Welcome To MATH TA . COM
ข้าพเจ้า นายชิณท์ณภัทร์ บุญเบ้า ตำแหน่ง ครู
ขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน...21..ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 (ค21201)ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน ...4.... ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม 5 (ค23201) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน ...14.... ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาลูกเสือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
จำนวน..1.. ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาชุมนุม MINE MATH
จำนวน ..1.. ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมการป้องกันการทุจริต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
จำนวน ..1.. ชั่วโมง/สัปดาห์
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
ประเด็นที่ท้าทาย ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของ
ผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ ครูชำนาญการ
คือ การแก้ปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์
โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง พาราโบลา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ Active Learning
1. สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
สภาพปัญหาของผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ ยังพบปัญหาอย่างมากในการคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการ
แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เนื่องจากนักเรียนไม่เข้าใจถึงกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ซึ่งแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบเดิมยังไม่ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เท่าที่ควร เนื่องมาจากบริบทของสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงสื่อ/เทคโนโลยีของผู้เรียนค่อนข้าง
ไม่ครอบคลุม จึงส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ต่อผู้เรียนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะกระบวนการ
แนวคิดเชิงคำนวณที่ดีขึ้น ครูผู้สอนจึงใช้วิธีการประยุกต์จากเทคโนโลยีด้วยแบบการใช้แบบฝึกทักษะ และการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนในรูปแบบ Active Learning ซึ่งนวัตกรรมที่นำมาปรับประยุกต์ใช้ในการพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา
โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ควรมีลักษณะเร้าความสนใจของผู้เรียนท้าทายความสามารถ เข้าใจง่าย มีภาพ เสียง
วิดีโอประกอบ วางรูปแบบสวยงามและสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง อันจะส่งผลให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการ
แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และประยุกต์ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แบบฝึกทักษะ มีความสำคัญและมีประโยชน์
ต่อการเรียนการสอนวิชาที่เป็นทักษะมาก เพราะเป็นสื่อการสอนที่ช่วยลดภาระของครู ช่วยให้นักเรียนได้ฝึกทักษะให้ดีขึ้น
ส่งเสริมในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล ทำให้นักเรียนประสบผลสำเร็จในทางจิตใจมากขึ้น ช่วยเสริมทักษะแนวคิดเชิงคำนวณ
ให้คงทน รวมทั้งเป็นเครื่องมือวัดผลการเรียนหลังจากเรียนบทเรียนแล้ว ตลอดจนนักเรียนสามารถทบทวนได้ด้วยตนเอง
ทำให้ครูมองเห็นปัญหาต่าง ๆ ของนักเรียนได้ชัดเจน นักเรียนสามารถฝึกฝนได้เต็มที่นอกเหนือจากที่เรียนในเวลาเรียน
ซึ่งทำให้ผู้เรียนเห็นความก้าวหน้าของตนเอง เพื่อให้กิจกรรมมีความหลากหลาย ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สามารถนำไป
ประยุกต์ใช้ได้ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะได้ทุกเวลาจากเทคโนโลยีซึ่งทำให้กิจกรรมน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561)
และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนกระสังพิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2563 ในเรื่องของมาตรฐานการเรียน
และตัวชี้วัดของเนื้อหารายวิชาคณิตศาสตร์
2.2 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์
โดยกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้แบบฝึกทักษะ
2.3 เข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยครูในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ และเข้าไปสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบฝึกหัด พร้อมทั้งเสนอแนะ และสะท้อนผล
การจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไขให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ ให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ผู้เรียน และโรงเรียน
2.4 ครูผู้สอนนำกิจกรรมมาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนกระสังพิทยาคม
2.5 ครูผู้สอนสร้างแบบทดสอบ และแบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม โดยตรวจสอบความเที่ยงตรงของแบบทดสอบ
ด้วยค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) ด้วยผู้เชี่ยวชาญ และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
2.6 นำแบบทดสอบทดลองและกิจกรรมที่ออกแบใช้กับผู้เรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ที่เคยเรียนเนื้อหาในรายวิชาคณิตศาสตร์
เพิ่มเติม 5 (ค23201) เพื่อปรับปรุงแบบทดสอบอีกครั้ง
2.7 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ในรูปแบบ ONSITE โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบท
ของห้องเรียนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะ และใช้เทคนิค
การสอนแบบ Active Learning ดังนี้
1) การเรียนรู้ในห้องเรียน
2) การทดลองทำแบบฝึกทักษะ
3) การตรวจสอบความเข้าใจ
4) การวิเคราะห์เนื้อหาและการนำเสนอ
5) การทดสอบเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจ
2.8 บันทึกผลการเรียนรู้ของสรุปสารสนเทศของผู้เรียน แล้วแจ้งให้ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทราบ และได้รับการพัฒนาจนกว่าผู้เรียน
จะผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
2.9 สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนและผู้ปกครองในการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม
ลักษณะของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นดังนี้
1. เป็นการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิด การแก้ปัญหา และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
2. เป็นการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้สูงสุด
3. ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้และจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
4. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนทั้งในด้านการสร้างองค์ความรู้ การสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันร่วมมือกัน
มากกว่าการแข่งขัน
5. ผู้เรียนเรียนรู้ความรับผิดชอบร่วมกัน การมีวินัยในการทำงาน และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ
6. เป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนอ่าน พูด ฟัง คิดอย่างลุ่มลึก ผู้เรียนจะเป็นผู้จัดระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง
7. เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการคิดขั้นสูง
8. เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลข่าวสาร หรือสารสนเทศ และหลักการความคิดรวบยอด
9. ผู้สอนจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเอง
10. ความรู้เกิดจากประสบการณ์ การสร้างองค์ความรู้ และการสรุปทบทวนของผู้เรียน
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
การจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ ถือว่าเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญที่จะส่งผลให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิดด้านอื่นๆ ที่สูงขึ้น การคิดวิเคราะห์จะช่วยให้รู้ข้อเท็จจริง รู้เหตุผลเบื้องต้นของสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจความเป็นมาเป็นไปของเหตุการณ์ รู้ว่าเรื่องนั้นมีองค์ประกอบอะไรบ้าง รู้รายละเอียดของสิ่งต่างๆ ทำให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นพื้นฐานความรู้ เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยอาศัยกระบวนการคิดวิเคราะห์ แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดประเด็นปัญหา 2) การวิเคราะห์หาคำตอบหรือทางออกของปัญหา 3) การสรุปคำตอบและกำหนดกรอบแนวคิด และ 4) การขยายผลสู่การปฏิบัติหรือสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ผ่านการคิดวิเคราะห์ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้สู่การปฏิบัติ
ก่อเกิดผลงานที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ทำให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจจากผลงานของตนเอง กระบวนการคิดวิเคราะห์ที่นักเรียนได้ปฏิบัติผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะ สามารถประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากผลงานนั้นๆ และทักษะที่เกิดขึ้นกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีทั้งข้อมูลเนื้อหาวิชาซึ่งเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทักษะชีวิต อันจะก่อให้เกิดความรู้และทักษะที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ตามความมุ่งหมายทางการศึกษาอย่างแท้จริง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกระสังพิทยาคม ร้อยละ 75 ที่เรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม
มีผลสัมฤทธิ์เพิ่มสูงขึ้น
3.2 เชิงคุณภาพ
การปรับประยุกต์/เทคนิค/สื่อการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ กับเทคนิคการสอนแบบ Active Learning รายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
4. ผลลัพธ์ที่ได้
4.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกระสังพิทยาคม ร้อยละ 80 ที่เรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม
มีผลสัมฤทธิ์เพิ่มสูงขึ้น
4.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกระสังพิทยาคม ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการ การปรับประยุกต์/เทคนิค/สื่อการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ กับเทคนิคการสอนแบบ Active Learning
รายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ทำให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเกิดการเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น
ดาวน์โหลดเอกสารรายงานผลบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน