ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทเรียนออนไลน์ ครูกัลยารัตน์ แป้นศิริมงคลกุล กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนกระสังพิทยาคม สพม.บุรีรัมย์
ชื่อนางกัลยารัตน์ นามสกุล แป้นศิริมงคลกุล
ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนกระสังพิทยาคม
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
รับเงินเดือนในอันดับ คศ. 3 อัตราเงินเดือน 57,350 บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 17 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว23102
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาพลังงานทดแทนเพื่อการเกษตร ว21209 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาลูกเสือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาชุมนุมนักดาราศาสตร์รุ่นเยาว์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาการป้องกันการทุจริต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงิน
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
- งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมลดเวลาเรียน-เพิ่มเวลารู้
- นโยบาย No Child Left Behind
รวมภาระงานตั้งแต่ข้อที่ 1.1+1.2+1.3+1.4 = 25 ชั่วโมง
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 17 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว23101
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาของเล่นของใช้ ว21208 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาลูกเสือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาชุมนุมนักดาราศาสตร์รุ่นเยาว์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาการป้องกันการทุจริต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงิน
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
- งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมลดเวลาเรียน-เพิ่มเวลารู้
- นโยบาย No Child Left Behind
รวมภาระงานตั้งแต่ข้อที่ 1.1+1.2+1.3+1.4 = 25 ชั่วโมง
1.1 สร้างและพัฒนาหลักสูตร
1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้
1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อนวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการ และงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วม และเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้และเป็นแบบอย่างที่ดี
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน และเป็นแบบอย่างที่ดี
ประชุมวางแผนการจัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามที่ได้รับมอบหมายตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้
จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเรื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเรื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเรื่องการหักเหของแสง
จัดการเรียนการสอน โดยเน้นการปฏิบัติจริงเรื่องการเกิดปฏิกริยาเคมี
จัดการเรียนการสอน โดยเน้นการปฏิบัติจริง เรื่องเครื่องกลอย่างง่าย
จัดการเรียนการสอน โดยเน้นการปฏิบัติจริง เรื่องมุมไหนให้ความสว่างสูงสุด
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะ .ครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2562 ได้กำหนดบทบัญญัติในการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่านักเรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้พัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุด ทั้งนี้เพื่อมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
นอกจากนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ได้กำหนดแนวนโยบายการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการศึกษาไว้อย่างชัดเจน ที่จำเป็นต้องใช้กระบวนการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและจริงจัง โดยได้กล่าวไว้ว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งระดมปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้คนไทยในประเทศมีศักยภาพสูงสุดในการดำรงชีวิต และร่วมกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติ โดยการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า นักเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ซึ่งครูต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของนักเรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มีการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น รักการอ่าน และเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ นวลจันทร์ วิเศษ (2546 : 75) ที่กล่าวว่า ครูจะต้องมีความรู้ความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียนและสอดคล้องกับสภาพจริง เลือกวิธีการสอนที่หลากหลาย และเหมาะสมกับเนื้อหาสาระที่มีการเรียนรู้
การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าว “ครู” ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สอน จะต้องเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้อง เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ ความถนัดและศักยภาพของนักเรียน มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อฝึกทักษะต่าง ๆ ฝึกกระบวนการคิด ฝึกกระบวนการด้านการจัดการให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จากการฝึกปฏิบัติ รวมทั้งมีการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยให้สังคม ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ เป็นผู้ที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และใฝ่เรียนรู้ ครูต้องรู้จักเลือกกิจกรรมการเรียนรู้ เลือกสรรวิธีการและรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนเลือกสื่อประกอบการเรียนรู้ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่ต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ นอกจากนี้ครูจะต้องศึกษาจิตวิทยาการศึกษา เพื่อเป็นองค์ประกอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนมีการพัฒนาและปรับปรุงติดตามผลเป็นระยะ ๆ เพื่อให้กาพัฒนา
การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (สุคนธ์ สินธุพานนท์ และคณะ. 2545 : 1)
วิทยาศาสตร์เป็นสาระการเรียนรู้หนึ่งใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการส่งเสริมและพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีระเบียบแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถวางแผน ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ (กรมวิชาการ. 2545 : 1) จึงถือว่า วิทยาศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และเป็นเครื่องมือที่นำความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ เทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนเป็นพื้นฐานของการค้นคว้าวิจัยทุกประเภท และเป็นที่ยอมรับกันว่า กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นแนวทางที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาความคิดของนักเรียนให้คิดอย่างมีระบบ มีเหตุมีผล แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ ได้ด้วย
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ มีความสำคัญยิ่งในสังคมปัจจุบันและอนาคต เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นผลผลิตที่เกิดจากการสร้างสรรค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งสิ้น นอกจากนี้ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดจินตนาการ คิดวิเคราะห์ และคิดสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ ทำให้เกิดทักษะในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์ เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge - based Society) ดังนั้น ทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะได้มีความรู้ความเข้าใจในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ และมีคุณธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มุ่งหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการ มีทักษะสำคัญในการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริง และเหมาะสมกับระดับช่วงชั้น
วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาหนึ่งที่มีลักษณะโครงสร้างและเนื้อหาวิชาที่มีความสลับซับซ้อน ยากต่อการทำความเข้าใจ เนื่องจากเป็นวิชาที่มีองค์ความรู้ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ในการแก้โจทย์ปัญหา ดังนั้น ผู้เรียนที่มีความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ไม่เพียงพอ จะส่งผลให้การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ไม่ประสบผลสำเร็จ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำหรือมีผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินขั้นต่ำ
นอกจากนี้ การที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจนั้น จากประสบการณ์ในการสอนของผู้รายงาน พบว่า มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้การเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนไม่ประสบผลสำเร็จ คือ ประการแรก ปัญหาจากตัวนักเรียน เช่น นักเรียนขาดความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ และนักเรียนมีปัญหาในการคิดวิเคราะห์ การคำนวณ ไม่มีจินตนาการ และแก้โจทย์ปัญหาไม่ได้ คิดช้าเพราะขาดการฝึกฝน ไม่ชอบเรียนหรือไม่อยากเรียน เพราะคิดว่าไม่รู้จะนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างไร สาเหตุประการที่สอง ปัญหาจากรายวิชาวิทยาศาสตร์ที่มีเนื้อหามากเกินไป ทำให้นักเรียนไม่ชอบจดหรือบันทึก วิชาวิทยาศาสตร์ยากเกินที่จะทำความเข้าใจ เพราะมีทั้งส่วนที่เป็นเนื้อหา กฎ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ และส่วนที่เป็นหลักการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ทำให้การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ไม่น่าสนใจ นักเรียนจึงไม่อยากเข้าเรียน ส่งผลให้มีเวลาเรียนไม่ครบตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนดไว้ หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์มีเนื้อหามากเกินไป ควรจะมีรูปภาพประกอบมากกว่านี้ เพื่อให้นักเรียนมองเห็นภาพได้ชัดเจน ทำให้น่าอ่านและเรียนเข้าใจมากขึ้น หนังสือวิทยาศาสตร์มีแบบฝึกหัดให้เลือกทำน้อยไม่ครอบคลุมเนื้อหาและไม่มีความหลากหลาย โดยส่วนมากเป็นโจทย์ปัญหาให้แสดงวิธีทำ และนักเรียนอยากให้มีเอกสารประกอบการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจมากขึ้น มีองค์ประกอบทั้งเนื้อหาสาระ มีรูปภาพประกอบสวยงาม มีใบความรู้ ใบกิจกรรม หรือแบบฝึกหัดอยู่ในเล่มเดียวกัน สามารถจดบันทึกลงไปในเอกสารได้เลย และถ้าไม่สามารถเข้าเรียนในห้องเรียนตามปกติพร้อมเพื่อนได้ สามารถอ่านใบความรู้และทำแบบฝึกหัดหรือใบกิจกรรมส่งครูตามหลังเพื่อนได้ จากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ผู้รายงานขอแยกเป็นประเด็นพิจารณา ดังนี้
ด้านความรู้ความเข้าใจ ครูจะต้องใช้เทคนิค วิธีการ เครื่องมือ สื่อ หรือนวัตกรรมประกอบการเรียนรู้ให้สามารถตอบสนองหรือเอื้อต่อนักเรียนได้ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหาสาระและข้อความรู้ที่สามารถศึกษาได้ด้วยตนเองทั้งในและนอกเวลาเรียน ใบกิจกรรมหรือใบงานที่สามารถทำส่งครูในภายหลังได้ จากข้อมูลข้างต้น ผู้รายงานจึงได้จัดทำแบบฝึกทักษะในด้านเนื้อหา และใบงานหรือใบกิจกรรม ไว้ใน Google classroom และ Google site ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าไปทำได้เมื่อมีเวลาว่างเพื่อทบทวนเนื้อหา มีองค์ประกอบที่สอดคล้องที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับนักเรียนได้
ด้านทักษะกระบวนการ ปีการศึกษาที่ผ่านมาผู้รายงานพบว่า ในเนื้อหาเรื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่นักเรียนได้เรียนรู้จากใบความรู้ ใบงาน และ power point นำเสนอ ซึ่งยังไม่กระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้สอนจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาสื่อ ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือสืบค้นและปฏิบัติจริง นักเรียนได้รับความสนุกสนาน และได้รับการพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เรื่องการต่อวงจรไฟฟ้า โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน ( 5 E ) เป็นแบบฝึกทักษะที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้คิด เรียนรู้และลงมือฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นกระบวนการกลุ่ม ซึ่งช่วยส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ ถือว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนกระสังพิทยาคม ที่เน้นพัฒนาให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้จากกิจกรรมที่หลากหลาย มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีอันจะนำไปสู่จุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนกระสังพิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2564 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) และการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 E )
2.2 พัฒนาสื่อ ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฎิบัติจริงในเนื้อหาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น เรื่อง แบบฝึกทักษะการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นแบบฝึกทักษะที่ครูผู้สอนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องการต่อวงจรไฟฟ้า โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน ( 5 E )
2.3 สร้างและพัฒนาแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นแบบฝึกทักษะที่ครูผู้สอนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องการต่อวงจรไฟฟ้า กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2.4 จัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นแบบฝึกทักษะที่ครูผู้สอนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องการต่อวงจรไฟฟ้า กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น
2.5 นำแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ต่อไป และรายงานผลการดำเนินการต่อฝ่ายบริหารและเผยแพร่ผลงานตามลำดับต่อไป
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 ผลลัพธ์เชิงปริมาณ
3.1.1 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ ที่สอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นแบบฝึกทักษะที่ครูผู้สอนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องการต่อวงจรไฟฟ้า โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน ( 5 E ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สูงกว่าเกณฑ์กำหนด
3.1.2 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับ ดี
3.1.3 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสื่อความในรายวิชาวิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับ ดี
3.1.4 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินสมรรถนะในรายวิชาวิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับ ดี
3.1.5 ผู้เรียนร้อยละ 80 มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ที่สอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นแบบฝึกทักษะที่ครูผู้สอนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องการต่อวงจรไฟฟ้า กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยู่ในระดับ ดี
3.2 ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
3.2.1 ผู้เรียนทุกคนได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3.2.2 ผู้เรียนทุกคนสามารถผลิตชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
3.2.3 ผู้เรียนทุกคนได้รับการดูแลช่วยเหลือตามข้อมูลสารสนเทศที่ครูจัดทำขึ้น
3.2.4 ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศรายวิชา
3.2.5 ผู้เรียนทุกคนมีความสุขในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ แบบฝึกทักษะการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นแบบฝึกทักษะที่ครูผู้สอนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องการต่อวงจรไฟฟ้า กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3.2.6 ผู้เรียนทุกคนมีทักษะที่จำเป็นด้านการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเรื่องกล้องโทรทรรศน์
จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเรื่องเทคโนโลยีอวกาศ
จัดการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเรื่องเทคโนโลยีอวกาศ