ผู้จัดทำ
ผู้จัดทำ
นางจิราภรณ์ พึ่งพิณ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ภาคเรียนที่ 2/2567
ชั่วโมงสอนตามตารางสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4
กลุ่มสาระการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย/รายวิชาภาษาไทย จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์/รายวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์/รายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ/รายวิชาสังคมศึกษาฯ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ/รายวิชาประวัติศาสตร์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ/รายวิชาการป้องกันการทุจริต จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ/รายวิชาทัศนศิลป์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ/รายวิชาศิลปะเพิ่มเติม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ/รายวิชาการงานอาชีพ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ/รายวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
แนะแนว จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ส่งเสริมคุณธรรม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2567
################################################
งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการเรียนรู้/การสร้างสื่อ/การสร้างเครื่องมือ ประเมินผล วิจัยในชั้นเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานที่ปรึกษาและระบบดูแลนักเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC) จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2567
################################################
งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
หัวหน้างานโครงการอาหารกลางวัน จํานวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
ครูเวรประจําวันศุกร์ จํานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รับผิดชอบงานอนามัยโรงเรียน จํานวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
โครงการอ่านออกเขียนได้อ่านคล่องเขียนคล่อง จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2567
################################################
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ภาคเรียนที่ 1/2568
ชั่วโมงสอนตามตารางสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4
กลุ่มสาระการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย/รายวิชาภาษาไทย จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์/รายวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์/รายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ/รายวิชาสังคมศึกษาฯ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ/รายวิชาประวัติศาสตร์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ/รายวิชาการป้องกันการทุจริต จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ/รายวิชาทัศนศิลป์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ/รายวิชาศิลปะเพิ่มเติม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ/รายวิชาการงานอาชีพ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ/รายวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
แนะแนว จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ส่งเสริมคุณธรรม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2568
################################################
งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการเรียนรู้/การสร้างสื่อ/การสร้างเครื่องมือ ประเมินผล วิจัยในชั้นเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานที่ปรึกษาและระบบดูแลนักเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC) จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2568
################################################
งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
หัวหน้างานโครงการอาหารกลางวัน จํานวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
ครูเวรประจําวันศุกร์ จํานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รับผิดชอบงานอนามัยโรงเรียน จํานวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
โครงการอ่านออกเขียนได้อ่านคล่องเขียนคล่อง จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
################################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2568
################################################
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
ประเด็นท้าทาย 2/2567
เรื่อง “การพัฒนาอ่านออกเสียงควบกล้ำ โดยใช้แบบฝึกการอ่านคําควบแท้และคําควบไม่แท้ วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4”
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู (วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การแก้ปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง “การพัฒนาอ่านออกเสียงควบกล้ำ โดยใช้แบบฝึกการอ่านคําควบแท้และคําควบไม่แท้ ในรายวิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4”
ข้าพเจ้า นางจิราภรณ์ พึ่งพิณ ตำแหน่ง ครู ผู้สอนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 รับผิดชอบทำการสอนให้กับนักเรียนทั้งหมด 30 คน พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในวิชาภาษาไทยของชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 อยู่ในระดับที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจใน มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนได้กำหนดไว้ คือร้อยละ 65 คะแนน เฉลี่ยการทดสอบประจำบทเรียนในแต่ละหน่วย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ถูกกำหนดให้เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักในช่วงชั้นที่ 1 ซึ่งต้องสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตรสมรรถนะที่นักเรียนต้องรู้และควรรู้ตามตัวชี้วัด จากการนำผลตรวจแบบฝึกหัด/ใบงานในเนื้อหา ที่เป็นภาระงานให้นักเรียนได้ทำการเรียนจึงสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แสดงให้เห็นว่านักเรียนยังขาดความเข้าใจไม่มีความรู้พื้นฐานและความรู้ทางภาษาไทย ข้อปัญหาที่พบ คือ นักเรียนภายในห้องเรียนเจอปัญหาด้านการอ่านออกเสียงคําควบกล้ําอ่านไม่คล่องและไม่ชัดเจน และนักเรียนขาดความมั่นใจในการอ่าน ทางผู้วิจัยนั้นเกิดความสนใจในการแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงคําควบกล้ําของ นักเรียน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคําควบกล้ํา และต้องการดําเนินการแก้ไขปัญหาและ ต้องการพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากสภาพปัญหาส่งผลให้ปัญหาการอ่านออกเสียงคําควบกล้ำในชั้นประถมศึกษาปีที่3/4 ไม่ผ่านตัวชี้วัดการเขียนในรายวิชาภาษาไทย จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยต่าง ๆ พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะกระบวนการอย่างเป็นขั้นตอน และสร้างองค์ความรู้ActiveLearning เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยกระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558)
ด้วยเหตุนี้ จึงส่งผลกระทบถึงคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 ในรายวิชาภาษาไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาการเรียน โดยการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ เข้ามาเพื่อช่วยแก้ปัญหาการเรียนรู้ จากเหตุผลดังกล่าวผู้สอนจึงมีความสนใจที่จะศึกษาเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เน้นกระบวนการคิด การร่วมมือ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความมุ่งมั่นในการเรียนและการทำงาน เกิดความท้าทายและสนุกกับการเรียน และจะส่งผลให้ผู้เรียนพัฒนาคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ดียิ่งขึ้น
ผู้สอนจึงสนใจที่จะเพิ่มคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการพัฒนาจัดการเรียนการเรียนการสอนแบบ Active learning โดยใช้แผนการสอนคิด ที่กำหนดกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Do now (ขั้นนำ) Purpose (ขั้นกำหนดเป้าหมาย) Work mode (ขั้นสอน) Reflective Thinking (ขั้นสรุป) และใช้เครื่องมือสอนคิดในการวัดและประเมินผลรายวิชา ภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นระถมศึกษาปีที่ 3/4
2) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการเรียนการสอนแบบ Active learning โดยใช้แผนการสอนคิด เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอยและยกระดับคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
3) ออกแบบโครงสร้างรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนการสอนคิด ที่กำหนดกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Do now (ขั้นนำ) Purpose (ขั้นกำหนดเป้าหมาย) Work mode (ขั้นสอน) Reflective Thinking (ขั้นสรุป) และใช้เครื่องมือสอนคิดในการวัดและประเมินผล วิชา ภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4
4) นำแผนการสอนคิด ที่จัดทำขึ้นไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทที่สอน
5) บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ และนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาผลการเรียนรู้ให้นักเรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
6) เมื่อประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา นำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพแก่ครูผู้สอนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
เชิงปริมาณ
เมื่อทําการเปรียบเทียบคะแนนก่อนหลังนักเรียนมีเกณฑ์คะแนนที่ดีขึ้นและเข้าใจมีการพัฒนาการอ่าน คําควบกล้ำ หลังเรียนของนักเรียนซึ่งผลสัมฤทธิ์จากการวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้ เกี่ยวกับคําควบกล้ำ สามารถอ่านออกเสียงคําควบกล้ำได้ถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้น ความเข้าใจประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น และพบว่า มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ปีงบประมาณ 2567 (1 ตุลาคม 2566 – 30 กันยายน 2567) มีความรู้ในรายวิชาภาษาไทย และมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ รู้จักการคิดวิเคราะห์และการคิดเชิงสร้างสรรค์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการแก้เป็นหาการเรียนรู้
ประเด็นท้าทาย 1/2568
เรื่อง “การพัฒนาการอ่านข้อความได้อย่างถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วิธีสอนแบบร่วมมือ ”
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม ก่อให้เกิดเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 1) ทั้งนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผู้วิจัยมีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับการอ่านข้อความให้ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สอดคล้องมาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยการอ่าน ตัวชี้วัด ป.3/1 อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว
การอ่าน หมายถึง กระบวนการสื่อสารระหว่างผู้อ่านและผู้เขียน โดยใช้ตัวอักษร เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดประสบการณ์ความคิดต่างๆ ของผู้เขียน ทำให้ผู้อ่านเข้าใจจุดมุ่งหมายของการเขียน (รักชนก แสงภักดีจิต, 2548 : 1) การอ่านมีความสำคัญ ได้แก่ 1) ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ และตอบสนองความอยากรู้ของผู้อ่าน 2) ทำให้ผู้อ่านมีการพัฒนาขึ้นทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 3) ทำให้ได้รับความเพลิดเพลิน สนุกสนาน คลายเครียดหลังงานประจำ 4) ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ได้ และ 5) ทำให้สามารถพัฒนาตนเองและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพได้ (สมพร แพ่งพิพัฒน์, 2547 : 123) อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอนการอ่านข้อความให้ถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในชั้นเรียน ที่ผ่านมา ผู้วิจัยสังเกตพบว่า นักเรียนยังมีปัญหาด้านการอ่านข้อความได้ถูกต้อง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหาแนวทางพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
การพัฒนาการอ่านข้อความได้ถูกต้อง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นจะต้องพัฒนาผ่านวิธีการสอนที่สอดคล้อง และเหมาะสม คือ วิธีการสอนแบบร่วมมือ ซึ่งหมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คน สมาชิกในกลุ่มมีระดับความสามารถแตกต่างกัน สามารถสื่อสาร และร่วมกันปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย โดยที่สมาชิกแต่ละคน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนและของกลุ่ม โดยมีเป้าหมายร่วมกันและได้รับรางวัลร่วมกันเมื่อกลุ่มประสบความสำเร็จ (อรนุช ลิมตศิริ, 2554 : 115) โดยมีขั้นตอนการสอน ได้แก่ ขั้นเตรียมการสอน ขั้นทำกิจกรรมกลุ่ม ขั้นตรวจสอบผลงานและทดสอบ ขั้นสรุปบทเรียน และประเมินผลการทำงานกลุ่ม (อาภรณ์ ใจเที่ยง, 2550 : 122-123)
ด้วยเหตุผลและความสำคัญของการอ่านข้อความให้ถูกต้อง ข้าพเจ้าจึงสนใจการพัฒนาการอ่านข้อความได้อย่างถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วิธีสอนแบบร่วมมือ เพื่อการพัฒนาการอ่านข้อความได้อย่างถูกต้องของนักเรียนให้เพิ่มยิ่งขึ้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1. จัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ในการทำวิจัยผู้จัดทำได้หาใบความรู้และแบบฝึกหัดพัฒนาการเรียนรู้ ไปทดลองกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 จำนวน 32 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
2.ใบความรู้และแบบฝึกหัดพัฒนาการเรียนรู้ ก่อนที่ผู้จัดทำจะนำใบความรู้และแบบฝึกหัดพัฒนาการเรียนรู้ไปใช้นั้น ได้ชี้แจงให้นักเรียนทราบขั้นตอนให้เข้าใจตรงกันเสียก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและ ข้อบกพร่องมีรายละเอียดดังนี้
2.1 ชี้แจงวัตถุประสงค์ วิธีใช้ใบความรู้และแบบฝึกหัดพัฒนาการเรียนรู้แก่นักเรียนให้เข้าใจขั้นตอนก่อน
2.2 ขั้นประกอบกิจกรรม โดยให้นักเรียนมีบทบาทในการปฏิบัติ เพื่อบรรลุถึงจุดประสงค์ที่วางไว้
2.3 ขั้นสรุป เป็นการสรุปความเข้าใจของนักเรียนในเรื่องนั้น
2.4 ทำแบบทดสอบท้ายบท
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
เชิงปริมาณ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การพัฒนาการอ่านข้อความได้อย่างถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วิธีสอนแบบร่วมมือของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 หลังการใช้วิธีสอนแบบร่วมมือพัฒนาการเรียนรู้สูงกว่าก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 80.63
เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การพัฒนาการอ่านข้อความได้อย่างถูกต้องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่สูงขึ้น มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง สามารถเชื่อมโยงความรู้จากเนื้อหาในบทเรียนและสรุปประเด็นที่สำคัญได้
คลิปวิดีโอการจัดการเรียนรู้
ขอขอบคุณที่ปรึกษาในการพัฒนาเว็บไซต์ PA Online
- วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
- รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานบุคคลและวิชาการ
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต ๒
- วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
- รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต ๒
- วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
- รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานทั่วไปและวิชาการ
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต ๒