แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทเรียนออนไลน์ ครูกุลริสา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนกระสังพิทยาคม สพม.บุรีรัมย์
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
📚 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 รวมจำนวน 34 ชั่วโมง/สัปดาห์
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/รายวิชาฟิสิกส์ 3 (ว32203) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/วิทยาศาสตร์กายภาพชีวภาพ 1 (ว30201) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/รายวิชาโลกและอวกาศ (ว30101) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมสังคม-สาธารณะประโยชน์ ม.5 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมยุวกาชาด จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่งานงบประมาณ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าผู้นำยุวกาชาดระดับชั้น ม.2 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรม 5ส จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
📚 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 รวมจำนวน 33 ชั่วโมง/สัปดาห์ (คาดการณ์)
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/รายวิชาฟิสิกส์ 2 (ว32202) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ-ชีวภาพ3(ว30203) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/รายวิชาปฏิบัติการวิทย์พลังสิบ 1 (ว30294) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (I20201) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/12 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาการป้องกันการทุจริต 1 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ส30327) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมยุวกาชาด จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่งานงบประมาณ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรม 5ส จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แสงเชิงคลื่น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
เนื่องจากวิชาฟิสิกส์ เป็นสาขาหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึง เรื่อง แสงเชิงคลื่น เป็นหัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สาขาอื่นๆ เป็นอย่าง
มาก วิชาฟิสิกส์มีลักษณะเป็นนามธรรม ต้องใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล ทั้งยังมีกฎเกณฑ์ กติกา ซึ่งยากที่จะทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ กติกา เหล่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีการจัดการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์คือ นักเรียนไม่เข้าใจขั้นตอนการทำโจทย์ นักเรียนมีคำถามมากเกี่ยวกับการทำโจทย์ นักเรียนเลือกใช้สมการยังไม่ถูกต้อง เนื่องจากนักเรียนมีขั้นตอนในการทำโจทย์ที่ไม่ชัดจนหรือการทำโจทย์ที่ไม่เป็นลำดับขั้นตอน ส่วนสาเหตุที่นักเรียนคำนวณไม่ได้ เพราะนักเรียนจำสูตรหรือสมการที่ใช้ในการคำนวณไม่ได้ และขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เมื่อนักเรียนจำสูตรไม่ได้ วิเคราะห์โจทย์ปัญหาไม่เข้าใจ จึงยากที่จะเกิดทักษะการเรียนรู้ในวิชาฟิสิกส์อย่างถูกต้องและยั่งยืน ทำให้ครูผู้สอนต้องคิดหาวิธีการสอนใหม่ๆมาทดลองใช้ ซึ่งวิธีที่จะใช้สอนวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เพื่อที่จะให้นักเรียนได้รับความรู้ทางด้านเนื้อหาและทักษะทางวิทยาศาสตร์ไปพร้อมๆ กันนั้น จะต้องจัดการเรียนการสอนโดยกำหนดสถานการณ์ให้นักเรียนได้ทำแบบฝึกทักษะ เพราะแบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนมีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ แบบฝึกทักษะเป็นสิ่งที่ครูได้เสนอข้อเท็จจริงหรือการจัดสถานการณ์ของนักเรียนให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาข้อเท็จจริง อันจะนำไปสู่การตั้งปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ถ้านักเรียนได้มีโอกาสฝึกคิดหาเหตุผลบ่อย ๆ จะทำให้นักเรียนมีความสามารถในการตัดสินใจในการแก้ปัญหา ดังนั้น การใช้แบบฝึกซึ่งจัดว่าเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งที่จะฝึกให้นักเรียนได้พัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน และทำให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะมากยิ่งขึ้น การฝึกทักษะเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งในการสอนฟิสิกส์ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์ทั่วไป การฝึกทักษะทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาดียิ่งขึ้น เพราะสามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง โดยใช้แบบฝึกทักษะฝึกทักษะหรือแบบฝึก คือ สื่อการเรียนการสอนชนิดหนึ่ง แบบฝึกหัดจึงมีความสำคัญต่อผู้เรียนไม่น้อยในการที่ช่วยเสริมสร้างทักษะให้กับผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ และเข้าใจเร็วขึ้น ชัดเจน กว้างขวางขึ้น ทำให้การสอนของครู และการเรียนของนักเรียนประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 112 คน ที่เรียนรายวิชาฟิสิกส์3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง แสงเชิงคลื่น สูงขึ้น ดังนี้
3.1.1 คะแนนทักษะการแก้โจทย์ปัญหา เรื่อง แสงเชิงคลื่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3.1.2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจของที่มีต่อการเรียนรายวิชาฟิสิกส์3 เรื่อง แสงเชิงคลื่น อยู่ในระดับมากขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนระดับชั้นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 112 คน มีกระบวนการเรียนรู้ ทักษะวิทยาศาสตร์ กระบวนการเชื่อมโยงความรู้ กระบวนการการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และมีความพึงพอใจต่อต่อการเรียนวิชาฟิสิกส์3 มากขึ้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนกระสังพิทยาคม
ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2564 ในเรื่องของมาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัดของเนื้อหารายวิชา รายวิชาฟิสิกส์ 2
2.2 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเกี่ยวข้องกับแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการสร้างแบบฝึก
ทักษะ การแก้โจทย์ปัญหา เรื่อง แสงเชิงคลื่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามขั้นตอน ดังนี้
2.2.1 กำหนดวัตถุประสงค์ทั่วไปของแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา เรื่อง แสงเชิงคลื่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้สอดคล้อง
กับสภาพการเรียนรู้ที่คาดหวังตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรโรงเรียน
2.2.2 กำหนดกลุ่มเป้าหมายของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนกระสังพิทยาคม อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
2.3 นำแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา เรื่อง แสงเชิงคลื่น ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยทำการหาดัชนี
ความสอดคล้อง (IOC) และนำแบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกระสังพิทยาคมมาปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำแบบฝึกทักษะที่ได้ปรับปรุงแล้วกลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่าน ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อประเมินคุณภาพของแบบฝึกทักษะโดยใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
2.4 นำแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แสงเชิงคลื่น ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่นักเรียนกลุ่ม
ตัวอย่าง เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในเรื่องความเหมาะสมของเวลาและกิจกรรม ก่อนที่จะนำไปทดลองแบบกลุ่มใหญ่
2.5 นำแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แสงเชิงคลื่น ฉบับสมบูรณ์ ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการ
จัดการเรียนรู้กับนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกระสังพิทยาคม อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
2.6 วิเคราะห์ข้อมูลการศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา วิชาฟิสิกส์ แสงเชิงคลื่น โดยการหาค่าเฉลี่ย
2.7 วิเคราะห์ข้อมูล สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 112 คน ที่เรียนรายวิชาฟิสิกส์ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง แสงเชิงคลื่น
สูงขึ้น ดังนี้
3.1.1 คะแนนทักษะการแก้โจทย์ปัญหา เรื่อง แสงเชิงคลื่น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3.1.2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 มีความพึงพอใจของที่มีต่อการเรียนรายวิชาฟิสิกส์ 2 เรื่อง แสงเชิงคลื่น อยู่ในระดับมากขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนระดับชั้นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 112 คน มีกระบวนการเรียนรู้ ทักษะวิทยาศาสตร์ กระบวนการเชื่อมโยงความรู้ กระบวนการการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และมีความพึงพอใจต่อต่อการเรียนวิชาฟิสิกส์ 2 มากขึ้น
📚 ประมวลภาพกิจกรรม 📚
📖 ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ 📖
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีการทดลอง
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีการทดลอง
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีการทดลอง
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีกระบวนการกลุ่มการอภิปรายกลุ่ม/นำเสนองานหน้าชั้นเรียน
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีกระบวนการกลุ่มการอภิปรายกลุ่ม/นำเสนองานหน้าชั้นเรียน
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีการทัศนาศึกษา
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเกมการศึกษา
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีศึกษาจาก
ปราญช์ท้องถิ่น เรื่องไฟฟ้า
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยการจัดค่าย
จัดกิจกรรมการแข่งขันอัจฉริยะวิทยาศาสตร์
เนื่องในกิจกรรมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ ปี 2568
จัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ฟิสิกส์และดาราศาสตร์
เนื่องในกิจกรรมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ ปี 2568
จัดกิจกรรมอบรมค่ายอัตลักษณ์วิถีพุทธ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
จัดบรรยากาศ ห้องเรียนให้สะอาด น่าดู น่าอยู่
น่าเรียน มีป้ายนิเทศก์ให้ความรู้ต่างๆ
จัดบรรยากาศ ห้องเรียนให้สะอาด น่าดู น่าอยู่
น่าเรียน มีป้ายนิเทศก์ให้ความรู้ต่างๆ
จัดบรรยากาศ ห้องเรียนให้สะอาด น่าดู น่าอยู่
น่าเรียน มีป้ายนิเทศก์ให้ความรู้ต่างๆ
📖 ด้านที่ 2 ด้านการส่งเสริมและสนับสนุน 📖
ประชุมผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.4/2
ปีการศึกษา 2568
รับเงินค่าเทอมนักเรียน
ปีการศึกษา 2568
ปฏิบัติหน้าที่ครูเวรประจำวันศุกร์
(เวรประจำอาคาร 3)
รับการนิเทศการจัดการเรียนการสอนจากสพม.บุรีรัมย์
📖 ด้านที่ 3 ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ 📖
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน ตำแห่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ลงชื่อ..........................กุลริสา..............................................
(นางสาวกุลริสา นาคนวล)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
.........5............./....กันยายน.............../...2568................