ชื่อ-สกุล : นายรักษ์เกียรติ รักษ์อุดมการณ์
ตำแหน่ง : ครู วิทยฐานะ (ยังไม่มีวิทยฐานะ)
สถานศึกษา : โรงเรียนกระสังพิทยาคม
สังกัด : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
รับเงินเดือนในอันดับ : คศ.1
อัตราเงินเดือน : 23,760 บาท
ประเภทห้องเรียน : ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1. ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
รวมภาระงานทั้งหมด 36 ชั่วโมง/สัปดาห์ เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดังนี้
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 23 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 2 (ค21202) จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน 6 (ค23102) จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 6 (ค23202) จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมชุมนุม ส่งเสริมวิชาการ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมสังคมและสาธารณะประโยชน์ ม.3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมจำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ และแบบทดสอบ จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ (PLC) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมจำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายวิชาการ งานวัดและประเมินผล จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานเวรประจำวันจันทร์ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น รวมจำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
2. ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
รวมภาระงานทั้งหมด 36 ชั่วโมง/สัปดาห์ เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดังนี้
2.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 (ค21201) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 (ค23101) จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 5 (ค23201) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชา ทักษะคณิตศาสตร์ (ค20208) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมชุมนุม Game Theory จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมสังคมและสาธารณะประโยชน์ ม.1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
2.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมจำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ และแบบทดสอบ จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ (PLC) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
2.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมจำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายวิชาการ งานวัดและประเมินผล จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานเวรประจำวันอังคาร จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
2.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น รวมจำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5 ขั้น (5E) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้
ปัจจุบันพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ประสบผลสำเร็จในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เท่าที่ควร ดังจะเห็นได้จากผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2567 ของนักเรียนส่วนใหญ่ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 50 โดยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้คะแนนเฉลี่ย 24.87 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน สาระที่โรงเรียนควรเร่งพัฒนาเนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนต่ำกว่าระดับคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ได้แก่ บูรณาการ จํานวนและการดําเนินการ พีชคณิต การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจเกิดจากการเรียนรู้อย่างไม่เป็นลำดับขั้น ทำให้นักเรียนขาด การคิดวิเคราะห์ทำให้ยากต่อการเรียนรู้ในเรื่องพหุนาม กลวิธีหนึ่งที่ทำให้นักเรียนเรียนรู้เนื้อหาอย่างเป็นลำดับขั้นและเป็นระบบก็คือ การเรียนแบบสืบเสาะความรู้ 5 ขั้น ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการที่จำเป็นต่อผู้เรียน ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้วิจัยสนใจที่จะนำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถในคิดวิเคราะห์และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียว ของมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนโดยใช้การเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) วิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ตามหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ในเรื่องของมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด จัดทำคำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 และเนื้อหาเรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว
2.2 สร้างและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยใชการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E)
2.3 จัดทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว เพื่อใช้ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
2.4 จัดทำแบบประเมินทักษะกระบวนการ ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
2.5 ให้คุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ในเนื้อหา การเฉลยของตัวอย่าง กิจกรรม และใบงาน แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน พร้อมทั้งเสนอแนะ เพื่อปรับปรุง แก้ไข
2.6 ครูผู้สอนนำสื่อเอกสารประกอบการเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐาน 5 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว มาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนกระสังพิทยาคม
2.7 ครูผู้สอนนำแบบทดสอบก่อนเรียน สื่อเอกสารประกอบการเรียน และใบงาน ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2568 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ทั้งในรูปแบบ ONLINE หรือ ONSITE โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบท
2.8 บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการเรียน เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว โดยใชการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบเป็นระยะ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในเรื่องใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และการสอนซ่อมเสริม สำหรับใช้แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ศึกษา และทำการทดสอบใหม่ จนนักเรียนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 4 ห้อง รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 160 คน ร้อยละ 70 ได้รับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยใชการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E)
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 4 ห้อง รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 160 คน ได้ฝึกทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับการศึกษา เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว โดยใชการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำความรู้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้
4. ผลลัพธ์ที่ได้
4.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 100 ได้รับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
4.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว อยู่ในระดับ ดี
แบบข้อตกลงในการปฏิบัติงาน (PA)
ผู้สอนได้ ปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น