดังนั้นผู้สอนจึงได้วิเคราะห์และเห็นว่าปัญหาจากการเรียนการสอนที่ทำให้นักเรียนมีผลการเรียนต่ำ คือ นักเรียนจำสิ่งที่เรียนไม่ได้ ครูผู้สอนได้คิดหาวิธีเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยใช้การจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนแบบ 3 in 1
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องลำดับเลขและอนุกรม ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2561) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2563
2.2 เขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องลำดับและอนุกรม ตามเนื้อหาที่กำหนดในหน่วยการเรียนรู้ โดยเน้นกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 3 in 1 คือมีการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการค้นพบองค์ความรู้เป็นขั้นตอนที่ 1 มีการยกอย่างโจทย์เป็นขั้นตอนที่ 2 และให้นักเรียนได้ทำแบบฝึกหัดที่มีโจทย์ลักษณะเดียวกับตัวอย่างเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ซ้ำๆ เป็นขั้นตอนที่ 3
2.3 สร้างสื่อการเรียนรู้(ใบงาน)ให้สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 3 in 1 โดยเป็นสื่อที่ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ซ้ำๆ
2.4 ประเมินผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนเรื่องลำดับและอนุกรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน
2.5 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ข้างต้น
2.6 ประเมินผลสัมฤทธิ์หลังเรียนเรื่องลำดับและอนุกรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยแบบทดสอบหลังเรียน และแบบประเมินความคิดเห็น
2.7 ปรับปรุงหรือพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ให้มีคุณภาพมากขึ้นตามผลการสะท้อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และผลการประเมินผลสัมฤทธิ์หลังเรียน
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่องลำดับและอนุกรม ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 60 ขึ้นไป จำนวนร้อยละ 96.78 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.25)ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่ได้เรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 3 in 1
นักเรียนร้อยละ 87.31 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนแบบ 3 in 1 อยู่ในระดับพึงพอใจขึ้นไป
ตัวชี้วัด (Indicators)
ผู้เรียนร้อยละ 70 มีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของครู อยู่ในระดับมากขึ้นไป
ผู้เรียนร้อยละ 78 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ตั้งแต่ 2.5 ขึ้นไป
ขอขอบคุณที่ปรึกษาในการพัฒนาเว็บไซต์ PA Online
นายแลกดี ฉายานามชัย
ครู โรงเรียนบ้านแม่ละมุ้งวิทยาคม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต2