โรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยา ดำเนินงานตามนโยบายจากต้นสังกัด
นโยบาย (Quick Win) โดยได้ดำเนินการโดยใช้กระบวนการบริหาร และสร้างความเป็นพลเมืองดีให้กับเยาวชน
"พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทในสถานศึกษา ด้วยกระบวนการบริหาร TIN TEAM MODEL"
โรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ได้จัดการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 โดยปัจจุบันมีจำนวนนักเรียน 226 คน เนื่องจากโรงเรียนมีระยะห่างจากตัวจังหวัดแพร่ ประมาณ 3 กิโลเมตร อีกทั้งผู้ปกครองมีค่านิยมในการส่งบุตรหลานไปเรียนในโรงเรียนยอดนิยมประจำจังหวัดแพร่ ส่งผลทำให้จำนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องต่อไป อีกทั้งสถานการณ์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เยาวชนและชุมชนกำลังอยู่ในสภาพแห่งถดถอยและความเสี่ยง ด้านความดีและจิตสาธารณะ ความเสี่ยงเหล่านี้หากไม่ได้รับการควบคุม หรือแก้ไขย่อมส่งผลเสียต่ออนาคตของเยาวชนและชุมชนต่อไป
ด้วยพระบรมราโชวาทเมื่อครั้งในวาระที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงตั้งพระราชปณิธานด้านการศึกษาจึงทรงมีพระราโชบาย เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน แห่งองค์พระบรมชนกนาถในการสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง โดยทรงมุ่งให้การศึกษาต้องสร้างพื้นฐานแก่นักเรียน 4 ด้าน ประกอบด้วย
1.มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อ
2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงมีคุณธรรม
3.มีงานทำ-มีอาชีพ และ
4.เป็นพลเมืองดีการปลูกฝังความสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมหรือสาธารณะ
การสร้างคุณธรรม จริยธรรม และสร้างความเป็นพลเมืองที่ดี การปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนรู้จักจิตสำนึกแล้วการเคารพ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจร่วมมือในการทำประโยชน์ เพื่อสังคมและส่วนรวมและสร้างความเป็นพลเมืองต่อสังคม
โรงเรียนถิ่นโอภาสวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ได้นำพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ในการสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี มีทัศนคติที่ถูกต้อง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงมีคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพและเป็นพลเมืองดีตามพระราชปณิธาน จึงได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุน “กระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทในสถานศึกษา” ต่อไป
ในการบริหารงานและขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนและนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ/สพฐ./สพม.แพร่นั้น ข้าพเจ้าได้ดำเนินการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานอาศัยการมีส่วนร่วม ในทุกภาคส่วน ด้วยกระบวนการบริหาร TIN TEAM MODEL โดยจัดสำรวจความต้องการจำเป็นของโรงเรียนในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำและประเมินนิเทศติดตามร่วมกัน มีการประชุมมอบหมายและกระจายอำนาจไปยัง 4 กลุ่มบริหารในโรงเรียน ประกอบไปด้วยกลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงบประมาณ กลุ่มบริหารทั่วไป กลุ่มบริหารบุคลากรและกิจการนักเรียน การดำเนินการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ด้วยกระบวนการบริหาร TIN TEAM MODEL ขับเคลื่อนการทำงานให้มีคุณภาพด้วยรูปแบบ PDCA ดังรูป
กระบวนการบริหาร TIN TEAM MODEL
T - ThaiLue ถิ่นไทลื้อชาติพันธุ์ไทลื้อ ที่มีบริบทและเอกลักษณ์เฉพาะด้านศิลปะและวัฒนธรรมประเพณี
I - Innovation วิธีการกระบวนการ นวัตกรรมสร้างและส่งเสริมคนดีและมีทักษะอาชีพ
N - Network เครือข่ายในชุมชน บ้าน วัด โรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ ขับเคลื่อนการศึกษาให้มีคุณภาพ
T - Teach การจัดการเรียนรู้สอนให้น้อยเรียนรู้ให้มากขึ้น Teach Less Learn More Teach
E - Energy พลังครูและนักเรียนสู่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษา Energy Teacher and Student of Change
A - Active learning – กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบเป็นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ
M – Moral and Management – การบริหารจัดการและกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท
ซึ่งในการบริหารงานผ่านกระบวนการบริหาร TIN TEAM MODEL นี้ได้มีการแบ่งอำนาจหน้าที่กัน เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารด้วยวิธีการที่หลากหลายและสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจและร่วมดำเนินงานโดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ เพื่อพัฒนานักเรียนได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานทางการศึกษาของชาติ รวมถึงเป้าหมาย พันธกิจ กลยุทธ์ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของโรงเรียน และสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียนให้เป็นที่ยอมรับและศรัทธาของนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
ขับเคลื่อนการทำงานให้มีคุณภาพด้วยรูปแบบ PDCA
1. P – Plan การวางแผน และวิเคราะห์ปัญหา คือ การกำหนดเป้าหมายจากปัญหา และสร้างออกมาเป็นแผนในการดำเนินงาน เพื่อทำให้แผนงานประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นในขั้นตอนนี้จะต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนเสียก่อน และต้องกำหนดให้ครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงสิ้นสุดกระบวนการ
2. D – DO การลงมือปฏิบัติ คือ เป็นขั้นตอนของการลงมือปฏิบัติตามแผน โดยนำแผนดังกล่าวมาใช้ดำเนินการ
จริงเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ หัวใจสำคัญของขั้นตอนนี้คือ การทดสอบเก็บข้อมูล ซึ่งเป็นการทดสอบแผนงานจากกระบวนการที่ก่อนหน้านี้เพื่อเก็บผลลัพธ์ โดยนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาเพิ่มและใช้งานจริงภายหลัง
3. C – Check การตรวจสอบ (Check) คือ ขั้นตอนในการตรวจสอบ เพื่อหาช่องทางในการพัฒนากระบวนการ
ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพิจารณาผลลัพธ์ในขั้นตอนลงมือปฏิบัติว่าสามารถทำให้เป้าหมายที่วางแผนไว้แต่แรกเป็นจริงได้หรือไม่ หากเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ก็สามารถไปสู่ขั้นตอนต่อไป
4. A – Act การปรับปรุงแก้ไขและวางแผนใหม่ คือ ขั้นตอนของการดำเนินการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ดีขึ้นเมื่อเราได้วางแผน ทดสอบลงมือทำตามกระบวนการ ขั้นตอนต่อมาก็คือ การนำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง ส่วนใหญ่พบว่าเหตุที่ทำให้วงจร PDCA ไปไม่ถึงความสำเร็จ เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านทรัพยากร เช่น บุคคล เงินทุน เวลา ทักษะ เป็นต้น